แมวป่าลิงซ์ไอบีเรีย แห่งสเปน

iberianlynx

นี่คือสัตว์ในตระกูลแมวที่หายากที่สุดในโลก พวกมันสืบสายพันธุ์มาตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง และเคยมีถิ่นอาศัยกระจายอยู่ในพื้นที่กว้างใหญ่รอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทว่าในปัจจุบันนี้ พวกมันกลับกลายเป็นสัตว์นักล่าที่ในอยู่อันดับต้นของการเข้าสู่ภาวะสูญพันธุ์

seirra

อุทยานแห่งชาติเซียราเดอันดูร์ฮา(Sierra de Andújar) ตั้งอยู่ในแคว้นแอนดาลูเซีย ทางตอนใต้ของประเทศสเปน ซึ่งมีสภาพอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่ค่อนข้างอบอุ่นกว่าส่วนอื่นๆของยุโรป

moflon

แกะป่ามูฟลอน

spanisheagle

นกอินทรีอิมพีเรียลสเปน

โดยในพื้นที่ 748 ตารางกิโลเมตรของอุทยานแห่งนี้ ประกอบด้วยภูมิประเทศที่หลากหลาย ทั้งทุ่งหญ้า ป่าโปร่ง ป่าสนและภูเขาหิน ทำให้ที่นี่เป็นบ้านของสัตว์ป่านานาชนิด เช่น หมาป่า แมวป่า กวางแดง แกะป่ามูฟลอน และนกนานาชนิด รวมถึงนกนักล่าที่หายากอย่าง อินทรีอิมพีเรียลสเปน ทั้งยังเป็นถิ่นอาศัยที่สำคัญของสัตว์ตระกูลแมวที่หายากที่สุดในโลก แมวป่าลิงซ์ไอบีเรีย

Iberian-Lynxcup

นับแต่ยุคน้ำแข็ง แมวป่าลิงซ์ไอบีเรียเคยอาศัยอยู่ในดินแดนรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จนเมื่อสิ้นสุดยุคน้ำแข็ง การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ทำให้ถิ่นอาศัยของมันลดลงจนเหลือเฉพาะในคาบสมุทรไอบีเรีย (ประกอบด้วยสเปนและโปรตุเกส) จนเมื่อล่วงเข้าศตวรรษที่สิบเก้า การขยายตัวของชุมชนและการทำกสิกรรมได้ส่งผลให้ถิ่นอาศัยของมันลดลง ประกอบกับการล่าของมนุษย์ ได้ทำให้แมวป่าลิงซ์ไอบีเรียลดจำนวนลงจนใกล้สูญพันธุ์

เดิมที แมวป่าลิงซ์ไอบีเรียถูกจัดเป็นชนิดพันธุ์ย่อยของแมวป่าลิงซ์ยูเรเซีย ทว่าจากการศึกษาในระยะหลังได้พบควาสมแตกต่างของแมวป่าทั้งสองนี้มาก จนทำให้ต้องจัดแมวป่าลิงซ์ไอบีเรียเป็นอีกชนิดหนึ่งต่างหาก  iblynx1

แมวป่าลิงซ์ไอบีเรียมีขนาดเล็กกว่าแมวป่าลิงซ์ยูเรเซียและแมวป่าลิงซ์แคนาดาญาติของมัน โดยลิงซ์ไอบีเรียตัวผู้จะมีน้ำหนักราว 13 กิโลกรัม ส่วนตัวเมียหนักราว 10 กิโลกรัม ขณะที่ลิงซ์อีกสองชนิดนั้นจะมีน้ำหนักมากกว่าเกือบหนึ่งเท่า ความยาวส่วนหัวและลำตัวของแมวป่าลิงซ์ไอบีเรียอยู่ที่ 110 เซนติเมตร ส่วนหางยาวราว 15 – 25 เซนติเมตร ส่วนสูงที่ไหล่ 60 – 70 เซนติเมตร สีขนออกน้ำตาลเหลืองอมเทาและมีลายจุดตามตัวมากกว่าลิงซ์ชนิดอื่น นอกจากนี้ลิงซ์ไอบีเรียยังมีขนที่ข้างแก้มยาวกว่าลิงซ์ชนิดอื่นอย่างเห็นได้ชัด

iberian-lynx

แมวป่าลิงซ์ไอบีเรียชอบหากินในพื้นที่เปิดโล่งอย่างทุ่งหญ้า รวมถึงป่าโปร่ง เนื่องจากมันมีขนาดค่อนข้างเล็ก เหยื่อของมันจึงเป็นพวกสัตว์ฟันแทะขนาดเล็ก อย่างหนู กระรอก กระต่าย รวมถึงสัตว์ปีกขนาดเล็กอย่าง นกกระทา ไก่ป่า โดยกระต่ายป่าถือเป็นอาหารหลักที่ลิงซ์ไอบีเรียล่ามากที่สุด อย่างไรก็ตาม บางครั้ง ลิงซ์ไอบีเรียที่โตเต็มที่ก็อาจล่าสัตว์กีบอย่าง กวางโรเดีย กวางฟอลโลว์ และ แกะป่ามูฟลอน ซึ่งถ้าเป็นกรณีนี้ เหยื่อของมัน มักจะเป็นพวกที่ยังโตไม่เต็มที่หรืออ่อนแอiberian-lynx3

เมื่อ สิบปีที่แล้ว มีประชากรลิงซ์ไอบีเรียเหลืออยู่ในธรรมชาติเพียง 250 ตัว โดยพบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสองแห่งคือ อุทยานแห่งชาติโดญาน่า และอุทยานแห่งชาติ เซียราเดอันดูร์ฮา ซึ่งทั้งสองแห่งอยู่ในแคว้นแอนดาลูเซียในภาคใต้ของสเปน โดยในอุทยานเซียราเดอันดูร์ฮา มีประชากรลิงซ์ไอบีเรียอาศัยอยู่เกือบสองร้อยตัว ถือเป็นถิ่นอาศัยที่สำคัญของแมวป่าชนิดนี้ ต่อมาใน ปี ค.ศ. 2007 ได้มีการค้นพบประชากรลิงซ์ไอบีเรียกลุ่มเล็กๆราว 15 ตัว อาศัยอยู่ในคาสตีล ลามันเช่ ซึ่งอยู่ในภาคกลางของสเปน

นอกจากลิงซ์ไอบีเรียแล้ว ในอุทยานแห่งชาติเซียราเดอันดูร์ฮายังมีสัตว์นักล่าอื่นๆอีก ได้แก่ สุนัขป่า แมวป่า สุนัขจิ้งจอกแดง ซึ่งนักล่าเหล่านี้ ถือเป็นคู่แข่งของแมวป่าลิงซ์ไอบีเรีย ขณะที่สัตว์นักล่าอย่างหมาป่า ยังอาจเป็นศัตรูของพวกลิงซ์ด้วย

wildcat

แมวป่ายุโรป

ทว่าแม้จะมีสัตว์นักล่าชนิดอื่นอยู่ด้วย แต่ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ก็สามารถหล่อเลี้ยงประชากรลิงซ์ไอบีเรียกลุ่มใหญ่ที่สุดมาได้เป็นเวลานาน

Alectoris-rufa

นกกระทาขาแดง อีกหนึ่งเมนูของลิงซืไอบีเรีย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มลิงซ์ไลฟ์ ซึ่งเป็นกลุ่มอนุรักษ์แมวป่าลิงซ์ในสเปนได้มีความพยายามที่จะขยายพันธุ์สัตว์ที่หายากชนิดนี้ พวกเขาได้เร่งขยายพันธุ์กระต่ายป่าซึ่งเป็นอาหารหลักของลิงซ์ไอบีเรีย ทั้งนี้โดยเฉลี่ยแล้ว ลิงซ์จะกินกระต่ายป่าวันละหนึ่งตัว ยกเว้นลิงซ์แม่ลูกอ่อนที่อาจต้องล่ากระต่ายวันละสองถึงสามตัวเพื่อหาเลี้ยงลูกของมันด้วย ดังนั้น จำนวนกระต่ายป่าจึงเป็นเครื่องชี้วัดการเพิ่มจำนวนของพวกลิงซ์ด้วย นอกจากนี้ กลุ่มอนุรักษ์ยังได้เคลื่อนย้ายลิงซ์จำนวนหนึ่งไปยังพื้นที่ที่มีประชากรมนุษย์เบาบางและคุ้มครองแหล่งหากินของพวกมัน รวมทั้งดำเนินโครงการเพาะเลี้ยงแมวป่าลิงซ์เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ จนทำให้จำนวนของลิงซ์ไอบีเรียเพิ่มขึ้น

Iberian-lynxrabbit-prey

โดยในการสำรวจเมื่อปลายปี ค.ศ. 2015 พบว่ามีแมวป่าลิงซ์ไอบีเรียอาศัยอยู่ในธรรมชาติรวมกว่า400 ตัว ซึ่งนอกจากจะพบในแหล่งอาศัยทั้งสามแห่งที่กล่าวไปแล้ว ยังมีการค้นพบประชากรลิงซ์กลุ่มเล็กๆในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสเปนและภาคใต้ของโปรตุเกสด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ลิงซ์ไอบีเรียจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทว่าสถานการณ์ของมันก็ยังคงไม่อาจวางใจได้ ซึ่งทุกวันนี้ แนวทางที่ดีที่สุดในการอนุรักษ์สัตว์ที่ล้ำค่าชนิดนี้ คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมันในธรรมชาติ เพื่อให้พวกมันสามารถอาศัยอยู่และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปในโลกใบนี้

lynxmother

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*