ไดโนเสาร์แห่งอเมริกาใต้

ปัจจุบันมนุษย์รู้จักไดโนเสาร์เป็นอย่างดีและหลายชนิดก็กลายเป็นขวัญใจของผู้คนจำนวนมาก ทว่าส่วนใหญ่ของพวกมันเป็นชนิดพันธุ์ที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ หากแต่ในโลกยุคเมโสโสอิกนั้นไดโนเสาร์ปรากฏอยู่ทั่วทุกทวีปบนโลก และทวีปอเมริกาใต้ก็เป็นอีกดินแดนหนึ่งที่พวกมันครอบครอง

(ทิวทัศน์อเมริกาใต้ยุคครีตาเชียส)

ในยุคครีตาเชียสซึ่งเป็นยุคสุดท้ายของมหายุคเมโสโสอิกทวีปต่าง ๆ ของโลกได้แยกจากกันจากเดิมที่มีสองทวีปในยุคจูราสสิกคือลอเรเซียที่อยู่ทางเหนือและกอนนด์วานาที่อยู่ทางใต้โดยทวีปใหม่ที่เกิดขึ้นนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มซีกโลกเหนือซึ่งเกิดจาการแยกตัวของทวีปลอเรเซียประกอบด้วยอเมริกาเหนือยุโรปและแผ่นดินใหญ่ของเอเชีย ส่วนอีกกลุ่ม คือ กลุ่มซีกโลกใต้ที่เกิดจากการแยกตัวของทวีปกอนด์วานาซึ่งประกอบด้วยอเมริกาใต้แอฟริกาอนุทวีปอินเดียออสเตรเลียและแอนตาร์คติกา

ลองจินตนาการย้อนไปถึงโลกยุคครีตาเชียสตอนปลายเมื่อ 100 ล้านปีที่แล้วบนแผ่นดินที่ปัจจุบัน คือ ดินแดนพาตาโกเนียของทวีปอเมริกาใต้ท้องทุ่งกว้างใหญ่ถูกปกคลุมด้วยไม้พุ่มซึ่งมีวิวัฒนาการขึ้นมา ในยุคนี้ดอกไม้หลากสีปรากฏให้เห็นทั่วไปขณะที่ในผืนป่านั้นเต็มไปด้วยต้นสนเรดวู้ดและต้นไม้ยักษ์นานาชนิด พรรณไม้เหล่านี้กลายเป็นอาหารของสัตว์กินพืชขนาดยักษ์หลายชนิดและตัวที่ใหญ่ที่สุดของดินแดนแห่งนี้ คือ อาเจนติโนซอรัส

(ฝูงอาเจนติโนซอรัส)

ด้วยความยาว 40 เมตรความสูงถึงไหล่เกือบ 16 เมตรและน้ำหนักกว่า 100 ตัน ทำให้อาเจนติโนซอรัสเป็นนักกินพืชตัวมหึมา อย่างไรก็ตามคอที่ยาวอาจทำให้พวกมันมีปัญหาในเรื่องการส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง ซึ่งในกรณีนี้นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าหากอาเจนติโนซอรัสจะส่งเลือดไปเลี้ยงสมองได้มันต้องมีหัวใจซึ่งมีกล้ามเนื้อขนาด 6 ตันซึ่งดูจะเป็นไปได้ยาก พวกเขาจึงคิดว่าอาเจนติโนซอรัสน่าจะแก้ปัญหานี้ด้วยการชูคอในระดับเดียวกับลำตัวและหากินใบไม้ที่อยู่ในระดับความสูงไม่เกินจากหัวไหล่มากกว่าที่ชูคอขึ้นสูงแบบพวกยีราฟ

ซากฟอสซิลที่พบบอกให้รู้ว่ายักษ์กินพืชเหล่านี้น่าจะอาศัยอยู่รวมเป็นฝูงแบบเดียวกับช้างแม้ว่าพวกมันหนึ่งตัวอาจจะหนักพอๆกับช้างทั้งโขลงความที่สภาพภูมิประเทศในอเมริกามีพืชพรรณขึ้นอยู่กระจัดกระจายพวกคอยาวเหล่านี้จึงมักออกเดินหากินเป็นวงกว้างเพื่อให้มีอาหารพอเลี้ยงร่างกายขนาดยักษ์ของพวกมัน

(ไจแกนโนโทซอรัส)

แม้ว่าจะใหญ่โตขนาดนั้นแต่อาเจนติโนซอรัสก็ยังมีศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวนั่นคือ ไจแกนโนโทซอรัส เทอโรพอดนักล่าขนาดยักษ์ที่ยาวเกือบ 14 เมตร และหนักถึง 8 ตัน ฟันที่มีลักษณะสั้นและแคบทำให้เหมาะที่จะใช้เฉือนเนื้อจากเหยื่อกรามที่แข็งแรงทำให้มันกลายเป็นนักล่าที่น่ากลัวทว่าเมื่อเทียบกับอาเจนติโนซอรัสแล้ว ไจแกนโนโทซอรัสก็ยังเล็กมากพอๆกับสิงโตเทียบกับช้างอาฟริกา นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าในการล่าเหยื่อขนาดยักษ์แบบนั้นพวกมันน่าจะรวมฝูงกันแบบเดียวกับพวกสิงโตล่าช้าง โดยจะแยกเหยื่อที่หมายตาออกจากฝูงและล้อมไว้จากนั้นก็พุ่งเข้าไปฉีกเนื้อและถอยออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งเหยื่อเสียเลือดและล้มลงขาดใจตาย

อย่างไรก็ตามการล่าเหยื่อขนาดยักษ์อาจจะไม่ใช่เป้าหมายที่น่าพิสมัยของไจแกนโนโทซอรัสมากนักโดยเฉพาะเมื่อมีอาหารขนาดพอดีคำวิ่งเพ่นพ่านอยู่ทั่วไปดินแดนอเมริกาใต้ เมื่อ 100 ล้านปีก่อนมีไดโนเสาร์กินพืชมากมายไม่แพ้ทวีปอเมริกาเหนือโดยเฉพาะพวกซอโรพอดขนาดกลางที่สูญพันธุ์ไปเกือบหมดจากอเมริกาเหนือตั้งแต่สิ้นยุคจูแรสสิกแต่กลับยังมีอยู่มากมายในอเมริกาใต้อย่างเช่น ไททันโนซอรัสที่หนักราวสิบตันหรือเท่ากับช้างตัวโต ๆ พวกมันอาศัยอยู่รวมเป็นฝูงใหญ่และสร้างรังวางไข่ในทุ่งโล่งเป็นนิคมขนาดมหึมาที่มีรังนับพันโดยหลังออกจากไข่

(ไททันซอรัส)

ลูก ๆ ของพวกไททันโนซอรัสมักตกเป็นอาหารของสัตว์นักล่าหลายชนิด เช่น จระเข้บกและออนีธอเลสซึ่งเป็นไดโนเสาร์นักล่าขนาดพอ ๆ กับไก่งวงพวกคอยาวตัวจิ๋วเหล่านี้จะรีบวิ่งเข้าป่าเพื่อใช้เป็นที่หลบภัยและหากินจนกว่ามันจะโตพอที่จะเอาตัวรอดได้จากนักล่าเหล่านั้นอย่างไรก็ตามไททันโนซอรัสที่โตเต็มวัยก็ยังไม่อาจต้านทานนักล่าขนาดยักษ์อย่างไจแกนโนโทซอรัสได้อยู่ดี

(อามากาซอรัส)

ย้อนกลับไปในช่วงต้นของยุคครีตาเชียสเมื่อราว 130 ล้านปีก่อนมีซอโรพอรูปร่างประหลาดอยู่ชนิดหนึ่งนั่นคืออามากาซอรัสที่มีแผงกระดูกใหญ่ทอดยาวจากคอไปจนถึงส่วนหลังขนาดของมันเล็กกว่าไททันโนซอรัสนิดหน่อยและแผงกระดูกบนหลังก็อาจไม่ใช่เครื่องป้องกันตัวที่ดีนักแต่น่าจะมีประโยชน์ในการดึงดูดเพศตรงข้ามหรือไม่ก็ใช้สำหรับปรับอุณหภูมิของร่างกายมากกว่าอามากาซอรัสเป็นซอโรพอดที่มีชีวิตอยู่ในช่วงต้นของยุคครีตาเชียสและน่าจะสูญพันธุ์ไปในช่วง 110 ล้านปีก่อน

(อีกัวนาดอน)

ในช่วงปลายยุคครีตาเชียสนั้นนอกจากพวกซอโรพอดแล้วอเมริกาใต้ยังมีไดโนเสาร์กินพืชกลุ่มออนิธิสเชียนหรือพวกที่เดินกึ่งสองกึ่งสี่ขาอย่างเช่น อีกัวนาดอนและไครโทซอรัสที่และเล็มกัดกินไม้พุ่มในทุ่งโล่งและป่าละเมาะพวกกินพืชเหล่านี้หนักเพียง 3 – 4 ตัน และพบอยู่ทั่วโลกในช่วงเวลานั้นขนาดของมันเมื่อเทียบกับซอโรพอดยักษ์อย่างอาเจนติโนซอรัสแล้วก็นับว่าเล็กกว่ามาก ซึ่งทั้งอีกัวนาดอนและไครโทซอรัสนี้นับเป็นเหยื่อชั้นดีของนักล่าร่างยักษ์อย่างไจแกนโนโทซอรัสเลยทีเดียว

(ฝูงไครโทซอรัส กำลังกินไม้พุ่ม)

นอกจากพวกยักษ์ใหญ่อเมริกาใต้เมื่อ 100 ล้านปีที่แล้วยังมีไดโนเสาร์ขนาดเล็กอีกหลายชนิดอย่างเช่น แกสพารินีซอรา ที่ขนาดเท่ากับคนตัวเล็ก ๆ และอาศัยอยู่รวมเป็นฝูงในป่าเพื่อหลบภัยจากนักล่า พาตาโกไนคัสที่มีขนาดเท่ากับนกอีมูและมองดูคล้ายนกกระเทศกระดูกขาที่ยาวเรียวและโคร่งร่างที่ปราดเปรียวแสดงให้เห็นว่าพวกมันน่าจะเป็นนักวิ่งฝีเท้าจัดของยุคไดโนเสาร์

(แกสพารินีซอร่า)

(พาตาโกไนคัส)

สำหรับนักล่าที่ดูแปลกประหลาดที่สุดของยุคนี้ คงไม่พ้น คาร์โนทอรัส มันปรากฏขึ้นเมื่อราว 90 -95 ล้านปีก่อน ชื่อของมันแปลว่ากระทิงกินเนื้อมันมีหน้าสั้นคล้ายหมาบลูด๊อกและมีเขาสั้นหนึ่งคู่ที่เหนือตาซึ่งเป็นที่มาของชื่อนี้คาร์โนทอรัสเป็นนักล่าขนาดกลางสูงราว 10 ฟุตและหนักประมาณสองตัน

(คาร์โนทอรัส)

ขาคู่หน้าของมันสั้นมากจนไม่น่าจะใช้ทำอะไรได้จากซากฟอสซิลที่พบแสดงให้เห็นว่าสัตว์ชนิดนี้น่าจะหากินตามพื้นที่ใกล้ชายฝั่งทะเลนอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังได้ค้นพบฟอสซิลผิวหนังของคาร์โนทอรัสและพบว่ามันมีลักษณะเหมือนกับผิวหนังของกิ้งก่าคามีเลียนซึ่งมีความสามารถในการเปลี่ยนสีผิวตัวเองให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมจึงเป็นไปได้ว่าพวกคาร์โนทอรัสอาจจะเปลี่ยนสีผิวตัวเองได้เช่นกันซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ในการพรางตัวเพื่อออกล่าเหยื่อในป่า

(เมกาแรปเตอร์)

นักล่าอีกชนิดหนึ่งของอเมริกาใต้ที่น่าหวาดกลัวและปรากฏขึ้นในช่วงเวลาใกล้กับคาร์โนทอรัสคือเมกาแรปเตอร์ที่สูงเกือบสามเมตรพร้อมกรงเล็บขนาดยักษ์ซึ่งเป็นอาวุธสังหารที่มีประสิทธิภาพซึ่งหากพวกมันออกล่าแบบรวมฝูงแล้วก็คงจะรุมสังหารซอโรพอดขนาดมหึมาอย่างอาเจนติโนซอรัสได้อย่างไม่ยากเย็น

(ยูเนนลาเกีย ไดโนเสาร์กินเนื้อ ขนาดเล็ก ที่มีเส้นขนและช่วงแขนที่คล้ายนก)

นอกจากบรรดาไดโนเสาร์ที่ได้เอ่ยถึงไปแล้วทวีปอเมริกาใต้ยังมีไดโนเสาร์ชนิดอื่น ๆ อยู่อีกมาก ซึ่งการค้นคว้าของเหล่านักโบราณชีววิทยาได้ช่วยเปิดเผยโฉมหน้าของโลกดึกดำบรรพ์บนดินแดนแห่งนี้ให้เป็นที่รับรู้มากขึ้นพร้อมกับฟอสซิลใหม่ ๆ ของไดโนเสาร์ที่ยังคงถูกค้นพบอย่างต่อเนื่อง

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)