The mask warrior หลานหลิงหวาง จอมพลหน้ากากอสูร

     ปลายยุคราชวงศ์เหนือใต้ ราชวงศ์เว่ย ของชนชาติเซียนเป่ย กลุ่มถัวป๋า ที่เคยปกครองดินแดนภาคเหนือของจีนหรือที่ถูกเรียก เป่ยเว่ย ได้เกิดความวุ่นวายจนแตกเป็นแคว้นเว่ยตะวันออกและเว่ยตะวันตก และดินแดนส่วนเล็ก ๆ อีกส่วนได้กลายเป็นแคว้นเหลียง ส่วนภาคใต้ของจีนถูกปกครองในอำนาจของราชวงศ์เฉิน

     ในเวลาต่อมา แคว้นซีเว่ยถูกขุนนางตระกูลอวี่เหวินยึดอำนาจเปลี่ยนเป็นแคว้นเป่ยโจว ส่วนแคว้นตงเว่ยถูกกลุ่มขุนนางตระกูลเกา ยึดอำนาจและตั้งเป็นแคว้นเป่ยฉี ซึ่งทั้งสองแคว้นต่างก็ทำสงครามเพื่อหมายผนวกรวมอีกแคว้นไว้ในอำนาจ

     สำหรับ แคว้นเป่ยฉี นอกจากจะทำสงครามกับเป่ยโจวแล้ว ยังต้องเผชิญภัยคุมคามทางเหนือจากชนชาติถูเจวี๋ยซึ่งเป็นชนเชื้อสายเติร์กที่ปกครองดินแดนทุ่งหญ้าทางเหนือของจีน ส่วนทางตะวันออกเฉียงเหนือ มีอาณาจักรโกคูรยอ ที่แข็งแกร่งและมักส่งกองทหารเข้าคุกคามชายแดนหลายครั้ง ขณะเดียวกัน ภายในแคว้นเป่ยฉีเอง ก็เต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจของบรรดาราชสกุล ที่หวังชิงตำแหน่งฮ่องเต้ ซึ่งท่ามกลางสถานการณ์แห่งสงครามและการแย่งชิงนี้เอง ที่บุรุษนาม หลานหลิงหวางได้ถือกำเนิดขึ้น

     หลานหลิงหวาง หรือ เกาฉางกง มีนามเดิมว่า เกาซู่ เป็นบุตรของ เกาเฉิง ซึ่งเป็นบุตรคนโตและผู้สืบทอดตำแหน่งของอัครเสนาบดี เกาฮวานแห่งตงเว่ย เกาเฉิงเป็นคนหยาบช้าจนขัดแย้งกับบรรดาน้อง ๆ สุดท้ายจึงถูกลอบสังหารและเกาหยวน น้องคนรองจึงสืบทอดตำแหน่งอัครเสนาบดีแทน ต่อมาในปี ค.ศ.550 เกาหยวนได้ยึดอำนาจและตั้งตนเป็นฮ่องเต้แห่งเป่ยฉี ส่วนเกาซู่ซึ่งเป็นกำพร้า จึงอยู่ในความอุปการะของเกาต้าน น้องชายของเกาหยวน ผู้เป็นอา

     เกาฉางกง เป็น เด็กเฉลียวฉลาด ขยัน สุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน ผิดกับลูกพี่ลูกน้อง จึงเป็นที่รักของเกาต้านผู้เป็นอา นอกจากนี้ เขายังเป็นเด็กที่มีใบหน้างดงามอ่อนหวานคล้ายผู้หญิง และเมื่อโตขึ้น ก็กลายเป็นชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่า รูปงามที่สุดในแผ่นดิน โดยได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสี่บุรุษรูปงามแห่งประวัติศาสตร์จีน โดยอีกสามบุรุษนั้นล้วนเป็น บัณฑิต มีเพียง เกาฉางกงที่เป็น นักรบ

     ในปี ค.ศ.561 เกาจ้านยึดอำนาจขึ้นเป็นฮ่องเต้อู่เฉิง หรือ ฉีซื่อจู่ จักรพรรดิองค์ที่สี่แห่งเป่ยฉี และได้แต่งตั้งเกาฉางกง ให้ไปครองเมืองหลานหลิง ผู้คนจึงนิยมเรียกเขาว่า หลานหลิงหวาง

     หลานหลิงหวางเป็นนักรบที่เข้มแข็งและมีฝีมือ โดยได้เข้าร่วมทำสงครามต่อต้านการรุกรานจากชนเผ่าถูเจวี๋ยและเป่ยโจว ตั้งแต่อายุไม่ถึงยี่สิบ จากนั้นจึงได้รับตำแหน่งแม่ทัพประจำเมืองจิ้นหยางในเขตไท่หยวน และเนื่องด้วย เขามีใบหน้าที่งดงามคล้ายอิสตรี ทำให้เกรงว่า หากข้าศึกเห็นหน้าจะไม่เกิดความยำเกรง หลานหลิงหวางจึงสั่งทำหน้ากากทองเหลืองเป็นรูปอสุรกายน่ากลัว สวมปกปิดใบหน้าทุกครั้งที่ออกรบ  

     การศึก ที่ทำให้ชื่อเสียงของหลานหลิงหวางโด่งดังที่สุด คือ การศึกใน ปี ค.ศ. 564  ครั้งนั้น แคว้นเป่ยโจว ส่งทัพใหญ่มีไพร่พลหนึ่งแสนนาย เข้าปิดล้อมเมืองจินหยง (อยู่ใกล้กับเมืองลั่วหยางในปัจจุบัน) ทำให้สถานการณ์ตกอยู่ในสภาพขับคัน ทั้งทหารและประชาชนต่างตื่นตระหนกเสียขวัญ หลานหลิงหวางได้นำกองทหารม้าห้าร้อยนาย บุกฝ่าวงล้อมของทัพเป่ยโจวอย่างดุเดือด จนทหารเป่ยโจว แตกพ่ายล่าถอย เปิดทางให้กองทัพม้าของหลานหลิงหวาง เข้าถึงประตูเมือง ทว่าพวกทหารบนเชิงเทินไม่เชื่อว่า นี่คือหลานหลิงหวางตัวจริง เขาจึงถอดหน้ากาก เปิดเผยใบหน้าที่งดงาม เหล่าทหารจึงพากันโห่ร้องต้อนรับด้วยความยินดี และหลังจากนั้นหลานหลิงหวางก็ได้บัญชาการสู้รบ จนทัพเป่ยโจวต้องล่าถอย

     ฮ่องเต้ฉีซื่อจู่ ทรงชื่นชมในความเก่งกล้าของพระนัดดาคนโปรด ขณะที่ประชาชนก็พากันสรรเสริญชัยชนะอันยิ่งใหญ่นี้ และได้มีการแต่งบทเพลงชื่อ หลานหลิงหวางออกศึก ซึ่งบทเพลงนี้ถูกใช้ประกอบการร่ายรำและเป็นที่นิยมอย่างมากในยุคราชวงศ์ถัง ทั้งยังได้ถูกเผยแพร่ไปยังญี่ปุ่นและยังคงอยู่จนทุกวันนี้

ระบำหน้ากากของญี่ปุ่น ที่ที่มาจาก บทเพลง หลานหลิงหวางออกศึก ของจีน

     แม้จะเป็นที่ชื่นชมของขุนนาง ขุนทหาร ไพร่พลและประชาชน แต่ความสามารถของหลานหลิงหวางก็ทำให้คนผู้หนึ่งไม่พอใจ เขาคือเกาเหว่ย รัชทายาทแห่งเป่ยฉี เกาเหว่ยเป็นคนเสเพล ไร้ความสามารถ จึงมีความริษยาในลูกพี่ลูกน้องที่เพียบพร้อมของตนมาก ทั้งยังหวาดระแวงว่า วันหนึ่ง หลานหลิงหวางจะแย่งชิงอำนาจกับเขา

     หลานหลิงหวาง พอรู้ตัวว่า ถูกรัชทายาทหวาดระแวง เขาจึงพยายามเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ทำตัวโดดเด่น และหลังจากเกาเหว่ยขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิฉีโฮ่วจู่ หลานหลิงหวางก็มักจะแกล้งทำเป็นป่วยและขาดราชการบ่อยครั้ง เพื่อไม่ให้จักรพรรดิทรงหวาดระแวง จนกระทั่งวันหนึ่ง มีการจัดเลี้ยงในวัง จักรพรรดิทรงโปรดให้หลานหลิงหวางมาร่วมงาน หลังจากดื่มกินได้ครู่ใหญ่ จักรพรรดิเกาเหว่ยทรงรับสั่งถามหลานหลิงหวางถึงเหตุการณ์ที่เมืองจินหยง ว่า “การที่ท่านเอาตัวเองไปเสี่ยงถึงเพียงนั้น รู้หรือไม่ว่า หากได้รับอันตรายขึ้นมา มันก็สายเกินกว่าจะมาเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำ”

     หลานหลิงหวางตอบว่า “หน้าที่รับผิดชอบต่อราชวงศ์ของเรา ทำให้ข้าพระองค์ทำการ โดยมิได้คิดถึงสิ่งที่ตามมา”

     คำตอบนั้น ทำให้เหล่าขุนนางพากันยกย่อง แต่ก็ทำให้จักรพรรดิทวีความระแวงและริษยามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประวัติศาสตร์ของเป่ยฉีที่ผ่านมา มีแต่การฆ่าฟันแย่งชิงอำนาจในหมู่ญาติพี่น้อง พระองค์จึงกลัวว่า หากหลานหลิงหวางยังมีชีวิตอยู่ วันหนึ่ง ก็อาจจะโค่นล้มพระองค์ได้ ดังนั้น ในที่สุด จักรพรรดิก็ทรงหาเหตุใส่ความว่า เขาคิดไม่ซื่อ และประทานสุราพิษให้ดื่ม

     ท่านหญิงเจิ้ง พระชายาของหลานหลิงหวาง ขอร้องให้เขาเข้าวังไปกราบทูลชี้แจง

     “สวรรค์ย่อมรู้ดีในความจงรักภักดีของพี่ท่าน” ท่านหญิงเจิ้ง ได้กล่าวอ้อนวอนกับสามี

     แต่หลานหลิงหวางรู้ดีว่า ไม่มีประโยชน์ เพราะจักรพรรดิทรงตั้งพระทัยจะกำจัดเขาอยู่แล้ว จึงถอนใจแล้วกล่าวว่า “ยามนี้ ไม่มีสวรรค์ใดรับฟังเราอีกแล้ว” จากนั้น เขาจึงดื่มยาพิษและสิ้นชีวิต ใน ปีค.ศ.570 ด้วยวัยเพียงสามสิบปีเศษ

     ความตายของหลานหลิงหวางสร้างแรงกระเทือนในเหล่าขุนนางและขุนศึก ทว่าเกาเหว่ยก็ยังมิได้สำนึก และต่อมาไม่นาน ก็ได้หาเหตุประหาร หูลี่กวง แม่ทัพใหญ่ของเป่ยฉี อีกคน ทำให้ทหารและประชาชนพากันระส่ำระสาย

     การสูญเสียเสาหลักสำคัญทั้งสอง เป็นข่าวที่น่ายินดีสำหรับแคว้นเป่ยโจวที่รอโอกาสมาตลอด และในปี ค.ศ.574 จักรพรรดิโจวอู่ตี้แห่งเป่ยโจว พระนามเดิม อวี่เหวินยง ก็ได้ระดมทัพใหญ่บุกแคว้นเป่ยฉี ซึ่งกองทัพเป่ยฉีที่อ่อนแอเนื่องจากไร้แม่ทัพมีฝีมือ ไม่อาจต้านทานข้าศึกได้และพ่ายแพ้ยับเยิน จากนั้นทัพโจวจึงบุกเข้าเมืองหลวง จับกุมจักรพรรดิเกาเหว่ยไปประหารชีวิต และแคว้นเป่ยฉีก็ถึงกาลอวสาน  โดยภาคเหนือของจีนได้ถูกรวมอยู่ใต้อำนาจของราชวงศ์เป่ยโจว ทว่าไม่กี่ปีให้หลัง โจวอู่ตี้ได้สิ้นพระชนม์ และเป่ยโจว ก็ถูกอัครมหาเสนาบดีหยางเจี่ยนยึดอำนาจเปลี่ยนเป็นราชวงศ์สุย ก่อนจะทำศึกผนวกราชวงศ์เฉินที่อยู่ภาคใต้ รวมจีนเป็นปึกแผ่นได้สำเร็จ

     ในปี ค.ศ. 1990 ได้มีการพบรูปแกะสลักพร้อมคำจารึกที่ถ้ำหลงเหมิน ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันเรื่องราวของเกาฉางกง ทั้งยังระบุว่า เกาเฉากง หลานหลิงหวาง ยังมีทายาทหลงเหลืออยู่ หลังจากที่เขาได้สิ้นชีวิตไปแล้ว

 

One thought on “The mask warrior หลานหลิงหวาง จอมพลหน้ากากอสูร

  • พฤษภาคม 17, 2018 at 9:20 pm
    Permalink

    น่าเสียดายฝีมือ ติดที่ว่ามีนายไม่ดี

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*