นุนดา แมวปีศาจ

มีสุลต่านพระองค์หนึ่งมีโอรสเจ็ดองค์ ปกครองดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ มีทรัพย์สมบัติมากมาย ในอุทยานของสุลต่านมีต้นพีชต้นหนึ่ง ออกผลทุกปลายปี เพียงปีละเก้าวัน วันละสามลูก ทว่าผลนั้นมีสีทอง ทั้งหอมหวาน เลิศรส ยิ่งกว่าผลไม้อื่นใด จึงเป็นที่โปรดปรานของสุลต่านเป็นอันมาก

เหตุการณ์ดำเนินไปดังนี้ จนกระทั่งมาปีหนึ่ง เมื่อถึงวันที่พีชออกผล ปรากฏว่า ผลถูกขโมยไปจนหมด สุลต่านโมโหมากสั่งลงโทษขังคุกเหล่าทหารยามที่เฝ้าอุทยาน และสั่งให้เจ้าชายองค์โตไปจับขโมย เมื่อถึงตอนค่ำเจ้าชายก็พาทหารหนึ่งกองไปเฝ้าต้นพีช แต่เมื่อผ่านเลยเที่ยงคืนไป ผู้ที่เฝ้าต้นมะม่วงก็เริ่มง่วงและผลอยหลับไปทีละคนสองคน เหลือเพียงเจ้าชายที่พยายามถ่างตารอ แต่สุดท้าย ก็ทนความง่วงไม่ไหว และหลับไป

เมื่อถึงตอนเช้า ก็พบว่า ลูกพีชชุดที่สอง ถูกขโมยไปจนหมด สุลต่านโกรธจึงให้ขังเจ้าชายกับพวกทหารไว้ และสั่งให้เจ้าชายองค์ที่สองรับหน้าที่จับขโมย ทว่าเหตุการณ์ก็ลงเอยแบบเดียวกัน จนผ่านไปหกวัน ก็ยังจับขโมยไม่ได้ จนเหลือเจ้าชายองค์ที่เจ็ด ซึ่งเป็นหนุ่มน้อยอายุเพียงสิบห้าปี เจ้าชายน้อยเห็นพี่ๆ ทั้งหกถูกขังพร้อมเหล่าทหาร จึงไปขออาสาจับขโมยเพื่อจะช่วยทุกคน สุลต่านกล่าวว่า

“พี่ของเจ้า ที่แข็งแรงกว่าเจ้า มีอาวุโสกว่าเจ้า ยังจับไม่ได้ แล้วเจ้าจะทำได้อย่างไร”

“ขอลูกได้อาสาเถิด หากทำไม่ได้ ลูกยินดีรับโทษ” เจ้าชายน้อยบอก

สุลต่านยอมตกลง และถามเจ้าชายว่า จะเอาทหารไปทำงานนี้สักเท่าไหร่ แต่เจ้าชายบอกว่า ขอไปแค่ผู้เดียว โดยเมื่อถึงเวลากลางคืน เจ้าชายก็เอาถั่วหนึ่งถุงและกรวดหนึ่งถุง ติดไปด้วย เมื่อไปถึง เจ้าชายก็นั่งซุ่มอยู่ใกล้ต้นพีชและเอาถั่วกับกรวดใส่มือสองข้าง วางดาบ ธนู กับตาข่ายไว้ข้างตัว พอผ่านเที่ยงคืน เจ้าชายน้อยก็เอาถั่วในมือขวาใส่ปากทีละเม็ดและเคี้ยวช้าๆ จนเวลาผ่านไปใกล้จะเช้ามืด เจ้าชายก็เริ่มง่วง จึงเผลอยกมือผิดข้าง เอากรวดใส่ปาก และเมื่อเคี้ยวกรวดก็เจ็บฟันจนตื่นตัว หายง่วง ยามนั้นเอง เจ้าชายก็ได้ยินเสียงกระพือปีกและเห็นนกตัวใหญ่ มีขนเจ็ดสี บินมาและกำลังจะจิกลูกพีช เจ้าชายน้อยจึงเหวี่ยงแหคลุมมันเอาไว้ทันที

เจ้านกเจ็ดสีดิ้นขลุกขลัก แต่ไปไม่รอด เจ้าชายน้อยจึงเอาธนูเล็งเตรียมยิงมัน เจ้านกรีบร้องขอชีวิตเป็นภาษาคน

ให้อภัยข้าเถิด ไว้ชีวิตข้าด้วย แล้วข้าจะเอาลูกพีชที่เอาไป มาคืนทั้งหมด”

“แต่ข้าจะต้องจับเจ้าไปให้พระบิดาลงโทษด้วย” เจ้าชายเสียงเครียด

“ไว้ชีวิตข้าเถิดเจ้าชาย แล้วข้าจะมอบขนหางให้ท่านสามเส้น หากท่านต้องการไปที่ใด เพียงถือมันไว้และนึกถึงที่ที่ต้องการ ท่านก็จะไปถึงได้ในทันที” เจ้านกเจ็ดสีวิงวอน

เจ้าชายได้ฟัง ดังนั้น จึงยอมปล่อยเจ้านก ครั้นพอเช้า เจ้าชายก็นำลูกพีชไปถวายสุลต่าน

แม้จะไม่ได้ตัวขโมยมา แต่สุลต่านก็พอใจที่ได้ลูกพีชกลับคืน จึงยอกยกโทษให้เจ้าชายทั้งหกและพวกทหาร ส่วนขนนกนั้น เจ้าชายน้อยได้เก็บไว้ เพราะคิดว่าอาจใช้ประโยชน์ได้ในวันหน้า

ต่อมา มีพ่อค้าต่างแดนนำแมวตัวหนึ่งมาถวายสุลต่าน แมวนั้นมีขนสีน้ำเงินเข้มเหมือนท้องทะเลลึกขนราวกำมะหยี่ ตาสีเขียวดังมรกต สุลต่านโปรดให้เลี้ยงไว้ในวังอย่างดี จนวันหนึ่ง ทหารได้มาทูลสุลต่านว่า แมวนั้นได้กินนกของสุลต่านไป สุลต่านตรัสว่า “แมวก็ของข้า นกก็ของข้า ช่างมัน”

ต่อมา แมวนั้นไปกินไก่ สุลต่านก็ตรัสว่า “แมวก็ของข้า ไก่ก็ของข้า ช่างมัน

เวลาผ่านไป แมวนั้นก็กิน เป็ด ห่าน กระต่าย แพะ แกะ วัว ม้า อูฐ ทุกครั้งที่แมวจับสัตว์เหล่านั้นกิน ทหารมาทูลบอก สุลต่านก็ตรัสแต่ว่า แมวก็ของพระองค์ สัตว์พวกนั้นก็ของพระองค์ จึงไม่มีใครทำอะไร ทว่าทุกครั้งที่แมวกินสัตว์ต่างๆ ตัวของมันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตามขนาดสัตว์ที่มันกิน

และแล้ว วันหนึ่งเจ้าแมวก็หลุดออกจากวังไปอาละวาด กินผู้คนและสัตว์เลี้ยง สุลต่านโกรธมาก ตรัสว่า “มันไม่ใช่แมวของข้าอีก แต่มันคือ นุนดา ปีศาจร้าย” และพระองค์สั่งให้เจ้าชายไปจับมัน ทว่า เจ้าชายพลาดท่า ถูกนุนดาจับกินไปสามพระองค์ ทำให้เจ้าชายที่เหลือ เกิดเกรงกลัว เจ้าชายน้อยจึงตัดสินใจอาสาไปสังหารเจ้าสัตว์ร้ายตัวนั้น

เจ้าชายนำทหารไปหนึ่งกอง แต่เมื่อเข้าไปในป่า ก็ไม่รู้ว่าจะไปหานุนดาเจอที่ใด จึงนึกถึงขนนกวิเศษขึ้นมา เจ้าชายจึงหยิบขนนกมาและขอพรให้พาไปเจอกับนุนดา ทันใดนั้น เจ้าชายกับพวกทหารก็ไปปรากฏหน้าปากถ้ำยักษ์แห่งหนึ่ง มีรอยเท้าสัตว์ร้ายเข้าไปข้างใน และมีกระดูกสัตว์และคนเกลื่อนกลาด

เจ้าชายน้อยแน่ใจว่า นี่เป็นถ้ำของนุนดา จึงให้ทหารขุดหลุมลึก เอาไม้แหลมปักไว้ และเอากิ่งไม้ใบไม้ปิดปากหลุม จากนั้นจึงสุมไฟให้ควันเข้าไปในถ้ำ ส่วนตัวเจ้าชายยืนอยู่เหนือหลุม โดยผูกเชือกไว้ที่เอวโยงกับต้นไม้ เมื่อนุนดาได้กลิ่นควันไฟ ก็สำลักจนวิ่งออกมา และเห็นเจ้าชายยืนอยู่ มันจึงกระโจนเข้าใส่ ด้วยความโกรธ แต่เจ้าชายหลบได้ทัน ทำให้นุนดาตกลงไปในหลุม ส่วนเจ้าชายนั้นไม่ตกลงไป เพราะมีเชือกผูกไว้

ทว่านุนดามีขนที่แข็งมาก ไม้แหลมจึงแทงไม่เข้า มันพยายามตะกายขึ้นมา แต่ก็ขึ้นไม่ได้ เจ้าชายจึงให้เอาฟืนติดไฟโยนใส่ในหลุมและเผาเจ้าสัตว์ร้ายจนตาย จากนั้นจึงนำหัวของมันกลับไปให้สุลต่าน

สุลต่านดีพระทัยมากและชื่นชมในความเก่งกล้าของโอรสองค์สุดท้อง จึงตั้งให้เป็นแม่ทัพ และรัชทายาท ของพระองค์

(ดัดแปลงจากนิทานพื้นบ้านแอฟริกา)

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*