จักรวรรดิโรมัน (Roman Empire) ภาค 2 (ยุคทองแห่งโรม)

หลังการสิ้นสุดของระบอบสาธารณรัฐและเข้าสู่ยุคแห่งจักรวรรดิ ดินแดนของจักรวรรดิโรมันได้แผ่ขยายไปจนถึงที่สุดและมีเจริญรุ่งเรืองในแทบทุกด้านจนกลายเป็นจักรวรรดิในโลกยุคโบราณที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่สุดในประวัติศาสตร์

augustus

ออกัสตัส ซีซาร์

ในรัชสมัยของจักรพรรดิออกัสตัสซึ่งเป็นซีซาร์พระองค์แรกของจักรวรรดิโรมัน จักรวรรดิโรมันเข้าสู่ช่วงเวลาของความสงบสุขและรุ่งเรือง ด้วยออกัสตัสซีซาร์ทรงให้ความสนใจในด้านกฏหมาย การปกครอง ศิลปะ และสถาปัตยกรรม มีการก่อสร้างฟอรั่ม หรือลานประชาคมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่ง จากเดิม ทั้งทรงโปรดให้สร้างสนามกีฬา  โรงละคร โรงอาบน้ำสาธารณะและวางระบบส่งน้ำไปยังเมืองต่างๆโดยใช้รางส่งน้ำลำเลียงน้ำจากแหล่งน้ำบนที่สูง นอกจากนี้ยังทรงปรับปรุงกฏหมายให้มีความเป็นธรรมและครอบคลุมในเรื่องต่างๆมากขึ้น ทำให้สังคมมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสงบสุข พร้อมทั้งส่งเสริมผลงานต่าง ๆ ของกวีและศิลปินจำนวนมาก

สำหรับระบบกฏหมายของโรมันนั้น เรียกว่า กฏหมายสิบสองโต๊ะ ซึ่งมีที่มาจากกฏหมายที่ตราขึ้นตั้งแต่ยุคสาธารณรัฐ โดยครอบคลุมในเรื่องต่างๆทั้งด้านสิทธิ หน้าที่ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและการใช้ชีวิตประจำวัน กล่าวกันว่า ในครั้งแรก ข้อบัญญัติของกฏหมายนี้ ถูกจารึกลงบนโต๊ะเหล็กสิบสองตัว ซึ่งในยุคของออกัสตัส ซีซาร์ ได้มีการปฏิรูปกฏหมายดังกล่าวให้มีความชัดเจนและทันสมัยมากขึี้น

Roman-Aqueduct1

ลำรางส่งน้ำของโรมัน

ออกัสตัส ซีซาร์ ทรงวางระบบจัดเก็บภาษีเพื่อนำรายได้จากดินแดนต่างๆใต้ปกครองของจักรวรรดิเข้ามาสู่ท้องพระคลัง ทั้งทรงวางระบบถนนเพื่อเชื่อมต่อมณฑลต่างๆเข้าด้วยกัน ส่งผลให้การคมนาคมและการค้าเจริญรุ่งเรือง แรงงงานทาสจำนวนมหาศาลถูกส่งไปทำงานในลาติฟุนเดียม ซึ่งเป็นไร่นาขนาดใหญ่ของเจ้าที่ดินซึ่งส่วนมากจะเป็นขุนนางและชนชั้นสูง วิลลาหรือคฤหาสน์ของผู้มั่งคั่งถูกสร้างขึ้นทั่วทั้งจักรวรรดิ

villa

วิลล่าของผู้มั่งคั่งของโรม

อย่างไรก็ตาม ความมั่งคั่งของโรมยังคงกระจุกตัวอยู่กับพลเมืองส่วนน้อย โดยพลเมืองส่วนใหญ่ของโรมจะอาศัยอยู่ในอาคารแถวสามชั้นที่คล้ายกับแฟลตในปัจจุบัน แม้บางอาคารจะมีระบบน้ำประปาใช้ แต่แทบทุกหลังขาดระบบบำบัดของเสีย ผู้คนจึงมักเทน้ำทิ้งลงบนถนน นอกจากนี้โครงสร้างอาคารหลายแห่งยังไม่มั่นคงและมักพังทลายลงมา

Romanflat

อาคารที่พักของชาวโรมันทั่วไป

ที่สำคัญ การที่ไม่มีระบบทำความร้อน ทำให้ชาวเมืองอาศัยความร้อนโดยใช้หม้อบรรจุไฟตั้งในห้องพัก ซึ่งมักทำให้เกิดไฟไหม้บ่อย ๆ จนทำให้โรมต้องมีหน่วยดับเพลิงประจำเมืองคอยรับมือ อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับดินแดนอื่นๆในยุคเดียวกันก็นับได้ว่าโรมันมีความเจริญรุ่งเรืองมากกว่านัก

แม้จะเป็นช่วงเวลาที่สงบสุข ทว่า ในรัชกาลของออกัสตัส ซีซาร์  อาณาเขตของจักรวรรดิโรมันที่อยู่ทางเหนือได้เข้าประชิดดินแดนของพวกอนารยชนเยอรมัน  ซึ่งก่อนหน้านั้น ในสมัยของจูเลียส ซีซาร์ กองทัพโรมันเคยยกข้ามแม่น้ำดานูบเข้าไปทำศึกและกำราบพวกเยอรมันลงได้ ทว่าในตอนปลายรัชสมัยของจักรพรรดิออกัสตัส ขุนศึกเยอรมันเผ่าเซรุสซี นาม อาร์มินิอุสได้รวบรวมพันธมิตรก่อกบฏ และทำลายกองทัพโรมันจำนวนสามหมื่นนายของแม่ทัพ วารัส จนพินาศย่อยยับ ซึ่งเหตุกบฏนี้ยังคงยืดเยื้อจนมาถึงรัชกาลต่อมา และสุดท้ายโรมันก็ต้องล่าถอยออกจากแดนเยอรมันโดยใช้แม่น้ำดานูบเป็นเส้นกั้นแบ่งเขตพรมแดนตอนเหนือ

tuetoberg3

นักรบเยอรมันโจมตีกองทหารโรมัน

ในรัชสมัยของจักรพรรดิไทเบริอุส ผู้สืบทอดบัลลังก์ต่อจากออกัสตัส ได้มีการกำเนิดของศาสนาคริสต์ขึ้นในแคว้นยูดาห์ โดยบุรุษ นาม เยซู และสาวกอีกสิบสองคน ซึ่งแม้พระเยซู จะเผยแผ่ศาสนาใหม่ได้เพียงสามปี ก่อนจะถูกลงทัณฑ์ตรึงกางเขนจนสิ้นพระชนม์ ทว่าสาวกของพระองค์ยังคงเผยแผ่ความเชื่อในศาสนาคริสต์สืบต่ออีกยาวนานและทำให้ชาวคริสต์กลายเป็นหนามยอกอกของจักรพรรดิโรมันหลายพระองค์ในเวลาต่อมา

ในยุคจักรวรรดิของโรม มีกองทหารโรมันประจำการตามแนวพรมแดนมากกว่าสามแสนนาย ทหารโรมันเหล่านี้ผ่านการปฏิรูปกองทัพหลายครั้งจนกลายเป็นเครื่องจักรสงครามที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดของโลกยุคนั้น พวกทหารจะสวมเกราะแผ่นที่ประกอบเป็นส่วนๆ ถือโล่ที่ทำจากไม้หุ้มกรอบด้วยแผ่นเหล็ก ใช้หอกยาวและดาบสั้นเป็นอาวุธซึ่งนอกจากอาวุธแล้ว ทหารโรมันยังพกเครื่องมือก่อสร้างติดตัวด้วย

ทหารโรมันแบ่งเป็นกองพลเรียกว่า ลีเจียน (Legion) โดยมีกองพลละ 4,500 – 6,000 นาย แต่ละ ลีเจียนแบ่งเป็น สิบโคฮอร์ต หรือ กองพัน แต่ละโคฮอร์ตแบ่งเป็น 5 เซนจูเรียน (Centurion) หรือกองร้อยและแต่ละกองร้อยแบ่งเป็นสิบหมู่

legion

กองทหารโรมัน

นอกจากทหารที่เป็นพลเมืองโรมันแล้ว ยังมีทหารต่างด้าวซึ่งเป็นทหารที่มาจากชนชาติที่เป็นเมืองขึ้น โดยหลังจากรับราชการครบ 20 -25 ปี ทหารเหล่านี้และครอบครัวจะได้สิทธิการเป็นพลเมืองโรมัน ส่วนทหารที่เป็นพลเมืองโรมันอยู่แล้วจะได้รับบ้าน พร้อมที่ดินและทาส เป็นรางวัลหลังรับราชการครบกำหนด

นอกจากกองทหารโรมันและทหารต่างด้าวแล้ว ในยุคจักรวรรดิยังมีทหารอีกกลุ่ม นั่นคือ พวกทหารองครักษ์ หรือ พรีโทเรียนการ์ด ซึ่งเป็นกองทหารพิเศษที่มีหน้าที่รักษาพระราชวังและสภา โดยจะมีสวัสดิการและเงินเดือนสูงกว่าทหารทั่วไปมาก ที่สำคัญบ่อยครั้งที่พวกพรีโทเรียนการ์ด เป็นตัวชี้ขาดว่าใครจะได้ขึ้นครองบัลลังก์ด้วย

ทหารโรมันนั้นนอกจากมีความสามารถในการรบทั้งแบบเดี่ยวและการจัดรูปขบวนทัพแบบต่างๆแล้ว ยังชำนาญในการก่อสร้าง โดยพวกทหารจะสร้างถนน สะพานและป้อมค่าย ตลอดจนถึงเมืองทั้งเมือง ถ้าจำเป็น  ทั้งนี้หลังปลดประจำการแล้ว ทหารโรมันที่ไปประจำในท้องที่ต่างๆมักแต่งงานกับหญิงชาวพื้นเมืองและถ่ายทอดวัฒนธรรมโรมันให้กับคนในพื้นที่

Roman-Fortress

ป้อมค่ายโรมัน

แม้จะมีความมั่นคงทางชายแดน ทว่าในยุคจักรวรรดินี้ ผู้บัญชาการทัพกลับมีอำนาจมากขึ้น และกลายเป็นตัวชี้ขาดเรื่องผู้สืบทอดราชบัลลังก์ ทำให้เกิดการแย่งชิงอำนาจภายในหลายครั้งและนำไปสู่การเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่ แม้กระนั้นรากฐานที่มั่นคงของจักรวรรดิก็ทำให้โรมสามารถผ่านช่วงเวลายุ่งยากไปได้และมีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น จักรพรรดิบางพระองค์ของโรมอาจมีชื่อเสียงในเรื่องเลวร้ายอย่างไทเบริอุส ผู้โหดร้าย คาลิกูลา ผู้บ้าคลั่งและเนโร (ผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้วางเพลิงเผากรุงโรมในปี ค.ศ. 64 อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานชัดเจนในความผิดข้อนี้ของพระองค์)

colossium

โคลอสเซียม

ทว่าโรมก็มีจักรพรรดิผู้ชาญฉลาดและยิ่งใหญ่หลายพระองค์ เช่น จักรพรรดิเวสปาเชียน ผู้สร้าง โคลอสเซียม สนามกีฬาที่บรรจุผู้ชมกว่า 50,000 คน และเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกโบราณ  จักรพรรดิทราจันผู้ทรงพิชิตอัสสิเรีย เมโปโตเมีย(ดินแดนตะวันออกกลาง) และดาเซีย (โรมาเนียและบางส่วนของยุโรปตะวันออก) ทั้งยังทรงริเริ่มนำระบบสังคมสงเคราะห์มาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวโรมัน จักรพรรดิฮาเดรียนผู้พิชิตบริเตนและสร้างกำแพงฮาเดรียนกั้นพรมแดนโรมันกับพวกเซลต์บนเกาะบริเตน

dacians

กองทัพโรมันทำศึกกับนักรบดาเซียน

Bestiarii

ภาพวาดกลาดิเอเตอร์

ในยุคจักรวรรดิ บรรดาจักรพรรดิและชนชั้นสูงมักใช้ความบันเทิงในการเกลี้ยกล่อมประชาชนให้ยอมสวามิภักดิ์และความบันเทิงที่ชาวโรมันชื่นชอบที่สุดคือ การต่อสู้ของเหล่า กลาดิเอเตอร์ ซึ่งเป็นนักสู้ที่เกณฑ์มาจากทาสและเชลยศึก นำมาฝึกซ้อมอาวุธและต่อสู้กันเองจนถึงตายในสังเวียน หรือต่อสู้กับสัตว์ร้ายชนิดต่าง ๆ เช่น เสือ สิงโต หมี โดยสังเวียนนักสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโรม คือ โคลอสเซียม ที่ตั้งอยู่ในกรุงโรม

นอกเหนือจากการชมการต่อสู้ของเหล่ากลาดิเอเตอร์และการชมละครแล้ว ความบันเทิงอีกรูปแบบที่เป็นจุดเด่นของโรมัน คือโรงอาบน้ำ โดยในแต่ละเมืองจะมีโรงอาบน้ำสาธารณะไว้คอยบริการพลเมืองซึ่งในโณงอาบน้ำมักจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและพบปะพูดคุยของเหล่าพลเมืองไปในตัวด้วย

romanmap

แผนที่จักรวรรดิโรมัน ยุครุ่งเรืองที่สุด

ชัยชนะจากสงครามและการปกครองที่เข้มแข็ง ชาญฉลาดของจักรพรรดิหลายพระองค์ รวมกับรากฐานที่เข้มแข็งซึ่งมีมาตั้งแต่ยุคสาธารณรัฐ คือปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้จักรวรรดิโรมันเข้าสู่ความยิ่งใหญ่ในช่วงศตวรรษแรกและรุ่งเรืองอย่างถึงที่สุด จนถูกเรียกว่า ยุคทอง

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*