ครั้งหนึ่งในความทรงจำ (ตอนจบ)

ตามปกติ เวทถือว่า วันอาทิตย์เป็นวันหยุดส่วนบุคคล อันใครจะล่วงละเมิดมิได้ และเขาจะไม่ยอมออกจากบ้านวันนี้ง่ายๆด้วย ยกเว้นกรณีเดียว คือมีใครสักคนเลี้ยงข้าวฟรีเท่านั้น  แต่ในเมื่อครั้งนี้ มีนเป็นคนขอมาเอง มีหรือที่เวทจะปฏิเสธ ความรู้สึกเก่า ๆ เมื่อสมัยนักเรียน ครั้งที่เขายอมตามใจมีนทุกเรื่องก็ย้อนกลับมาตอนบ่ายโมงกว่า ที่ร้านกาแฟในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแถวลาดพร้าว  เวทกับมีนนั่งคุยกันพร้อมกับดื่มกาแฟไปด้วย เวทไม่ได้ถามมีนว่าทำไมเธอจึงเรียกเขาออกมา แต่ชายหนุ่มคิดเอาว่ามีนคงอยากจะคุยกับเขาอีกในฐานะเพื่อนสนิทที่ไม่เจอกันมานาน และที่เวทแอบหวังลึกๆก็คือ มีนอาจจะมีใจให้เขาบ้างก็ได้  ทั้งสองคุยกันถึงเรื่องเก่าๆสมัยเรียนและเรื่องที่แต่ละคนพบในช่วงที่ต่างก็ไม่ได้เจอกัน  

เวลาผ่านไปจนเลยบ่ายสาม จู่ๆมีนก็พูดขึ้นว่า “เวท มีนอยากเห็นทะเล เหมือนสมัยตอนเราเรียนมัธยม เราไป พัทยากันไหม”
เวทแทบสำลักน้ำที่กำลังดื่มอยู่”เมื่อกี้  มีนว่าไงนะ”

“ไปพัทยาไง”มีนพูดง่ายๆราวกับว่าพัทยานั้นเป็นสวนสยาม ทะเลกรุงเทพอย่างนั้นแหละ

“ถ้าไปตอนนี้ กว่าจะถึงก็เย็นแล้วนะ”เวทพูดด้วยน้ำเสียงปราม

“แล้วไงล่ะ” มีนย้อนกลับ “หรือเวทจะไม่ไป”

 “เอ่อ” เวทมองอีกฝ่ายหนึ่งอย่างลังเลเล็กน้อย นานแล้วที่ไม่มีใครทำแบบนี้กับเขา ทำแบบที่ว่านึกอยากจะทำอะไรตามใจก็ทำ โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น “ไปสิ”เวทตอบตกลงในที่สุด ….

      หกโมงครึ่งเย็นวันนั้น ที่ริมหาดทราย ก่อนดวงอาทิตย์กำลังจะตกดิน แสงสุดท้ายของวันจับอยู่ที่แผ่นฟ้าและผืนน้ำ มีนกับเวทเดินคู่กันมาตามหาดทราย เงาของทั้งคู่ทอดยาวลงบนผืนทราย ชั่วขณะหนึ่ง หญิงสาวหยุดเดินและนั่งลงกับพื้น ทอดสายตามองไปยังภาพอาทิตย์อัสดงเบื้องหน้า     

“สวยนะ”มีนพูดสั้น ๆ

“หือ” เวทยังฟังไม่ถนัดเนื่องจากเพิ่งมีนักท่องเที่ยวสาวต่างชาติผิวขาวหุ่นดีแต่งตัวเซ็กซี่ เดินผ่านไปเมื่อครู่ ”มีนว่าอะไรเหรอ”

“มีนว่า พระอาทิตย์สวยดี”หญิงสาวพูด

ไม่สวยเท่ามีนหรอก…ถ้าเป็นสมัยมัธยม เวทคงพูดคำนี้ไปแล้ว แต่ตอนนี้ เขารู้สึกว่าเขาห่างไกลช่วงวัยที่จะยิงมุขเห่ยๆ เน่าๆ เชยๆแบบเดิมอีกแล้ว  ชายหนุ่มจึงทำแค่เพียงมองตามสายตาของหญิงสาวไปเท่านั้นเอง

“เวท”มีนเรียก ทำให้ชายหนุ่มหันมา

“มีอะไรหรือ” เวทถาม

“เวทจำของที่เวทให้เราตอนเราย้ายบ้านได้ไหม”มีนถาม

“จำได้สิ”เวทรีบตอบรับ ไปก่อน ทั้งๆที่จริงๆยังนึกไม่ออก

“จำได้จริงน่ะเหรอ”หญิงสาวหันมามองพร้อมกับทำเสียงคล้ายรู้ทัน

“บันทึก ..ใช่ไหมล่ะ”โชคดีที่เขานึกออกพอดี แต่ทันทีที่นึกขึ้นได้ ชายหนุ่มก็เย็นวาบไปทั้งตัว เพราะเขาจำได้ด้วยว่าบันทึกเล่มนั้นไม่ใช่บันทึกเปล่า แต่มันเป็นสมุดที่เขียนเหตุการณ์ทุกอย่างตั้งแต่วันแรกที่เขากับมีนได้เจอกันจนถึงวันสุดท้ายที่จากกันเอาไว้ ที่จริงตอนนั้นเขาเคยคิดว่าบางทีเขาอาจไม่ได้เจอกับมีนอีก เลยถือโอกาสมอบบันทึกเรื่องราวให้เธอไว้ เพื่อที่เธอจะได้ไม่ลืมเขา ครั้นพอต้องมาเจอกันอีกที บันทึกนั่นจึงทำให้เขาพูดอะไรไม่ออกขึ้นมา

“ใช่…ทุกครั้งที่มีนเปิดอ่านบันทึกนั่น มีนก็นึกไปถึงเรื่องที่พวกเราเคยทำเมื่อตอนมัธยมทุกทีเลย”หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามเย็น ขณะที่เวทมองดูทะเลอย่างเงียบๆเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

“ตอนนั้น เวทคิดอย่างไรกับเราหรือ”จู่ๆหญิงสาวถามขึ้นดื้อๆ ทำเอาเวทตั้งตัวไม่ติด ชายหนุ่มแกล้งทำเป็นเฉไฉโดยย้อนถามอีกฝ่ายว่า” ตอนนั้นน่ะ ตอนไหนเหรอ”

หญิงสาวยิ้ม”ก้อ ตอนมัธยมไง ”

“ก้อ….”เวทเกิดอาการพูดไม่ออกขึ้นมากะทันหัน เพราะไม่คิดว่าจู่ๆจะเจอคำถามแบบนี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาอาจจะเคยนึกเสียดายที่ไม่ได้สารภาพความในใจกับหญิงสาวไปเสียตั้งแต่ตอนมัธยม แต่ครั้นพอมีโอกาสอีกครั้งเข้าจริงๆ เวทก็กลับไม่อาจพูดอย่างที่คิดได้ บางทีอาจจะเป็นเพราะเรื่องของเวลาที่เขากับเธอนั้นจากกันนานเกินไป หรือไม่ก้อเป็นเพราะยังกลัวในผลตอบรับของเธอ หรือไม่ก็เพราะ…..

“ถ้าพูดไม่ถูก เวทไม่ต้องตอบเราก็ได้”หญิงสาวพูดขึ้น “ที่จริง มีนก็ถามไปอย่างนั้นแหละ”

“เหรอ”เวทไม่รู้จะพูดอะไรดีไปกว่าคำนี้แล้ว

มีนทอดสายตาไปเบื้องหน้าสายลมพัดเส้นผมของเธอปลิวสยาย“ แต่มีนก็ขอบคุณเวทมากนะ ที่ให้ช่วงเวลาดีๆกับมีนในเวลานั้น ”
เวทได้แต่มองอีกฝ่ายอย่างเงียบๆเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี

ครู่ต่อมา หญิงสาวก็ลุกขึ้นยืน ปัดเม็ดทรายที่ติดอยู่กับขากางเกง ยกมือเสยผมที่ปรกหน้าอยู่ ก่อนจะพูดขึ้นว่า” มีนหิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันดีกว่า”หญิงสาวดึงแขนเวทให้ลุกขึ้น “เร็วๆเข้า”

เวทลุกตามแรงฉุดอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินตามหญิงสาวกลับไปที่รถ……….

….”ไอ้บ้าเอ๊ย ทำไมงี่เง่าแบบนี้วะ”ต่อด่าเมื่อฟังเรื่องจบ “เค้าอุตสาห์ถามนำ แล้วทำไมเอ็งไม่สารภาพเสียเลยวะ เป็นข้าหน่อยไม่ได้”

“ไม่รู้สิพี่” เวทพูด” ที่จริงผมก็เคยนึกเสียดายที่ไม่ได้บอกเค้าตั้งแต่ตอนนั้นนะ แต่พอมีโอกาสอีกครั้งจริงๆ ทำไมมันกลับพูดไม่ออกก็ไม่รู้”

“แบบนี้พี่ว่า ท่าทางเอ็งคงไม่ได้ชอบเค้าแล้วล่ะมั้ง”ต่อตั้งข้อสังเกต

“ถ้าผมไม่ได้ชอบเค้าแล้ว ทำไมครั้งแรกตอนที่ผมเจอน้องสาวของมีน ถึงทำให้ผมคิดถึงมีนได้ล่ะ”เวทแย้งกลับ

“พี่จะไปรู้ใจเอ็งได้ไงวะ”ต่อว่า”แต่เรื่องนั้น ไม่สำคัญหรอกว่ะไอ้น้อง ที่สำคัญน่ะนะ ตอนนี้เอ็งคิดถึงใครกันแน่” หนุ่มรุ่นพี่กล่าวทิ้งท้าย……….

     หลังแยกกับรุ่นพี่แล้ว เวทยังเก็บคำพูดของอีกฝ่ายมาคิดอยู่ เขาเองก็ยังสงสัยตัวเองอยู่เหมือนกันว่า ที่จริงแล้ว ตอนนี้ใครกันแน่ที่เขาคิดถึง และนั่นเองที่ทำให้ชายหนุ่มนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ มาถึงตอนนี้เวทเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า นับแต่วันที่เขาเจอกับมีนอีกครั้งหนึ่งนั้น เขาไม่เคยเจอหน้าน้องกิ๊กหรือได้รับโทรศัพท์จากน้องกิ๊กอีกเลย เมื่อคิดมาถึงตรงนี้แล้ว เวทก็เริ่มมองเห็นคำตอบแล้ว….

“พรุ่งนี้ มีนจะกลับออสเตรเลียแล้วล่ะ”หญิงสาวบอกกับเวท ขณะที่ทั้งสองนั่งคุยกันในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง

“ เหรอ “เวทวางแก้วเครื่องดื่มลง “ยังไม่ถึงเดือนเลย จะกลับแล้วหรือ เพิ่งเจอกันแค่แป๊ปเดียวเอง”

“ใครบอกไม่ถึงเดือน มีนมาอยู่ตั้งเดือนกว่าแล้วนะ” มีนอมยิ้ม” คุยกันเกือบทุกวัน ยังไม่หายคิดถึงอีกเหรอ”   

เวทไม่ตอบ แต่ยิ้มและถามขึ้นว่า “แล้วพรุ่งนี้ กลับกี่โมงล่ะ ”

“เครื่องออก เที่ยงคืนน่ะ จะไปส่งหรือเปล่า”มีนพูดยิ้มๆ

“เอาแค่ฝากใจไปส่งแทนก็แล้วกัน ได้ไหม”เวทบอก

มีนหัวเราะเบาๆ พร้อมกับใช้ช้อนคนกาแฟในแก้ว ก่อนจะยกขึ้นดื่ม” เวทนี่ยังปากหวานเหมือนเดิมเลยนะ แบบนี้คงมีแฟนเยอะแยะเลยล่ะสิ”

“ไม่หรอก จนถึงตอนนี้เรายังไม่มีเลยซักคน”เวทตอบตามตรงพร้อมกับทำตาเศร้า ๆ

“ไม่มีหรือไม่ยอมหา กันแน่” มีนว่า ”มีนหาให้เอาไหม”

“เอาสิ แต่ขอน่ารัก น่ารักแบบมีนนะ ไม่งั้นเวทไม่เอาด้วย” ชายหนุ่มพูดต่ออย่างนึกสนุก

“จะเอาน่ารักแบบมีนเหรอ” หญิงสาวเอามือเท้าคางแกล้งทำท่านึก ”สงสัยจะยากหน่อยนะ เพราะแบบมีนเนี่ย มีคนเดียวในโลกนะ”

“จริงเร้อ” เวทย้อนถามยิ้ม ๆ แม้ว่าในใจก็คิดแบบนั้นจริง ๆ

“แต่ถ้าจะเอาที่คล้ายๆมีนก็พอมีนะ” หญิงสาวเอียงคออมยิ้ม ”ก็น้องกิ๊ก น้องสาวของมีนไง”

ประโยคสุดท้ายของหญิงสาวทำเอาเวทถึงกับอึ้งไป…………

      นั่นเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายก่อนที่มีนจะกลับไป หลังจากหญิงสาวไปแล้ว ชายหนุ่มก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติเช่นเดิม สำหรับเวท ช่วงเวลาที่ได้เจอกับมีนอีกครั้ง นั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีและมีความสุขสำหรับเขา และที่สำคัญ ก็คือเขาได้รับคำตอบของเรื่องที่คาใจเขามานานตั้งแต่ครั้งเรียนมัธยมแล้ว มาถึงตอนนี้เขาได้ข้อสรุปแล้วว่า เรื่องของเขากับมีนในตอนนั้นเป็นความทรงจำที่แสนจะสวยงาม และตอนจบของมันก็นับว่าเหมาะสมดีที่สุดแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มเติมอะไรอีก

มันจริง อย่างที่ใคร ๆ มักจะพูดกันบ่อยๆว่า เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยน ไม่เว้นแม้แต่ความรู้สึก และสำหรับเวทเอง ความรู้สึกของเขาที่มีต่อมีนในตอนนี้ ก็เปลี่ยนไปจากความรู้สึกในตอนนั้นแล้วเช่นกัน…..

      หลายสัปดาห์ต่อมา ในเย็นวันหนึ่งเวทเดินมาที่คณะ ก่อนเวลาเรียนราวชั่วโมงเศษ ชายหนุ่มไปนั่งยังที่ประจำของเขาและเปิดตำราที่เอามาเพื่ออ่านทบทวนและฆ่าเวลาก่อนเข้าเรียน หลังอ่านไปได้ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงสนทนาของสาวๆดังมาจากข้างหลัง นักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่งเดินผ่านมาทางโต๊ะที่เขานั่ง อยู่พอดี และเมื่อเวทเห็นน้องกิ๊กเดินอยู่รั้งท้ายกลุ่มนั้น ชายหนุ่มก็รีบลุกขึ้นไปทักทายทันที

“น้องกิ๊ก”เวทร้องเรียก

เด็กสาวหันกลับมา แววตาแสดงความดีใจวูบหนึ่งก่อนจะกลับเป็นอย่างเดิม

“ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ”เวทพูด”สบายดีหรือเปล่า”

“ก็สบายดีค่ะ ไม่เจ็บไม่ไข้”เด็กสาวตอบเรียบๆ

เวทรู้สึกสะดุดหูในน้ำเสียงของอีกฝ่าย ”งั้นก็ดีแล้วล่ะ”ชายหนุ่มพูด” พี่ไม่ได้เจอกิ๊กมาหลายวัน ก็เลยเป็นห่วงน่ะ”

ดวงตาของเด็กสาวมีประกายแจ่มใสขึ้นมา”พี่เวทเป็นห่วงกิ๊ก จริงๆเหรอคะ”

“อ๊ะ ก็จริงน่ะสิ”เวทพูดพร้อมกับจ้องตาสาวน้อยตรงหน้า

น้องกิ๊กหลบสายตาชายหนุ่ม แก้มทั้งสองข้างเป็นสีชมพูระเรื่อเล็กน้อย ครู่หนึ่งเด็กสาวก็พูดขึ้นว่า”เอ่อ..พี่เวทคะ กิ๊กถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”

เวทเลิกคิ้วทั้งคู่ขึ้น ”ถามอะไรหรือ”

“เอ่อ…” กิ๊กทำท่าเหมือนพยายามรวบรวมความกล้า ก่อนจะตัดสินใจถามว่า” พี่เวทยังชอบพี่มีนอยู่หรือเปล่าคะ”

“ทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะ” เวทมองเด็กสาว

“คือ…คือ” กิ๊กพยายามไม่สบตาอีกฝ่าย” คือกิ๊กไม่เห็นพี่เวทไปส่งพี่มีน เมื่อวันที่พี่มีนกลับออสเตรเลีย น่ะคะ กิ๊กก็เลย…เลย..อยากรู้”

“อยากรู้..ไปทำไมเหรอ” เวทถามพร้อมกับยิ้ม

“อยากรู้…เฉย..เฉย …..ค่ะ” กิ๊กตอบด้วยเสียงแผ่วเบาที่สุด แก้มทั้งสองข้างเป็นสีชมพูระเรื่อ

“ ก็ชอบนะ..” เวทตอบก่อนจะหยุดนิดนึงเพื่อสังเกตอาการของผู้ฟัง สีหน้าน้องกิ๊กเหมือนจะสลดลงเมื่อได้ยินดังนั้น “แต่แบบเพื่อนน่ะ”

น้องกิ๊กเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตมีประกายแวววาว” แต่เมื่อก่อน พี่เวทเคยชอบพี่มีนเขามากไม่ใช่ เหรอคะ”

“แล้วกิ๊กรู้ได้ไงหรือ “ เวทถามอย่างสงสัย

“กิ๊กอ่านจากบันทึกที่พี่ให้พี่มีนน่ะค่ะ” เด็กสาวตอบเสียงคล้ายรู้สึกผิด

เวทมองหน้าเด็กสาว ก่อนจะพูดว่า” มันเป็นเรื่องของอดีตน่ะ พี่กับพี่มีนไม่ได้เจอกันมานานมากแล้ว ความรู้สึกหลายอย่างก็เปลี่ยนไป แล้วก็อีกอย่าง พี่ก็รู้ว่าพี่มีนเขาไม่เคยคิดกับพี่มากกว่าคำว่า เพื่อน “ เวทถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายหนึ่ง“แต่พี่ก็ยอมรับนะว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่พี่ได้ทำในตอนนั้น พี่ก็รู้สึกมีความสุขทุกครั้ง และมันก็คงจะเป็นความทรงจำที่ดีของพี่ตลอดไป“

“พี่เวท..” น้องกิ๊กจะจับมืออีกฝ่ายเพื่อเป็นกำลังใจ แต่ก็เปลี่ยนใจลดมือลง

เวทยิ้มก่อนจะก้มลงดูนาฬิกาข้อมืออย่างนึกขึ้นได้ “เออ พี่ต้องไปก่อนนะ ได้เวลาเข้าเรียนแล้วล่ะ”เวทบอก

“ถ้างั้นก็ โชคดีนะคะ วันหลังเจอกันค่ะ” น้องกิ๊กพูดพร้อมกับยิ้มให้

“เช่นกันครับ” เวทยิ้มตอบก่อนจะเดินไปที่โต๊ะและหอบตำราขึ้นมา

กิ๊กยืนอยู่ที่เดิมและมองตามชายหนุ่มที่เดินขึ้นอาคารเรียนจนลับตาไป  ……… 

     เกือบสี่ทุ่มแล้ว แต่กิ๊กยังคงนั่งพิมพ์ไดอารี่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊คที่โต๊ะหัวเตียง เด็กสาวมองดูนาฬิกาที่หน้าจอบอกเวลาเกือบสี่ทุ่ม กิ๊กจบประโยคสุดท้ายของวันนี้ ก่อนจะปิดเครื่อง และเดินมาที่เตียงนอน ตรงหัวเตียงของเด็กสาว สมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่  ที่หน้าปกสมุดนั้นเขียนด้วยหมึกสีชมพู ว่า
                   มอบให้มีน จากเราเอง…..เวท

กิ๊กหยิบสมุดนั้นขึ้นมา พร้อมกับนึกไปถึงคนที่เขียนสมุดบันทึกเล่มนี้ นับแต่วันแรกที่เธอได้อ่าน เด็กสาวก็รู้สึกประทับใจกับสิ่งต่างๆที่ผู้ชายชื่อ เวท ทำให้กับพี่สาวของเธอ จนเป็นจุดกำเนิดของความรู้สึกทั้งหมดที่เธอมีต่อเขาในวันนี้ 

เด็กสาวไม่รู้หรอกว่า สุดท้ายแล้ว เรื่องราวของเธอกับเขา จะจบลงในรูปแบบใด แต่อย่างน้อย ทุกสิ่งที่เป็นอยู่ในวันนี้ ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆและคงจะกลายเป็นความทรงจำดีๆสำหรับตัวเธอ ตลอดไป

       ………..กิ๊กยิ้มให้กับตัวเอง ขณะวางสมุดเล่มนั้นอย่างบรรจงยังที่เดิม ก่อนจะปิดไฟ…………………
      
      เที่ยงวันเสาร์ ที่ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าย่านลาดพร้าว เวทกำลังนั่งดื่มน้ำผลไม้และคุยกับต่อ เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทที่สุดของเขาอยู่ ทั้งคู่สนทนาเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปเป็นการฆ่าเวลารอเพื่อนคนอื่นๆที่ยังมาไม่ถึง ก่อนจะเข้าสู่ประเด็นที่ต่อสนใจ คือเรื่องของเวทกับมีน

ครู่หนึ่งของการสนทนา ต่อเอ่ยขึ้นว่า”เออ เวท พี่ถามอะไรหน่อยสิ”

“ถามอะไรเหรอพี่”

“ตกลง เอ็งไม่ชอบมีนเค้าแล้วใช่ไหมวะ”

เวทมองดูแก้วน้ำผลไม้ก่อนจะพูดขึ้น “ที่จริงตอนนั้นผมก็ชอบเค้ามากนะครับ แต่พอมาเจอกันอีกที ผมกลับรู้สึกเหมือนเขาเป็นเพื่อนเก่าคนหนึ่งมากกว่า”

“อืมงั้นเหรอ” ต่อทำเสียงในลำคอ ”เวลาเปลี่ยน ความรู้สึกเปลี่ยนว่างั้นเถอะ”

“ก็ไม่เชิงหรอกพี่” เวทพูด ”ผมว่า ตอนนั้นมันเป็นความรู้สึกแบบเด็กมากกว่า แล้วผมก็ไม่ได้เจอเขานานมากแล้ว พูดกันตามจริงผ่านไปหลายปีนี่ ผมเพิ่งจะได้กลับมาเจอกับเขาอีกครั้งหนึ่ง มันก็ดีนะครับ แต่ผมก็คิดว่า ถ้าผมจะชอบมีนได้อีกก็คงจะต้องใช้เวลาเจอกันใหม่ให้มากกว่านี้ ผมคงไม่ชอบใครสักคนเพียงเพราะเรื่องราวเก่าๆหรอกครับ”

“ตอบซะยาวยืดเชียวนะเอ็ง” ต่อพูด ”โอเค เรื่องมีน จบไปแล้ว แล้วน้องกิ๊กล่ะ ว่าไง”

“ไม่รู้สิฮะ”เวทสารภาพตามตรง” จนถึงตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าผมคิดยังไงกับเค้า คงต้องใช้เวลาอีกสักพักมั้งครับ ถึงจะรู้คำตอบ”

ต่อทำหน้าหมั่นไส้อีกฝ่าย” เล่นตัวเหลือเกินนะมึง พ่อหล่อเลือกได้”

“สำหรับผมนะพี่ ความรัก มันไม่ได้จู่ ๆ ก็เกิดขึ้นมาทันทีทันใดหรอกนะครับพี่ และผมก็ไม่ได้รักใครแค่เพราะเขาสวย หรือเพราะเขานิสัยดี หรือแค่เพราะเขามาชอบผม แต่การที่ความรักจะเกิดขึ้นได้ มันต้องมาจากความรู้สึกของทั้งฝ่ายที่ตรงกันต่างหาก” เวทพูด

“พี่ล่ะอิจฉาเอ็งชะมัด อยากรู้จริงๆเลยว่าทำไมน้องเค้าถึงมาชอบเอ็งได้” ต่อพูด ” เอ็งไม่ลองถามน้องเค้าดูบ้างวะ”

“เพื่ออะไรล่ะพี่” เวทย้อนกลับ

ก็เพราะกูอยากรู้นะสิวะ….ต่อคิดในใจ แต่ไม่ได้พูดออกมา เพราะรู้สึกว่ามันจะมากไปนิดนึง

“ผมว่า ไม่จำเป็นหรอกพี่ แล้วสักวันหนึ่ง ผมก็คงได้คำตอบเองนั่นแหละ” เวทว่า

ต่อถอนหายใจด้วยความเสียดายที่อดรู้เรื่อง “งั้นเท่าที่ฟัง ๆ มาเนี่ยนะ เอ็งยังไม่ชอบน้องกิ๊กล่ะสิ”

“ก็คงงั้นมั้งฮะ”

“งั้นดีเลย ขอเบอร์น้องกิ๊กให้พี่เหอะวะ ไหน ๆ เอ็งก็ไม่เอาแล้ว พี่จีบแทนก็แล้วกัน” ต่อพูดเอาดื้อ ๆ

“ไม่ได้หรอกพี่ เดี๋ยวน้องเค้าจะว่าผมเอา” เวทรีบปฏิเสธ ” อีกอย่างเกิดวันหน้าไม่แน่ผม อาจชอบน้องเค้าก็ได้ ใครจะไปรู้”

“แบบนี้มันกั๊กนี่หว่า” ต่อว่า ”ถ้างั้นก็ตามสบายเหอะเอ็ง พี่ไปหาเอาตามร้านเซเว่นก็ได้วะ”

“เบอร์หญิงเหรอพี่” เวทตาโตอย่างสนใจ

“สโมคกี้ไบท์โว้ย เอาไว้กินแก้เซ็งตามประสาคนไม่มีแฟนว่ะ” ต่อตอบหน้าตาเฉย 
                                                  ………..

อวสานจ้า

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)