นิทานอีสป (ตอนที่หนึ่ง)

อีสป (Aesop) เป็นชาวกรีกที่มีชีวิตอยู่เมื่อกว่าสองพันปีก่อน เขาเป็นทาส แต่ด้วยความเฉลียวฉลาด ทำให้เจ้านายให้อิสรภาพแก่เขา อีสปมีร่างกายพิการและหน้าตาอัปลักษณ์ทว่าสติปัญญาเป็นเลิศ เขาใช้นิทานเป็นเครื่องมือสอนใจและเตือนใจผู้คนมากมาย จนเป็นที่เลื่องลือ และนี่คือส่วนหนึ่งของนิทานอีสป


เม่นกับสุนัขจิ้งจอก

porqupine

มีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งผลัดตกไปในลำธารที่น้ำไหลเชี่ยว มันพยายามตะเกียกตะกายจนหามาถึงฝั่งได้สำเร็จ แต่ก็หมดแรงและได้รับแผลจากโขดหินในน้ำ มีเหลือบฝูงใหญ่มารุมตอมมัน

เม่นตัวหนึ่งเดินผ่านมาเห็น ก็สงสาร จีงบอกว่า ”ให้ข้าช่วยไล่เหลือบที่รุมกินเลือดท่านออกไปให้เอาไหม”

“ไม่ต้องหรอก” สุนัขจิ้งจอกพูดด้วยเสียงอ่อนระโหย ”เหลือบฝูงนี้มันกินเลือดข้าจนอื่มแล้ว และตอมอยู่เฉย ๆ หากท่านไล่พวกมันไป ก็จะมีเหลือบกระหายหิว ฝูงใหม่มารุมกินเลือดข้าแทนพวกมัน”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ในบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยผู้บริหารที่คดโกงนั้น ถึงจะขับไล่ฝ่ายหนึ่งไป แต่ฝ่ายที่มาใหม่ก็ร้ายกาจไม่ต่างกัน

 

สิงโตกับลูกสาวชาวบ้าน

มีสิงโตตัวหนึ่งไปเจอหญิงสาวออกมาหาบน้ำที่ชายป่า ทันทีที่เห็น มันก็นึกรักนาง จนห้ามใจไม่ไหว จึงไปที่บ้านของนางและพบกับพ่อของนาง

เจ้าสิงโตพูดว่า ”ข้ารักลูกสาวของเจ้าและต้องการแต่งงานกับนาง”

พ่อของหญิงสาวแม้จะกลัวที่สิงโตมาที่บ้านและพูดเช่นนั้น แต่เขาก็ข่มใจบอกไปว่า ”ได้สิ แต่มีข้อแม้อย่างหนึ่ง เขี้ยวเล็บของท่านแหลมคมนัก ข้าเกรงว่า หากแต่งงานกับลูกสาวข้าแล้ว ท่านจะเผลอทำให้นางบาดเจ็บเพราะเขี้ยวเล็บ ขอให้ท่านตัดมันออกก่อนเถิดแล้วข้าจะยกลูกสาวให้”

เจ้าสิงโตดีใจมาก มันรีบกลับมา ตัดเล็บและเขี้ยวจนหมด จากนั้นก็กลับไปหาหญิงสาวกับพ่อของนางใหม่ แต่ทันทีที่พ่อของหญิงสาวเห็นว่าสิงโตไร้เขี้ยวเล็บแล้ว เขาก็เอาไม้มาไล่ตีมันจนต้องหนีเตลิดออกมา และไม่มีแม้โอกาสได้เห็นหน้าหญิงสาวอีกเลย ทั้งยังต้องสูญเสียเขี้ยวเล็บอันเป็นอาวุธไปหมดด้วย

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า  ความรักทำให้ตาบอด//

 

กระทิงกับแพะ

bull

กระทิงตัวหนึ่งวิ่งหนีสิงโตเข้าไปในถ้ำและเจอกับแพะหนุ่มตัวหนึ่งที่อยู่ในนั้นมาก่อน เจ้าแพะพอเห็นวัวกระทิงเข้ามา ก็เข้าขวิดด้วยนิสัยเกเรของมัน แต่เจ้ากระทิงก็ทนยอมให้แพะขวิดอยู่ฝ่ายเดียว โดยไม่ต่อสู้

“ที่ข้ายอม มิให้ข้ากลัวเจ้าหรอกนะ เจ้าแพะเกเร”กระทิงกัดฟันพูดก่อนมองไปทางปากถ้ำ ”ไว้รอให้สิงโตไปให้พ้นก่อนเถิด แล้วข้าจะสอนบทเรียนที่เจ้าจะจำจนตายเลยว่า กระทิงกับแพะ มันต่างกันยังไง”

//นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าได้ซ้ำเติมผู้อื่น ยามที่เขากำลังเดือดร้อน//

 

ลูกแพะกับสุนัขป่า

goat

ลูกแพะตัวหนึ่งพลัดกับฝูง มาเจอสุนัขป่าหิวโซ เจ้าสุนัขป่าจะจับลูกแพะกิน ลูกแพะจึงอ้อนวอนว่า ”ท่านสุนัขป่าผู้ยิ่งใหญ่ ก่อนข้าน้อยนี้จะตาย ข้าปรารถนาฟังเพลงขลุ่ยจากท่านผู้ยิ่งใหญ่สักเพลงได้หรือไม่ “

เจ้าสุนัขป่าปลื้มในคำยอ และคิดว่า จะเป่าขลุ่ยให้ลูกแพะฟัง ก่อนจะกินมัน ก็คงไม่มีปัญหาอะไร เจ้าหมาป่าจึงไปหาขลุ่ยมาและเป่าสุดเสียง

เสียงขลุ่ยนั้นเรียกให้ฝูงหมาล่าเนื้อแห่กันมา และไล่กัดหมาป่าหนีกระเจิง เจ้าหมาป่าจึงอุทานว่า ”โธ่เอ๋ย นี่หากเราไม่อวดดี เป่าขลุ่ยตามคำยอของเจ้าลูกแพะนั่น เราคงไม่ต้องเจ็บตัวแล้วยังอดอาหารแบบนี้แน่”

//นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าทำในสิ่งไร้สาระ ยามที่งานใกล้ประสบผล//

 

กากับเหยือกน้ำ

กาตัวหนึ่งหิวน้ำมาก มันบินมาเจอเหยือกใบหนึ่งมีน้ำเพียงก้นเหยือก ซึ่งจงอยปากของมันจุ่มลงไปไม่ถึง เจ้ากาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนนึกออก มันบินไปหาก้อนกรวดมาคาบหย่อนลงในเหยือกทีละก้อน ทีละก้อน จนน้ำในเหยือกค่อยๆสูงขึ้นจนที่สุดก็ขึ้นสูงพอที่เจ้ากาจะจุ่มปากลงไป ดื่มดับกระหายได้สำเร็จ

//นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความเพียรจะให้ผลที่หอมหวานในท้ายที่สุด//

 

ลากับข้าศึก

ชาวนาคนหนึ่งกำลังจูงลาที่แบกของหนักจนหลังแอ่น ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงโห่ร้องของกองทหารข้าศึกที่ไล่จับผู้คนและกำลังมุ่งตรงมา ชาวนาจึงรีบหนีพร้อมบอกเจ้าลาให้หนีไปกับเขา ไม่เช่นนั้นทั้งสองจะถูกทหารข้าศึกจับเป็นเชลย

“ถ้าข้าศึกจับข้าได้ พวกเขาจะเอาสัมภาระออกจากหลังข้าหรือไม่” เจ้าลาถาม

“ไม่” ชาวนาตอบ

“เช่นนั้น ข้าก็ไม่หนี เพราะสำหรับข้า ถึงจะถูกจับเป็นเชลยหรือไม่ มันก็ไม่ทำให้ข้าปลดสัมภาระนี้ลงจากหลังไปได้หรอก” เจ้าลาบอก

//นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

สำหรับคนยากจนแล้ว การมีผู้ปกครองคนใหม่ ก็เป็นแค่เปลี่ยนชื่อผู้มาปกครองเท่านั้น เพราะความทุกข์ยากของพวกเขายังคงอยู่//

 

หมีกับนักเดินทาง

bear1

ชายสองคนเดินทางผ่านป่าด้วยกัน ทันใดนั้น หมีตัวใหญ่โผล่ออกมา ทั้งสองตกใจวิ่งหนีไปขึ้นต้นไม้ แต่ชายคนแรกแย่งเพื่อนขึ้นไปได้ก่อน ส่วนอีกคนเมื่อขึ้นไม่ทันและจวนตัว จึงล้มฟุบลงกับพื้น เจ้าหมีเดินเข้ามาดมๆดูอยู่ครู่หนึ่ง ก็เดินจากไป

ชายคนแรกลงมาจากต้นไม้และร้องถามเพื่อนว่าเมื่อกี้ เจ้าหมีนั่นมันทำอะไรเจ้าบ้างหรือ

“มันแค่กระซิบบอกน่ะ” ชายที่นอนอยู่บนพื้นตอบ ”หมีมันบอกข้าว่า ให้ระวังคนที่ชอบทิ้งเพื่อนไว้ให้เผชิญกับอันตรายตามลำพัง”

//นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เพื่อนแท้พิสูจน์ได้ยามภัยมา//

 

หมาจิ้งจอกกับกระต่ายป่า

ฝูงกระต่ายป่ากำลังจะทำสงครามกับพวกนกอินทรี พวกมันจึงไปเจรจากับหมาจิ้งจอก เพื่อขอให้เป็นพันธมิตรร่วมกันทำศึกกับพวกนกอินทรี

“พวกข้าก็อยากช่วยพวกเจ้าอยู่” หมาจิ้งจอกตอบ ”ถ้าข้าไม่รู้ว่า พวกเจ้าเป็นใคร แล้วศัตรูของพวกเจ้าคือใคร”

//นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า ควรประเมินผลได้ผลเสียก่อนจะทำสิ่งใด//

 

สุนัขล่าเนื้อกับกระต่ายป่า

สุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่งวิ่งไล่จับกระต่ายป่าและกัดจนจมเขี้ยว จากนั้นมันก็ใช้ลิ้นเลียกระต่ายป่า เหมือนกับว่ามันกำลังเล่นกับสุนัขตัวอื่นๆกระต่ายป่าจึงพูดกับมันว่า

“ข้าหวังว่าเจ้าจะจริงใจมากกว่านี้และแสดงถึงธาตุแท้ของเจ้าออกมา หากเจ้าเป็นมิตร แล้วเหตุใดจึงกัดข้าจมเขี้ยว และหากเจ้าเป็นศัตรู เหตุใดจึงเลียข้าอย่างอ่อนโยนเช่นนี้”

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า  ไม่มีใครสามารถเป็นเพื่อนกับคนที่เขายังไม่รู้ว่าควรจะไว้ใจได้หรือไม่

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)