เสือสมิง

ในป่าดงดิบและขุนเขาของเอเชีย มีเรื่องราวที่ถูกเล่าขานกันในหมู่ชนพื้นเมืองเกี่ยวกับอำนาจมนตราอาถรรพณ์ที่ทำให้เสือโคร่งกลายร่างเป็นมนุษย์และทำให้มนุษย์กลายร่างเป็นเสือ โดยสัตว์ร้ายครึ่งเสือครึ่งมนุษย์เหล่านี้เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ เสือสมิง

ท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าดงดิบยามราตรี นายพรานหนุ่มนั่งห้าง (แคร่ที่ผูกไว้บนคบไม้) ตามลำพังที่ริมหนองน้ำ เพื่อดักยิงสัตว์ไปเป็นอาหารและขายเอาเงิน ชั่วขณะหนึ่งที่นั่งอยู่บนห้าง พรานหนุ่มนึกห่วงภรรยาซึ่งกำลังท้องแก่ใกล้คลอดอยู่ที่บ้าน ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงคนเดินมาและหยุดยืนอยู่ใต้ห้าง แสงสลัวจากดวงจันทร์ที่ส่องผ่านยอดไม้ทำให้เขามองหน้าคนผู้นั้นไม่ชัด นายพรานร้องถามอีกฝ่ายว่า เป็นใคร และเมื่อได้ยินคำตอบว่าผู้ที่มาใหม่เป็นเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกันดี ก็ทำให้เขาใจชื้นขึ้น แต่ครั้นเมื่อเพื่อนบ้านผู้นั้นเล่าว่า ที่ต้องบุกป่าฝ่าดงมาในยามดึก เนื่องด้วยภรรยาของนายพรานหนุ่มเจ็บท้องจะคลอดลูก ก็ทำให้พรานหนุ่มตระหนกตกใจและรีบปีนลงจากห้างเพื่อกลับบ้านไปดูแลภรรยา

ทว่าเมื่อเท้าแตะพื้นดิน นายพรานหนุ่มก็นึกถึงคำเตือนของพรานรุ่นเก่า ๆ ขึ้นมาได้ พรานรุ่นเก่าเคยเตือนเขาไว้ว่า หากไปนั่งห้างตามลำพังในป่าตอนกลางคืน และมีคนมาร้องเรียก ก็อย่าผลีผลามลงจากห้าง ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเอ่ยอ้างอันใดก็ตาม เพราะนั่นอาจหมายถึง อันตรายถึงชีวิต

เสียงคำรามกระหึ่มดังมาจากเพื่อนบ้านของพรานหนุ่ม ในเวลานี้ ดวงตาของคนผู้นั้นเป็นประกายแดงวาบไม่ผิดอะไรกับดวงตาของเสือร้าย และก่อนที่พรานหนุ่มจะขยับตัว ผู้มาเยือนในยามดึกก็พุ่งเข้าใส่พร้อมกับใช้กรงเล็บตะปบเขาจนล้มลง ก่อนที่ร่างของเพื่อนบ้านผู้นั้นจะกลายเป็นเสือโคร่งตัวมหึมาและใช้เขี้ยวเล็บฉีกร่างพรานเคราะห์ร้ายแหลกเป็นชิ้น ๆ

เรื่องราวของเสือสมิงที่ถูกเล่าต่อ ๆ กันมาในเมืองไทยและประเทศใกล้เคียง ส่วนใหญ่จะคล้ายกับเรื่องข้างต้น จนทำให้มีความเชื่อแพร่หลายในหมู่พรานป่าว่า หากพรานคนใดออกไปนั่งห้างล่าสัตว์คนเดียวในตอนกลางคืนแล้วมีคนไปเรียกให้ลงจากห้างแล้ว ห้ามลงมาเด็ดขาด เพราะนั่นอาจเป็นเสือสมิงที่แปลงร่างมาลวงให้พรานคนนั้นลงมาและถูกมันจับกิน แต่ความเชื่อดังกล่าวก็ยังมีต่อด้วยว่า หากว่าจำเป็นต้องลงไปจริง ๆ ก็ให้บอกให้คนที่มาตามจุดไฟให้ดู เพราะเชื่อกันว่า ถ้าเป็นเสือสมิงจำแลงมา มันจะกลัวและไม่ยอมจุดไฟให้ หรือในบางท้องที่ก็เล่ากันว่าหากในกรณีคนที่มาตามในยามดึกนั้นถือคบไฟมาด้วย ก็ให้ลองยิงปืนไปที่คบไฟนั้น เพราะหากคนที่มาตามนั้นเป็นเสือสมิงแล้ว มันก็จะคืนร่างและตายทันที เนื่องจากคบไฟที่เห็นนั้น แท้จริงก็คือหัวใจของเสือสมิงนั่นเอง 

ตามความเชื่อของชาวพื้นเมืองในเอเชียอาคเนย์และเอเชียใต้ เล่ากันว่า เสือโคร่งที่สังหารมนุษย์และกินเป็นอาหาร จะมีวิญญาณของมนุษย์ที่ถูกมันฆ่ามาสิงสู่อยู่และเมื่อวิญญาณของเหยื่อเพิ่มจำนวนมากขึ้น ก็จะทำให้เสือโคร่งตัวนั้นสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ นอกจากนี้ในหลายส่วนของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ยังมีความเชื่อด้วยว่า คนที่มีเวทมนต์คาถาแก่กล้าบางคนสามารถกลายร่างเป็นเสือได้เช่นกัน และในขณะที่คนผู้นั้นกลายเป็นเสือ หากเวทมนต์ของเขาไม่แก่กล้าพอ ความคิดจิตใจก็จะดุร้ายป่าเถื่อนไปด้วย ซึ่งถ้าหากในระหว่างที่กลายร่างแล้วนั้น บังเอิญไปฆ่าและกินคนเข้า ก็จะทำให้คืนร่างเดิมไม่ได้อีก ทั้งนี้ในกรณีของผู้ที่ใช้อาคมแปลงร่างนั้น นอกจากเสือสมิงแล้วยังมีเรื่องเล่าถึงคนที่กลายร่างเป็นสัตว์ร้ายอื่น ๆ เช่น หมีดำ และหมูป่า ด้วย  

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในหลักวิทยาศาสตร์ คงยากที่จะเชื่อได้ว่า เสือจะกลายร่างเป็นคนและคนกลายร่างเป็นเสือได้ แต่จากประสบการณ์ของนายพรานจำนวนมากที่เคยนั่งห้างล่าสัตว์ตามลำพัง โดยเฉพาะพรานชาวยุโรปที่ไม่เชื่อถือเรื่องไสยศาสตร์ พวกเขาหลายคนต่างก็ยอมรับว่า ความเงียบสงัดกลางป่าดงดิบยามค่ำคืนนั้น ทำให้ประสาทของคนเราเกิดอาการหลอนขึ้นมาได้ บางครั้งทำให้เขาได้ยินเสียงสัตว์ป่าบางชนิดที่ดังแว่วมา ผิดเพี้ยนเป็นเสียงคนร้องเรียก หรือบางครั้งก็ทำให้มองเห็นเงาไม้ไหวกลายเป็นรูปร่างของมนุษย์ และหากว่าเสือโคร่งปรากฎตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ในขณะที่พรานกำลังอยู่ในสภาพดังกล่าวแล้ว ก็อาจเป็นได้ที่สภาพจิตของเขาในชั่วขณะนั้น จะทำให้เกิดภาพหลอนจนเข้าใจผิดได้

แม้ว่าเสือสมิงอาจเป็นแค่เรื่องราวที่เล่าขานกันมาแต่สมัยโบราณโดยปราศจากข้อพิสูจน์ความจริง ทว่าแม้จนทุกวันนี้ เรื่องราวของมันก็ยังเต็มไปด้วยลึกลับและแฝงด้วยเสน่ห์ที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งซ่อนอยู่ท่ามกลางเงามืดของขุนเขาและพงไพร

 

Related posts:

One thought on “เสือสมิง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)