ครั้งหนึ่งในความทรงจำ (บทที่หก)

ตอนเย็น หลังเลิกเรียน ทั้งสองเดินออกจากห้องไปที่ป้ายรถหน้าโรงเรียน เหมือนอย่างเช่นที่ทำอยู่ทุกเย็น เนื่องจากวันนี้ มีนต้องแวะไปหาหนังสือที่ห้องสมุดจนเกือบห้าโมงถึงเสร็จธุระ ทั้งสองจึงกลับช้ากว่าทุกวัน บนทางเดินนั้น คงมีเพียงเขาและเธอ เวทสังเกตว่าตั้งแต่พักเที่ยง ดูมีนเงียบผิดสังเกต จะว่าไม่พอใจที่เขาลืมเอาของขวัญมาให้ ก็ไม่น่าใช่ เพราะเวทก็สัญญาไปแล้วว่าจะเอาของขวัญมาให้ในวันพรุ่งนี้ เวทอยากถามว่าทำไมเธอจึงดูเงียบขรึม แต่เขาก็ไม่กล้าพอ จึงได้แต่เดินเงียบๆข้างๆเธอ สายลมหนาวพัดเอาใบไม้แห้งร่วงหล่นลงมา

“เวท”มีนเอ่ยขึ้น

“มีอะไรเหรอ”

 “พรุ่งนี้ เวทไม่ต้องเอาของขวัญวันเกิดมาให้มีนหรอกนะ”เด็กสาวพูดเสียงเรียบๆ

“ทำไมล่ะ”เวทใจแป้ว

“มีนว่า มีนชอบที่เวทพูดเมื่อตอนเช้านะ ความหวังดีเป็นความรู้สึกที่มาจากหัวใจและสื่อถึงได้ด้วยใจเท่านั้น ของขวัญที่เวทให้มีนเมื่อเช้านี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วล่ะ ถ้าหากเวทจะเอาของอื่นมาให้อีก ก็คงจะมีคุณค่าเทียบกับความหวังดีของเวทไม่ได้หรอก” เด็กสาวพูด

“มีนพูดจริงเหรอ”เวทมองคนที่เดินอยู่ข้างๆไม่แน่ใจ

มีนหันมามองหน้าเวท ดวงตาของคนทั้งสองสบกัน เวทรู้สึกว่าเขาเห็นรอยยิ้มอย่างจริงใจกับดวงตาที่เหมือนจะแฝงความหมายบางอย่างบนใบหน้างามนั้น

“จริงสิ” มีนพูด

เวทอึ้งอย่างคาดไม่ถึง “มีน…”เด็กหนุ่มพึมพำชื่อของเธอเบาๆพร้อมกับมองเธอ

“มีอะไรเหรอ” มีนเลิกคิ้ว

เวทรู้สึกตัวก่อนจะปฏิเสธ”เปล่าๆ..ไม่มีอะไรหรอก เดินต่อเถอะ” เวทเปลี่ยนเรื่อง ใจจริงนั้น เด็กหนุ่มเกิดความรู้สึกที่อยากบอกความในใจกับเธอเสียในตอนนี้ เวทอยากบอกว่าที่ผ่านมาเขาคิดอย่างไรกับเธอ แต่เขาก็ยังกลัว กลัวว่ามิตรภาพและสิ่งดีๆระหว่างเขากับเธอมันจะหายไปเพราะสิ่งที่เขาพูด เหมือนผีเสื้อแสนสวยที่หากเมื่อใดเอื้อมมือไปหมายจะจับ มันก็จะบินลับหายไป เวทถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจเก็บความในใจของเขาเอาไว้…. เหมือนเช่นที่เป็น

….. เวทมองดูแสงไฟข้างทาง ความคิดของชายหนุ่มกลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าดูคุ้นตา เวทหลับตาลงก่อนจะลืมตาช้าๆ อันเป็นเวลาเดียวกับที่รถเมล์คันนั้นจอดสนิทพอดี เวทก้าวลงจากรถอย่างสงบมองดูรอบๆและถอนใจ เฮ่อ นั่งรถเลยป้าย…อีกตามเคย….

เย็นวันหนึ่งที่โต๊ะตัวโปรดใต้อาคารติดริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเวทมักสิงสถิตอยู่เป็นประจำและวันนี้ก็เช่นกัน เวทมานั่งปล่อยอารมณ์ชมสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆตามลำพัง การทำแบบนี้มันเป็นวิธีช่วยสร้างสมาธิที่ดีอย่างหนึ่งก่อนการเข้าเรียน เวทมักทำแบบนี้เสมอ ยิ่งช่วงนี้ ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองมักขาดสมาธิบ่อยๆจนเกิดความเสียหายหลายอย่าง (โดยเฉพาะค่ารถกลับบ้าน) จึงต้องทำสมาธิให้มากๆ

“พี่เวท”เสียงใสๆดังขึ้นทำให้เวทออกจากฌาณสมาธิขั้นที่แปด และเห็นมารน้อยแสนสวยมานั่งให้เขาผจญอยู่เบื้องหน้า น้องกิ๊กนั่งยิ้มอยู่ข้างหน้าเขา
เด็กสาวเอามือทั้งสองข้างเท้าคางพร้อมกับเอียงคอเล็กน้อยจ้องหน้าเขาด้วยตากลมโต ใสแจ๋ว “พี่เวท  มานั่งทำอะไรเหรอคะ”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ พี่ก็แค่มานั่งเล่น  รอเวลาเรียนเท่านั้นเอง”เวทตอบก่อนจะถามบ้าง”ว่าแต่ กิ๊กล่ะ เลิกเรียนนานแล้วเหรอ”
“เลิกนานแล้วค่ะ แต่พอดี กิ๊กไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด แล้วอ่านเพลินไปหน่อย  เลยกลับช้า”กิ๊กพูด
“อ่านเพลินหรือแอบหลับกันแน่ครับ” เวทแกล้งพูด
“พี่เวทเนี่ยรู้ทันอยู่เรื่อยเลย กิ๊กโกรธแล้วนะ” กิ๊กแกล้งทำงอน

ท่าทางของน้องกิ๊ก ทำให้เวทอดนึกถึงมีนไม่ได้ เขาจำได้ว่ามีนเองก็ชอบทำแบบนี้บ่อยๆและเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเธอ แล้วเวทก็นึกขึ้นได้ว่า
เขาเองก็เจอกับน้องกิ๊กมาตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่เคยถามถึงมีนสักครั้งหนึ่ง อาจเป็นเพราะมัวแต่นึกถึงเรื่องอดีตบ่อยไปหน่อยจนลืมปัจจุบันไป น้องกิ๊กเองก็ไม่เคยพูดถึงมีนเลยสักครั้ง เวทนึกอยากรู้ว่าตอนนี้ มีน เป็นอย่างไรบ้าง แต่ก่อนที่เขาจะอ้าปากถามนั่นเอง ฟ้าก็เดินเข้ามาพอดี
“อ้าว เวท ทำไมมาเร็วจัง “หญิงสาวเหลือบมองดูนักศึกษาหญิงที่นั่งอยู่ด้วยแวบหนึ่ง ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆเวท “แหม มารอฟ้าเหรอจ๊ะ”
ฟ้าพูดพร้อมกับยกมือเกาะบ่าชายหนุ่มอย่างสนิทสนม

น้องกิ๊กมองดูการกระทำของหญิงสาว ด้วยสายตาที่ไม่พอใจนัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
เวททำสีหน้างุนงง ในอาการสนิทสนมผิดปกติของเพื่อนสาว “เอ่อ ฟ้า นี่น้องกิ๊ก น้องสาวของเพื่อนเวท”เวทกล่าวกับเพื่อนก่อนจะหันมาทางเด็กสาว” น้องกิ๊ก นี่เพื่อนพี่ชื่อ พี่ฟ้า”

น้องกิ๊กยกมือไหว้แต่ไม่พูดอะไร ขณะที่ฟ้ายิ้มหวานแต่ยังไม่ปล่อยมือจากบ่าของชายหนุ่ม
“สวัสดีค่ะ น้องกิ๊กเรียนคณะนี้เหรอคะ”ฟ้าทักทายพร้อมกับถาม
“ค่ะ”น้องกิ๊กตอบสั้นๆ
“เวท ฟ้าเริ่มหิวแล้วล่ะ ไปหาอะไรกินกันเถอะ”

ฟ้าหันไปชวนชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงออดอ้อนคล้ายตอนที่นางอิจฉาอ้อนพระเอกในละครหลังข่าว ก่อนจะหันกลับไปพูดกับน้องกิ๊กว่า “น้องกิ๊กไปทานด้วยกันไหมค่ะ”
“คงไม่ค่ะ พอดีกิ๊กจะกลับบ้านแล้ว”กิ๊กพูดเสียงห้วนๆพร้อมกับลุกขึ้น เด็กสาวไหว้ลารุ่นพี่ทั้งสองก่อนเดินออกไปอย่างเร็วโดยไม่มองหน้าเวทเลย
ฟ้ามองตามพร้อมกับยิ้ม ก่อนปล่อยมือจากบ่าของเวท “กะไว้แล้ว ไม่ผิดจริงๆด้วย” ฟ้าพูด
เวทงุนงง” วันนี้เป็นอะไรไปน่ะ ฟ้า ทำไมทำท่าแปลกๆแบบนี้ล่ะ” ชายหนุ่มถาม
จริงๆเวทเกือบจะถามแล้วว่า ผีเข้าหรือเมื่อเช้ากินยาลืมเขย่าขวด
“ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากทดสอบอะไรบางอย่างเท่านั้นเอง”หญิงสาวตอบยิ้มๆ
“ทดสอบอะไรของเธอ”เวทสงสัย
“ก็ทดสอบว่าน้องกิ๊กเค้าคิดยังไงกับเวทไงล่ะ”ฟ้าเฉลย
“แล้วตอนนี้ก็รู้ผลแล้วด้วย”หญิงสาวพูดอย่างภูมิใจราวกับตัวเองเป็นโคลัมบัสตอนค้นพบทวีปอเมริกา

เวทยังมีเครื่องหมายคำถามอยู่บนหน้า”หมา ยความว่าไง”
“ก็หมายความว่า น้องกิ๊กเค้าชอบเธอน่ะสิ เวท “ฟ้าพูด” ดูไม่ออกเหรอ
ว่าเมื่อกี้น้องเค้ามีอาการอย่างไรตอนเห็นที่เราทำแบบเมื่อกี้น่ะ”
เวทคิดตามอย่างช้าๆ ก่อนจะส่ายหน้า “ดูไม่ออก”
“เธอนี่ ช่างไม่รู้จักสังเกตบ้างเลย” ฟ้าดุ

ใครจะไปเก่งอย่างเธอล่ะ … ยัยนักสืบสมองเพชร เวทคิดในใจก่อนจะถามอีกฝ่ายว่า”บอกมาเหอะน่า  อย่าอมพะนำเลย เรายิ่งฟังก็ยิ่งงงนะ”
“เอางี้ เราพูดแบบสั้นๆเลยนะ เพราะเวลาน้อย เดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน “ฟ้าจ้องหน้าเพื่อน”
น้องกิ๊กเค้าชอบเธอ ชัวร์”……….

คืนนั้น หลังจากกลับมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพและไม่นั่งรถเลยป้าย

เวทอาบน้ำแต่งตัวและสวดมนต์เสร็จ ก่อนจะเอนหลังลงนอนบนเตียง ชายหนุ่มย้อนคิดไปถึงเรื่องที่เพื่อนสาวบอกเมื่อตอนเย็น..เวทไม่แน่ใจว่าฟ้าจะพูดถูก.เพราะเขาเองไม่ยักเห็นอย่างที่เพื่อนสาวบอก…. หรือบางทีอาจเป็นเพราะเขาไม่ทันสังเกตก็ได้ เวทนึกขำที่ว่า เขาต้องมาให้คนอื่นช่วยดูให้ว่าใครคิดอย่างไรกับเขา เวทยิ้มกับตัวเองก่อนจะพลิกตัวและหลับไป

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)