Crusade war สงครามครูเสดแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ (ตอนจบ)

ข่าวเรื่องเยรูซาเล็มถูกฝ่ายมุสลิมยึดกลับไป ทำให้พระสันตปะปาเกรกอรี่ที่ 8 ทรงเรียกร้องให้ชาวคริสต์ทำสงครามศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง โดยในครั้งนี้ กองทัพครูเสดนำโดยจัรพรรดิหนึ่งพระองค์ และกษัตริย์สองพระองค์

 ได้แก่ จักรพรรดิเฟรดเดอริคที่ 1 สมญา บาบารอสซา แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ พระเจ้าริชาร์ดที่หนึ่ง แห่งอังกฤษ และ พระเจ้าฟิลิปที่ 2 แห่งฝรั่งเศส โดยสงครามครั้งนี้ถูกเรียกว่า สงครามครูเสดครั้งที่สาม

(พระเจ้าริชาร์ด ใจสิงห์)

หลังจากจัดทัพเสร็จแล้ว กองทัพครูเสดก็เคลื่อนกำลังสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ทว่าในขณะที่เคลื่อนทัพข้ามแม่น้ำคาไลแคดนัสในไซลิเซียนั้น จักรพรรดิเฟรดเดอริก บาบารอสซา ทรงพลัดตกจากเรือและจมน้ำสิ้นพระชนม์ทำให้ไพร่พลทั้งสี่หมื่นของพระองค์กระจัดกระจายไปเกือบหมด แม้ว่าจะเสียกองทัพเยอรมันไป แต่กองทหารครูเสดที่เหลือ ก็ยังมีรี้พลเกือบห้าหมื่นนาย กองทัพครูเสดที่นำโดยพระเจ้าริชาร์ดและพระเจ้าฟิลิปสามารถปิดล้อมและยึดเมืองอาเครอได้ ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน พระเจ้าฟิลิปที่ 2 ก็ทรงถอนทัพกลับ เนื่องจากเกิดความวุ่นวายในฝรั่งเศส จึงเหลือเพียงพระเจ้าริชาร์ดพระองค์เดียวเท่านั้น


(พระเจ้าริชาร์ดในสนามรบ)

พระเจ้าริชาร์ดทรงทำสงครามกับกองทัพของซาลาดินอย่างเข้มแข็งจนได้รับสมญานามว่า ริชาร์ด ใจสิงห์ และแม้ว่ากองทัพของพระองค์จะไม่อาจชิงเยรูซาเล็มกลับคืนมาได้ แต่ความกล้าหาญของพระองค์ก็ทำให้ซาลาดินยอมทำข้อตกลงสงบศึกและยินยอมให้ชาวคริสต์ไปจาริกแสวงบุญยังเยรูซาเล็มได้

 

ครูเสดครั้งที่สี่

ในปี ค.ศ. 1202 สันตปะปาอินโนเซนต์ที่ 3 ได้ทรงประกาศสงครามครูเสดครั้งที่สี่ โดยในครั้งนี้ทรงกำหนดให้กองทัพครูเสดยกไปโจมตีอียิปต์ ทว่าเนื่องจากในการเคลื่อนทัพครั้งนี้ บรรดาแม่ทัพนายกองได้เช่าเรือของเจ้าเมืองเวนิสในการเดินทางและไม่มีเงินชำระค่าเช่า ดังนั้นเอนริโก แดนโดโล พ่อค้าคนสำคัญซึ่งเป็นเจ้าเมืองเวนิส จึงให้พวกครูเสดไปโจมตีคอนสแตนติโนเปิลแทนค่าเช่า ทั้งนี้ เพราะอียิปต์เป็นคู่ค้าสำคัญของชาวเวนิส แดนโดโลจึงไม่ต้องการให้พวกครูเสดไปโจมตี ส่วนคอนสแตนติเปิลนั้นมีเมืองท่าสำคัญหลายแห่งซึ่งเป็นที่ต้องการของเวนิสอยู่

ใน เดือนเมษายน ปี ค.ศ. 1204 กองทัพครูเสดก็ได้ทำลายคอนสแตนติโนเปิลจนย่อยยับและยึดเมืองท่าหลายแห่งไปมอบให้เวนิสแทนค่าเช่า ส่วนทรัพย์สินจำนวนมากได้ถูกทหารครูเสดปล้นสะดมภ์เอากลับไป

(อัศวินติวตัน นักรบครูเสดจากเยอรมัน)

หลังจาก ครูเสดครั้งที่สี่ ผ่านไปไม่นาน ในปี ค.ศ.1212 ที่เยอรมันนีและฝรั่งเศสได้มีการจัดตั้งกองกำลังยุวครูเสดขึ้น โดยเด็กชายชาวฝรั่งเศสชื่อ เอเตียง และ เด็กชายชาวเยอรมันชื่อ นิโคลาส ได้อ้างว่าตนได้รับนิมิตจากพระเป็นเจ้าให้ใช้พลังอันบริสุทธิ์ไปชิงนครศักดิ์สิทธิ์กลับคืนมา 

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีเด็กชายหญิงหลายพันคนจากทั่วยุโรปตะวันตกมาเข้าร่วมทัพยุวครูเสดและเดินทางไปยังนครศักดิ์สิทธิ์ ทว่าเด็กเหล่านี้กลับประสบชะตากรรมที่น่าเศร้า โดยเด็กจำนวนมากได้เสียชีวิตระหว่างการเดินทาง ส่วนพวกที่เหลือก็ถูกพ่อค้าทาสหลอกเอาไปขายเป็นทาสที่อเล็กซานเดรียในอียิปต์ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นนำความโศกเศร้ามาสู่เหล่าพ่อแม่ผู้สูญเสียทั้งยังส่งผลให้ศรัทธาในคริสตจักรสั่นคลอน

 

ครูเสดครั้งที่ห้า

ในปี ค.ศ.1219 พระสันตปะปาอินโนเซนต์ที่3 ก็ทรงมีพระบัญชาให้พระเจ้าเฟรดเดอริกที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์นำทัพครูเสดเข้าสู่สงครามอีกครั้ง เพื่อโจมตีอียิปต์อันเป็นฐานที่มั่นใหม่ของฝ่ายมุสลิม ซึ่งแม้ว่าพระเจ้าเฟรดเดอริกที่สอง จะไม่ทรงเต็มพระทัยที่จะทำสงครามครั้งนี้ แต่ก็ทรงต้องไปด้วยเกรงว่าจะถูกทางคริสตจักรประกาศขับออกจากศาสนา

นักรบมุสลิมกับอัศวินคริสเตียน 

กองทัพครูเสดได้เข้ายึดดาเมียตตาในอียิปต์ ทว่าในเวลาต่อมา ก็ได้ทำข้อตกลงสันติภาพกับสุลต่านแห่งอียิปต์โดยฝ่ายมุสลิมจะยินยอมให้ชาวคริสต์เข้าไปแสวงบุญในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้โดยปราศจากการถูกคุกคามใด ๆ

สัญญาสงบศึกในครูเสดครั้งที่ห้า ทำให้ฝ่ายคริสตจักรไม่พอใจเท่าใดนัก ดังนั้นใน ปี ค.ศ. 1248 ทางคริสตจักรจึงมีบัญชาให้ พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศสนำทัพครูเสดไปโจมตีกรุงไคโรในสงครามครูเสดครั้งที่หก ทว่าในครั้งนี้กองทัพครูเสดได้พ่ายแพ้อย่างยับเยินและพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ทรงถูกจับเป็นเชลย ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวกลับมา โดยแลกกับค่าไถ่จำนวนมหาศาล

ต่อมา ในปี ค.ศ. 1291 ราชวงศ์มัมลุคซึ่งขึ้นมาปกครองดินแดนอิสลามแทนที่ราชวงศ์อัยยูบียะได้ระดมกองทัพเข้าโจตีดินแดนต่าง ๆ ที่พวกครูเสดตั้งมั่นอยู่ จนสามารถกวาดล้างบรรดานักรบครูเสดลงได้ทั้งหมด ทำให้มหาสงครามแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้จบลงโดยสิ้นเชิง

แม้ว่า ในท้ายที่สุด กองทัพครูเสดจะไม่อาจชิงเอาดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาจากฝ่ายมุสลิมได้ ทว่าสงครามครูเสดก็ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง โดยนอกจากจะช่วยสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของศาสนาอิสลามแล้ว สงครามครูเสดยังเป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายของระบบฟิวดัลในยุโรป

กล่าวคือการที่ขุนนางและอัศวินจำนวนมากล้มตายในสงคราม ได้ส่งผลให้อิทธิพลของบรรดาขุนนางลดลง ส่งผลให้กษัตริย์สามารถดึงอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางได้มากขึ้น นอกจากนี้ ทรัพย์สินและวิทยาการต่าง ๆ ที่นักรบครูเสดนำกลับมาจากสงคราม ยังช่วยให้ยุโรปมีพัฒนาการทั้งในด้านการค้าและด้านความรู้ จนทำให้ยุโรปก้าวเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาได้ในเวลาต่อมา

 

Related posts:

2 thoughts on “Crusade war สงครามครูเสดแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ (ตอนจบ)

  • สิงหาคม 11, 2012 at 11:51 pm
    Permalink

    อ่านจบแล้ว ได้ความรู้เรื่อง ครูเสด ดีจริงๆ

    Reply
  • สิงหาคม 14, 2012 at 4:59 pm
    Permalink

    พระเจ้าริชาร์ด คนเดียวกับในเรื่อง โรบิน ฮู้ด ใช่ไหม

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)