ครั้งหนึ่งในความทรงจำ (บทที่เจ็ด)

เวทไม่เห็นน้องกิ๊กที่คณะอีกเลยและไม่มีโทรศัพท์จากเด็กสาวมาหาเขาอีกด้วย แต่ชายหนุ่มก็ไม่รู้สึกแปลกใจอะไรนักนอกจากนึกเสียดายอยู่บ้างที่พักนี้ไม่มีขนมกินฟรี แต่เวทก็ไม่คิดว่า การที่น้องกิ๊กหายหน้าไปช่วงนี้จะเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องที่ฟ้าบอก ว่ากันตามจริงแล้ว เวทกลับรู้สึกว่าจิตใจของเขาสงบลงด้วยซ้ำไป เพราะอย่างน้อย เมื่อไม่เห็นหน้าน้องกิ๊ก ความคิดถึงเรื่องในอดีตเกี่ยวกับมีนก็พลอยลดลงไปด้วยจนทำให้ระดับสมาธิของเขากลับมาเท่าเดิม ไม่เหม่อลอยบ่อยๆและที่สำคัญไม่นั่งรถเลยป้ายอีก …..

“ฟังๆเอ็งเล่ามาเนี่ยนะ พี่ว่าเอ็งเห็นน้องเค้าเหมือนสื่อที่ทำให้คิดถึงอดีตยังไงยังงั้นเลยว่ะ”ต่อพูดขึ้นขณะทั้งสองกำลังนั่งรอเนื้อย่างสุกในร้านบาบีคิวแห่งหนึ่ง

“ก็คงงั้นมั้งฮะ”เวทว่าขณะที่มือถือตะเกียบในท่าเตรียม

“แต่พี่ชักสงสัยว่ะ”ต่อตั้งประเด็น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจอีกฝ่ายจากเนื้อบนเตา

“เรื่องอะไรหรือฮะ”เวทถามแต่สายตายังจับจ้องเนื้อที่ย่างอยู่

“ก็เรื่องน้องกิ๊กไง จากที่เอ็งเล่านะ พี่ว่าบางทีเพื่อนของเอ็งอาจจะพูดถูกก็ได้นา”ต่อพูด

“อืม” เวทเอาตะเกียบเคาะกับขอบเตา “ไม่รู้สิพี่ ผมก็พูดไม่ถูกเหมือนกัน”

“เอ็งไม่เจอหน้าเขามานานยัง”ต่อถาม

“ใครฮะ น้องกิ๊กน่ะเหรอ”

“ก็เออสิวะ”

“ก็เกือบเดือนแล้วมั้ง” เวทพูดก่อนจะเตรียมฉกเนื้อชิ้นแรกที่ใกล้สุก

“แล้วเอ็งไม่คิดโทรไปหาเขามั่งเหรอ” ต่อถามพร้อมกับฉกเนื้อชิ้นนั้นเข้าปากเคี้ยวหน้าตาเฉยทั้งๆที่ยังไม่สุก เป็นการตัดหน้าอีกฝ่าย

“พี่ต่อ เนื้อนั่นยังไม่สุกเลยนะ”เวทท้วง ไม่ใช่เพราะห่วงสุขภาพของรุ่นพี่แต่เพราะกลัวว่าเนื้อจะหมดก่อนย่างสุกเสียก่อน

“เฮ้ย เขาเรียกแบบมีเดียมแรไง แบบนี้แหละหวานกำลังดี”ต่อพูดพร้อมกับฉกเนื้อกึ่งสุกกึ่งดิบอีกชิ้นหนึ่งเข้าปากอย่างไม่เกรงใจพยาธิ
ตามวิสัยผู้ถือคติ กินเรื่องใหญ่ ตายเรื่องเล็ก “อย่านอกเรื่อง ตกลงเอ็งโทรไปหาเขามั่งไหม”

“เปล่าฮะ ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร”เวทตอบ

ต่อใช้ตะเกียบคีบข้าวเข้าปาก”แต่พี่ว่า เอ็งมีเรื่องนึงนะ ที่ยังไม่ได้คุยกับเขาเลย”

“เรื่องอะไรฮะ”

“เรื่องพี่สาวเค้าไง”………….

คำพูดของรุ่นพี่ทำให้เวทเพิ่งนึกขึ้นได้ นั่นสิ จนถึงตอนนี้เขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่า มีน นั้นเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งๆที่น้องสาวของเธอก็เห็นๆกันอยู่นี่เอง เขาน่าจะถามให้รู้เรื่อง อย่างน้อยก็จะได้รู้ความเป็นไปของเพื่อนเก่า แต่เวทก็ยังไม่ได้ถามเลย ทว่าเมื่อมาถึงตอนนี้เวทก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่า เขาอยากรู้ความเป็นไปของมีนจริงๆน่ะหรือ

ชายหนุ่มเริ่มมีความคิดว่า บางทีถ้าเรื่องของมีนเป็นอดีตและความทรงจำที่สวยงามก็น่าจะให้คงเป็นอยู่อย่างนั้นดีกว่า คนอื่นๆ อาจจะมองว่านี่เป็นความคิดประหลาดเอามากๆ แต่เพราะเวทเป็นคนที่เชื่อในเรื่องพรหมลิขิต เขาคิดว่าถ้าฟ้าจะลิขิตให้เขากับมีนได้พบกันอีก วันหนึ่งเขาก็คงจะได้พบกับเธอเอง เมื่อคิดเสียแบบนี้แล้ว ปัญหาเรื่องที่เวทจะถามถึงมีนหรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดอีกต่อไป……..

สองสามสัปดาห์ต่อมา ช่วงเวลาของการสอบปลายภาคก็ใกล้มาถึง ด้วยรู้ดีถึงความหินโหดของบรรดาวิชาทั้งหลายที่จะสอบ ทำให้เวทต้องเพิ่มระดับความขยันมากเป็นพิเศษ วันใดที่ไม่มีเรียน ชายหนุ่มก็มักจะมาอ่านหนังสือไม่ก็มาร่วมติวกับเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัย

ตอนสายของวันศุกร์ราวๆสิบโมงเช้า เวทเดินเข้ามหาวิทยาลัยมาตามลำพัง แม้ว่าวันนี้ไม่มีเรียนและไม่มีการนัดติว แต่เวทก็ตั้งใจมาอ่านหนังสือเตรียมสอบที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยเนื่องจากชายหนุ่มเห็นว่าการอ่านที่ห้องสมุดนั้นมีบรรยากาศที่ช่วยกระตุ้นต่อมขยันของเขาได้อย่างดี ผิดกับการอ่านที่บ้านซึ่งกระตุ้นต่อมอยากนอนหลับเสียมากกว่า

หลังจากย่างเท้าเข้าห้องสมุด เวทแลซ้ายแลขวาเพื่อมองหาที่นั่งเหมาะๆสำหรับอ่านหนังสือ ชายหนุ่มรู้สึกเซ็งเมื่อเห็นโต๊ะแต่ละตัวล้วนมีผู้คนจับจอง อันเป็นธรรมดาของช่วงใกล้สอบ

แต่ก่อนที่เวทจะสิ้นหวัง เขาก็เห็นโต๊ะตัวหนึ่งซึ่งมีที่ว่างพอที่เขาจะแทรกร่างเข้าไปได้ โต๊ะตัวนั้นมีที่นั่งแปดที่ตรงด้านหัวโต๊ะมีนักศึกษาหญิงปริญญาตรีคนหนึ่งนั่งหันหลังอยู่ เวทเดินตรงรี่ไปที่โต๊ะก่อนจะเอ่ยปากอย่างสุภาพ

“ขอโทษนะฮะ โต๊ะนี้ว่างหรือเปล่าครับ”

เด็กสาวคนนั้นหันกลับมา ขณะที่เวทอุทานอย่างแปลกใจเล็กน้อย”อ้าว กิ๊กเองหรอกเหรอ”

“สวัสดีค่ะ” เด็กสาวยกมือไหว้ แต่ไม่ยิ้มให้อย่างเคย

เวทยิ้มรับก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ด้านตรงข้าม “ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะ กิ๊กสบายดีหรือ”

“ก็ดีค่ะ” เด็กสาวตอบเสียงเบาๆ สีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย

เวทขมวดคิ้วเล็กน้อย” กิ๊กเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูซึมๆจังล่ะ ไม่สบายหรือเปล่า”

กิ๊กส่ายหน้า”เปล่าค่ะ”

“แต่พี่ว่าเป็นนะ” เวทยังตั้งข้อสังเกตตามนิสัย ” ปกติ กิ๊กไม่เป็นแบบนี้นี่ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า จะเล่าให้พี่ฟังก็ได้นะ”
ดวงตาของเด็กสาวเป็นประกายขึ้น” พี่เวท ห่วง…กิ๊ก เหรอคะ”
เวทมองหน้าเด็กสาวอย่าง งงๆ” ทำไมถามแบบนั้นล่ะ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”กิ๊กรีบปฏิเสธ ก่อนจะชวนคุยเรื่องอื่น”
พี่เวทมาอ่านหนังสือเหรอคะ”
“ใช่ พอดีช่วงนี้ใกล้สอบน่ะ”เวทตอบ” แล้วกิ๊กล่ะสอบเมื่อไหร่”

“สัปดาห์หน้าค่ะ”กิ๊กพูด” กิ๊กยังอ่านหนังสือไม่จบเลย แถมบางเรื่องก็ยังไม่เข้าใจด้วย พี่เวทช่วยติวให้หน่อยได้ไหมคะ” ท้ายประโยค เด็กสาวทำน้ำเสียงออดอ้อน
“เอ่อ…”เวทตัดสินใจไม่ถูก ใจจริงแล้วชายหนุ่มก็อยากจะช่วยเด็กสาวรุ่นน้องอยู่หรอก แต่เขาก็กลัวถ้าเขาใจดีติวหนังสือให้น้องกิ๊กแล้วตัวเองอ่านหนังสือสอบไม่ทันเนี่ย ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้นผลบุญที่ทำจะช่วยให้เขารอดหรือเปล่านี่สิ

ชายหนุ่มคิดพลางมองหน้าอีกฝ่ายก็เห็นดวงตากลมโตคู่งามนั้นมองมาที่เขา จนทำให้เขาเริ่มใจอ่อน “เอาอย่างนี้แล้วกัน พี่จะมาอ่านหนังสือที่นี่ทุกวัน ถ้ายังไงกิ๊กมานั่งอ่านกับพี่ก็ได้ ถ้ามีเรื่องไหนไม่เข้าใจ พี่จะอธิบายให้” เวทหาทางออกที่ดีที่สุดให้
“ขอบคุณมากค่ะ” กิ๊กพูดพร้อมกับยิ้มอย่างดีใจ จนเวทอดนึกเอ็นดูในท่าทางของเด็กสาวไม่ได้… (มีต่อ)

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)