วิญญาณมาร่ำลา


มีการปรากฏตัวของวิญญาณรูปแบบหนึ่ง ที่เป็นที่กล่าวขานกัน นั่นคือการปรากฏของวิญญาณในชั่วขณะที่เจ้าของร่างนั้นเพิ่งจะเสียชีวิตหรือกำลังจะสิ้นลมหายใจ ซึ่งการปรากฏตัวในลักษณะนี้มักจะเป็นการมาเพียงครั้งเดียวโดยไม่กลับมาให้เห็นอีกเลย หรือ อาจจะเรียกได้ว่า เป็นการมาเพื่อร่ำลาของวิญญาณ

มีพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือจำนวนมากเล่าตรงกันว่า บางครั้งวิญญาณของคนที่เพิ่งเสียชีวิต จะมาปรากฏตัวให้ญาติสนิท มิตรสหายของตนได้พบเห็น หรือไม่เช่นนั้นก็กลับไปปรากฏร่างยังสถานที่ที่เขาเหล่านั้นคุ้นเคยและมีความผูกพันเป็นพิเศษในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ อย่างไรก็ตาม การสืบค้นในเรื่องนี้ทำได้ยากกว่าในกรณีอื่น เนื่องจากวิญญาณจะปรากฏให้เห็นเพียงครั้งเดียวและหายไป ดังนั้นข้อมูลเดียวที่หาได้ คือจากปากคำของผู้ที่พบเห็นเท่านั้น

จากคำบอกเล่าของผู้ประสบเหตุ วิญญาณเหล่านี้จะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนและแสดงกิริยาอาการที่ดูเหมือนกับเขาผู้นั้นยังคงมีชีวิตอยู่ เพียงแต่จะพูดไม่ได้เท่านั้น ทั้งนี้ ได้มีบางคนให้คำอธิบายไว้ว่า จิตมนุษย์สามารถส่งภาพบางอย่างออกไปยังที่ไกลๆให้ปรากฏต่อหน้าบุคคลอันเป็นที่รักหรือสถานที่ที่ตนเองมีความผูกพันอยู่ด้วยได้ ซึ่งความสามารถนี้จะถูกกระตุ้นให้แสดงออก ก็ต่อเมื่อบุคคลผู้นั้นอยู่ในสถานที่วิกฤตอย่างมาก เช่น กำลังจะตาย เป็นต้น และต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งของการปรากฏตัวของวิญญาณเหล่านั้น

ในยามเช้าตรู่วันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิ ปี ค.ศ. 1890  หญิงสาวผู้หนึ่งที่ทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้านหลังใหญ่ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเธอในกริมสบีเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร ได้พบกับพ่อของเธอที่สวมเสื้อกันฝนเปียกโชกยืนอยู่ในห้องโถงของบ้านที่เธอทำงานอยู่ และยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากถามพ่อว่ามาทำอะไร ในที่ที่ไกลจากบ้านขนาดนี้ ก็ปรากฏว่า พ่อของเธอได้สลายร่างไปต่อหน้าต่อตา ทำให้หญิงผู้นั้นถึงกับเป็นลมสลบไป และเมื่อได้สติ เธอก็ถึงกับน้ำตานองหน้า เพราะเชื่อว่า ต้องเกิดเหตุร้ายบางอย่างขึ้นกับพ่อของเธออย่างแน่นอน ซึ่งในวันรุ่งขึ้น เธอก็ได้รับแจ้งข่าวว่า พ่อของเธอจมน้ำเสียชีวิตไปแล้ว 

ในวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 1893 ขณะที่ เลดี้ ไทรออน กำลังจัดงานเลี้ยงขึ้นที่บ้านของเธอแถบเบลเกรเวีย ในกรุงลอนดอน แขกที่มาร่วมงานบางคนรู้สึกแปลกใจที่เห็น พลเรือเอก เซอร์จอร์จ ไทรออน สามีของเธอเดินเข้ามาในห้องโถงของบ้านและเดินออกไป เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว ทุกคนต่างก็รู้ว่า ท่านนายพลยังคงประจำการอยู่บนเรือรบหลวงวิกเตอเรีย กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ทว่าในขณะนั้น ท่านนายพลได้เสียชีวิตแล้วจากเหตุเรืออัปปางที่ชายฝั่งของซีเรีย ทั้งนี้เนื่องจากการที่เรือหลวงวิกตอเรียแล่นเข้าชนกับเรือรบหลวงแคมเปอร์ดาวน์ ซึ่งในอุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้เรือวิกตอเรียอับปางลงพร้อมกับมีลูกเรือเสียชีวิต 359 นาย

ในยามเย็นของวันอันเงียบสงบ ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1926 บริเวณคิลเลอร์การ์ มณฑลเลทริม สาธารณรัฐไอร์แลนด์ คุณนายก๊อตลีย์และคนรับใช้เพิ่งกลับจากเดินทางไปเยี่ยม นายโรเบิร์ต โบวส์ อดีตคนงานเก่าแก่ของเธอซึ่งในยามนี้ได้ลาออกไปแล้วเนื่องจากความชรา โบวส์นอนเจ็บอยู่ที่บ้าน และได้ขอร้องให้คุณนายก๊อตลีย์ไปตามแพทย์มารักษาเขา ซึ่งนางก็รับปากและรีบไปทันที

ระหว่างทาง ขณะที่รถม้าของคุณนายก๊อตลีย์ผ่านทะลสาปแห่งหนึ่ง  คนรับใช้ของนางได้หันมาถามเจ้านายว่า” คุณนายเห็นผู้ชายที่อยู่ตรงทะเลสาบไหมครับ”

เมื่อได้ยินดังนั้น คุณนายก๊อตลีย์ก็หันไปมองและถึงกับอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ เพราะภาพที่เห็น คือ ชายคนหนึ่งกำลังพายเรือข้ามทะเลสาบและชายคนนั้นก็คือ โรเบิร์ต โบวส์ ที่ทั้งสองเพิ่งไปเยี่ยมไข้มานั่นเอง แต่ดูเหมือนเขาจะมองไม่เห็นคนทั้งสอง และก้มหน้าห้าตาพายเรือข้ามทะเลสาบมุ่งหน้าไปยังพงไม้ฝั่งตรงข้ามและหายลับไป 

คุณนายก๊อตลีย์และคนรับใช้ต่างตกตะลึงอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะรีบมุ่งหน้ากลับบ้าน ซึ่งเมื่อกลับถึงแล้ว นางก็รีบเขียนจดหมายแจ้งให้หมอไปดูอาการของโบวส์ ทว่าก่อนที่นางจะได้ส่งจดหมาย ก็มีคนมาแจ้งว่า โบวส์เสียชีวิตแล้ว และช่วงเวลาที่เขาตายไปนั้น ก็เป็นขณะเดียวกันกับที่คุณนายก๊อตลีย์และคนรับใช้เห็นวิญญาณของเขาที่ทะเลสาบ

 

Related posts:

One thought on “วิญญาณมาร่ำลา

  • มกราคม 30, 2012 at 4:37 pm
    Permalink

    อ่านแล้วขนลุกอ่ะ น่ากลัวมาก โดยเฉพาะผีตรงบันได ได้อารมณ์สุดๆ

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)