สัญชัย คานที ปฐพีไพรกลางมหานคร (Sanjay Gandhi National park)

มุมไบเป็นนครที่ใหญ่ที่สุดของอินเดียและของชมพูทวีป ที่นี่คือศูนย์กลางการค้า เศรษฐกิจ ความบันเทิงและความมั่งคั่ง รวมทั้งการดิ้นรนเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของประชากรกว่า 21 ล้านคน ทว่ากลางมหานครอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ยังมีพื้นที่สีเขียวของพงไพรที่ซุกซ่อนอยู่และเป็นบ้านของสรรพสัตว์กลางดินแดนอารยธรรม

อุทยานแห่งชาติสัญชัยคานที เป็นเขตป่าคุ้มครองขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในภาคเหนือของมหานครมุมไบในรัฐมหารัชตระ แต่เดิมชื่อว่า อุทยานแห่งชาติโพริวาลี ครอบคลุมพื้นที่ 104 ตารางกิโลเมตร โดยมีพรมแดนสามด้านถูกล้อมรอบโดยมหานครที่ใหญ่ที่สุดของอินเดียอย่างมุมไบ ทั้งยังเป็นหนึ่งในอุทยานที่มีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมมากที่สุดของโลก โดยมีนักท่องเที่ยวมาที่นี่มากกว่าปีละสองล้านคน

mumbaiเมืองมุมไบ เมื่อมองจากป่า

ที่นี่อุดมไปด้วยสัตว์ป่าและพรรณไม้นานาชนิด โดยสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวชมคือ ถ้ำคานเหริ ซึ่งเป็นโบราณสถานอายุ 2,400 ปี แกะสลักจากหน้าผาที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยาน ถ้ำคานเหริตั้งอยู่ใจกลางอุทยานโดยเป็นศูนย์กลางสำคัญในการศึกษาของศาสนาพุทธในช่วงศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล

อุทยานแห่งชาติสัญชัยคานทีมีประวัติศาสตร์ย้อนไปไกลถึงช่วงศตวรรษที่ 4 ในสมัยอินเดียโบราณ โดยเป็นเส้นทางการค้าในยุคโบราณที่เชื่อมไปถึงอาณาจักรกรีกและเมโสโปเตเมีย

khanricaveถ้ำคานเหริ

ในยุคที่อินเดียยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ อุทยานแห่งนี้มีชื่อว่า อุทยานกฤษณาคิรี โดยในเวลานั้นมีเนื้อที่เพียง 20.26 ตารางกิโลเมตร ต่อมาในปี ค.ศ.1969 ได้ขยายเนื้อที่จนมีขนาดเท่ากับในปัจจุบันโดยการรวมผืนป่าโดยรอบเข้ามา และในปี ค.ศ.1974 ก็ได้รับชื่อใหม่ว่า โพริวาลี จนกระทั่งถึงปี ค.ศ.1981 ก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น อุทยานแห่งชาติ สัญชัย คานที เพื่อระลึกถึง นายสัญชัย คานที บุตรชายของนางอินทิรา คานที นายกรัฐมนตรีอินเดียในสมัยนั้น ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกในปี ค.ศ.1980

spottowlนกเค้าลายจุด

อุทยานแห่งชาติสัญชัยคานที ถูกล้อมรอบด้วยตัวเมืองมุมไบสามด้าน คือ ตะวันออก ตะวันตกและด้านใต้ ส่วนทางเหนือติดกับนครฐานิ เรียกได้ว่าอยู่ใจกลางมหานครก็ว่าได้ อุทยานนี้ประกอบด้วยเนินเขาและที่ราบสูงซึ่งมีระดับความสูงระหว่าง 30 เมตรจนถึง 480 เมตร มีทะเลสาบสองแห่งคือ ทะเลสาบวิหาและทะเลสาบตุลสี ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของตัวเมือง โดยตัวอุทยานถูกเปรียบเป็นเสมือนปอดที่ฟอกอากาศบริสุทธิ์ให้มหานครที่ใหญ่ที่สุดของอินเดียแห่งนี้

bonnettลิงบอนเนต มีจุดเด่นคือขนบนหัวที่ดูคล้ายผมทรงแสกกลาง

ในอุทยานประกอบด้วยพรรณไม้กว่า 1,000 ชนิด นกประจำถิ่นและนกอพยพอีก 251 ชนิด แมลงกว่า 50,000 ชนิดและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 40 ชนิด โดยนักล่าขนาดใหญ่สุดของอุทยานนี้ คือ เสือดาว ซึ่งที่นี่มีประชากรเสือดาวอยู่ราว 35 ตัว ซึ่งสัตว์ป่าที่เป็นเหยื่อหลักของเสือดาวที่นี่ คือ กระต่ายป่า กระจงอินเดีย ลิงหนุมาน ลิงบอนเนต เก้ง กวางดาว นอกจากนี้ที่นี้ยังสามารถพบเห็น แอนทีโลปสี่เขา กวางแซมบ้า และไฮอีน่าลายได้ด้วย ขณะที่ในทะเลสาบ ยังเป็นที่อาศัยของจระเข้มักเกอร์ และสัตว์น้ำนานาชนิด 

fourhornแอนทีโลปสี่เขา

นอกจากเขตป่าแล้ว อุทยานสัญชัยคานทียังมีพื้นที่สำหรับเพาะเลี้ยง สิงโตเอเชียและเสือเบงกอล รวมทั้งสัตว์ป่าพื้นเมืองอีกหลายชนิดโดยจัดพื้นที่แยกส่วนต่างหากในลักษณะของสวนสัตว์เปิด ที่ผู้เข้าชมจะสามารถนั่งรถเข้าชมสัตว์ป่าได้โดยสะดวกสบาย

spchevrotain1กระจงลายจุดอินเดีย

ทว่าการที่ผืนป่าตั้งอยู่ใจกลางมหานครก็ส่งผลต่อสัตว์ป่าอย่างเลี่ยงไม่ได้ สัตว์กินพืชอย่างกวางดาว ลิงบอนเนต ลิงหนุมาน ค้างคาวแม่ไก่ นกยูงและนกชนิดต่างๆ มีความคุ้นเคยกับมนุษย์และมักออกมาหาอาหารกินใกล้บ้านคนหรือในย่านชุมชน หรือบริเวณถ้ำคานเหริซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากก่อความรำคาญหรือรบกวนเป็นบางครั้งแล้ว ก็ไม่ได้สร้างปัญหาร้ายแรงอะไร ทว่ายังมีกรณีที่รุนแรงกว่า เกิดขึ้นที่นี่

chitaltoกวางดาวกลางผู้คน

ในอุทยานสัญชัย คานที มีเสือดาวอาศัยอยู่ 35 ตัวเมื่อเทียบแล้ว แต่ละตัวจะมีอาณาเขตเฉลี่ยสามตารางกิโลเมตร ทว่าบ่อยครั้งที่เสือเหล่านี้ออกไปหากินตามรอยต่อระหว่างป่ากับชุมชนเมืองและเนื่องจากที่นี่ ป่าอยู่ติดกับเมืองใหญ่แทบจะเรียกว่ามีเพียงชั่วถนนกั้น จึงทำให้เสือดาวสามารถเข้าไปหากินในเมืองได้บ่อยครั้ง

สำหรับนักล่าที่ปรับตัวได้ดีอย่างเสือดาว เมืองใหญ่อย่างมุมไบถือได้ว่าเป็นแหล่งอาหารชั้นดี เนื่องจากประชากรในเมืองที่หนาแน่ ทำให้ปริมาณขยะมีเป็นจำนวนมากและดึงดูดหนู สุนัขและแมวจรจัดมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งสัตว์เหล่านี้ถือเป็นเหยื่ออย่างดีของเสือดาว ไม่นับรวมสัตว์เลี้ยงอื่นๆของชาวเมืองอย่างวัว แพะ ซึ่งหลายครั้งที่เสือดาวสังหารสัตว์เหล่านี้เป็นอาหาร รวมไปถึงมนุษย์ที่ตกเป็นเหยื่อของพวกมันด้วย

batค้างคาวแม่ไก่

ในมุมไบมีเหตุการณ์จู่โจมของเสือดาวเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แม้จะมีผู้เสียชีวิตไม่กี่คน แต่ก็สร้างความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นกับชาวเมือง โดยเฉพาะพวกที่อาศัยอยู่ใกล้แนวป่า เมื่อพวกเขาพบว่า ในอพาร์ทเมนต์และร้านสะดวกซื้อในย่านชุมชนของพวกเขา มีสัตว์นักล่าที่สามารถสังหารมนุษย์ได้ออกเพ่นพ่าน

ทุกครั้งที่เสือดาวสังหารมนุษย์ ทางการจะจ่ายค่าชดเชยให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ทว่านั่นเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและความไม่พอใจของมนุษย์ก็ยังคุกรุ่น ที่สำคัญ มันเป็นการยากที่จะระบุได้ว่าเสือดาวตัวใดที่ก่อเหตุหากไม่ใช่กรณีที่จับได้คาหนังคาเขา สิ่งเดียวที่จะบรรเทาความโกรธแค้นของผู้คน มีเพียงการดักจับเสือที่เข้าเพ่นพ่านในเมืองและออกข่าวว่าจับเสือที่ก่อเหตุได้ จากนั้นนำมันไปกักกันในศูนย์ควบคุมสัตว์เท่านั้นtownsเสือดาวจู่โจมในเมือง

ได้มีการศึกษาถึงสาเหตุที่เสือเข้าไปทำร้ายคนในเขตชุมชน และได้ข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า เสือที่ทำร้ายคนส่วนใหญ่จะเป็นเสือที่มาจากอุทยานที่มีการนำเสือจากถิ่นอื่นเข้ามาปล่อย ทั้งนี้เสือที่มาจากต่างถิ่นจะมีปัญหาในการปรับตัวและถูกกีดกันออกจากพื้นที่ของเจ้าถิ่นเดิม อีกทั้งการที่มันเคยถูกมนุษย์จับตัวมา ได้ส่งผลให้มันเกิดความเกลียดชังมนุษย์และพร้อมที่จะเข้าจู่โจมทำร้ายเมื่อมีโอกาส ดังนั้นในปัจจุบัน ทางการอินเดียจึงได้ยกเลิกมาตรการจับเสือจากอุทยานที่มีประชากรเสือหนาแน่นนำไปปล่อยในถิ่นอื่น เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นleopardintown

ทุกวันนี้ ประชากรมนุษย์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ได้ส่งผลให้พื้นที่ธรรมชาติถูกเบียดเบียนจนลดลง และส่งผลให้สัตว์ป่าต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดมากขึ้น การปะทะกันระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่าเกิดขึ้นในหลายพื้นที่และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ผืนป่ายังถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขยายตัวของชุมชน บางที การแก้ปัญหานี้ อาจไม่ใช่การหาพื้นที่เพิ่มขึ้นให้กับทั้งสองฝ่าย เนื่องจากคงเป็นไปไม่ได้ แต่มนุษย์อาจต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติและแบ่งปันพื้นที่กับสัตว์ป่าที่เริ่มปรับตัวเข้ามาหากินใกล้กับมนุษย์มากยิ่งขึ้น  ซึ่งอุทยานแห่งชาติ สัญชัยคานที เป็นอีกหนึ่งสถานที่ในโลกที่สัตว์ป่ากับมนุษย์ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันและนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของสมดุลใหม่แห่งธรรมชาติก็ได้

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)