อาฟริกายุคดึกดำบรรพ์


เรื่องราวของไดโนเสาร์แห่งทวีปอาฟริกานั้นยังมีการค้นคว้ากันค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับทวีปอื่น ๆ ทว่าแม้เหล่าไดโนเสาร์และสัตว์โลกล้านปีของอาฟริกาจะถูกเผยโฉมหน้าช้ากว่าในหลายส่วนของโลก แต่ที่นี่ก็มีสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

ทวีปอาฟริกากำเนิดขึ้นจากการแยกตัวของมหาทวีปกอนด์วานาในยุคครีตาเชียส ซึ่งนับจากช่วงเวลาดังกล่าว พวกไดโนเสาร์ก็เริ่มมีวิวัฒนาการที่โดดเด่นแตกต่างจากทวีปอื่น ๆ และต่อไปนี้คือบางส่วนของไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่อาศัยอยู่ในดินแดนนี้

สไปโนซอรัส

เริ่มจากตัวแรก คือ สไปโนซอรัส ซึ่งเป็นสัตว์บกกินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลกยุคไดโนเสาร์ พวกมันปรากฏขึ้นบนโลกเมื่อ 100 ล้านปีแล้ว นักล่าชนิดนี้มีความยาวจากหัวจรดหางกว่า 15 เมตรและหนักราว 9 ตัน ที่หลังของมันมีแผงกระโดงสูงถึงสองเมตรทอดยาวตลอดแนวสันหลัง กระโหลกศีรษะของสไปโนซอรัสดูคล้ายกับจระเข้ทั้งยังมีฟันเป็นรูปกรวยแบบเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีแขนขนาดใหญ่พร้อมกรงเล็บแหลมคมสำหรับใช้จับเหยื่อ สไปโนซอรัสเป็นไดโนเสาร์ในกลุ่มเดียวกับบารีออนิกซ์ซึ่งเป็นพวกนักล่าปลาและสัตว์น้ำ อย่างไรก็ตาม นอกจากสัตว์น้ำแล้ว พวกสไปโนซอรัสก็คงจะล่าไดโนเสาร์ชนิดต่าง ๆ กินเป็นอาหารด้วย

คาชาโรดอนโทซอรัโจมตีพาราไลไตตัน

ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดยักษ์อีกชนิดหนึ่งของทวีปอาฟริกาก็คือ คาชาโรดอนโทซอรัส หรือ “กิ้งก่าฟันฉลาม” มันมีรูปร่างเล็กกว่าสไปโนซอร์นิดหน่อยและอยู่ร่วมสมัยเดียวกัน โดยคาชาโรดอนโทซอรัสมีความยาวราว 14 เมตรและหนักประมาณ 8 ตัน ขาหน้ามีขนาดเล็กและมีนิ้วสามนิ้ว รูปศีรษะค่อนข้างใหญ่พร้อมกรามที่ทรงพลัง ฟันรูปร่างคล้ายกริชของมันเหมาะกับการเฉือนเนื้อและแสดงถึงความเป็นนักล่าที่น่าสะพรึงกลัวของไดโนเสาร์กินพืชชนิดต่าง ๆ

เดลตาโดรมีอัส

นอกจากนักล่าขนาดยักษ์ทั้งสองแล้ว อาฟริกาเมื่อ 100 ล้านปีก่อนยังมีนักล่าขนาดย่อมที่น่าจะร้ายกาจไม่แพ้กันอยู่ด้วย นั่นคือ เดลตาโดรมีอัส หรือ “นักวิ่งแห่งปากแม่น้ำ” ไดโนนักล่าชนิดนี้ยาว 7.6 เมตร มีแผงสันหลังยาวตรงและช่วงขาเรียวยาวแสดงถึงการเป็นนักล่าที่ปราดเปรียว แม้ว่าอาจไม่ทรงพลังอย่างเจ้ายักษ์ทั้งสองที่กล่าวไปแล้ว แต่เดลตาโดรมีอัสก็มีความว่องไวและน่าจะเป็นประโยชน์ในการไล่ล่าเหยื่อในทุ่งราบ ขณะที่ไดโนเสาร์นักล่าหลายชนิดออกตระเวนหาเหยื่อของมัน

อูราโนซอรัส

อาฟริกาในยุคนี้ยังเป็นที่อยู่ของไดโนเสาร์กินพืชหลายชนิดอย่าง อูราโนซอรัส หรือ กิ้งก่าผู้กล้าหาญ ซึ่งเป็นไดโนเสาร์เดินสองขากินพืชน้ำหนักราวสองตัน มันอยู่ในตระกูลเดียวกับอีกัวนาดอน แต่ดูแปลกประหลาดกว่า เนื่องจากอูราโนซอรัสมีแผงกระโดงอยู่บนหลังคล้ายกับของสไปโนซอรัส นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า แผงหลังดังกล่าวน่าจะใช้ประโยชน์ในการปรับอุณหภูมิเลือดหรือบางทีอาจเพื่อดึงดูดเพศตรงข้ามก็ได้

พาราไลไตตัน

นอกจากพวกกินพืชที่เดินสองขาแล้ว อาฟริกายังมีซอโรพอดคอยาวอีกหลายชนิดรวมทั้งยักษ์ใหญ่อย่าง พาราไลไตตัน ที่มีขนาดมหึมา โดยมีความยาวเกือบ 40 เมตรและน้ำหนักกว่า 90 ตัน นักวิทยาศาสตร์คิดว่า พาราไลไตตันคงอยู่รวมกันเป็นฝูงแบบเดียวกับพวกซอโรพอดชนิดต่างๆ ขนาดมหึมาของมันเป็นอาวุธชั้นดีในการป้องกันตัวจากพวกนักล่า ซึ่งหากพวกไดโนนักล่าอย่างคาชาโรดอนโทซอรัสจะสังหารพาราไลไตตันได้นั้นคงต้องร่วมมือกันหลายตัวกว่าจะล้มเหยื่อตัวนี้ได้

ไนเจอร์ซอรัส

ก่อนหน้ายุคของพาราไลไตตัน อาฟริกามีซอโรพอดที่มีขนาดเล็กกว่า อย่างเช่น ไนเจอร์ซอรัส ซึ่งมีความยาวราว 15 เมตร มันมีชีวิตอยู่เมื่อ 110 ล้านปีที่แล้ว ลักษณะเด่นของมันคือ ปากที่ดูคล้ายพลั่วพร้อมกับฟันหลายร้อยซี่ที่เรียงชิดกันเป็นแนว ไนเจอร์ซอรัสมีขากรรไกรที่ตรงและกว้างซึ่งช่วยให้สามารถก้มปากลงจรดพื้นดินได้ อย่างไรก็ตาม กระดูกตรงตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่ต่อระหว่างกรามกับกระโหลกของมันบอบบางมาก ทำให้มันมีแรงกัดไม่มากนัก นักวิทยาศาสตร์คิดว่า พวกไนเจอร์ซอรัสน่าจะกินพวกพืชอ่อนนุ่มตามริมน้ำเป็นอาหาร โดยคอที่ยาวของมันช่วยให้มันสามารถกินอาหารได้เป็นวงกว้างโดยไม่ต้องขยับตัวไปไหน

แม้ว่าในยุคที่ไนเจอร์ซอรัสมีชีวิตอยู่นั้น ยังไม่มีนักล่าร่างยักษ์อย่างคาชาโรดอนโทซอรัสและสไปโนซอรัส แต่ก็มีนักล่าที่น่าสะพรึงกลัวไม่แพ้กันอยู่ นั่นคือ แอฟโฟรเวเนเตอร์ ซึ่งหมายถึง “นักล่าแห่งอาฟริกา” มันมีความยาว 9 เมตรพร้อมฟันยาว 5 เซนติเมตรที่คมราวใบมีด ทั้งยังมีขาหน้าที่ทรงพลังซึ่งมีเล็บโค้งคมสามนิ้ว รูปร่างของมันคล้ายกับอัลโลซอรัส นักล่าสุดยอดแห่งยุคจูราสสิก และแน่นอนว่า แอฟโฟรเวเนเตอร์ย่อมเป็นนักล่าที่น่าสะพรึงกลัวในช่วงเวลาของมันเช่นกัน

แอฟโฟรเวเนเตอร์

นอกจากไดโนเสาร์แล้ว อาฟริกายังมีสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่น่าสนใจอีกพวกหนึ่ง นั่นคือ พวกจระเข้ดึกดำบรรพ์ โดยเริ่มจากนักล่าขนาดยักษ์อย่าง ซาโคซูคัส ที่ยาวถึง 50 ฟุต พร้อมขากรรไกรยาวและแข็งแกร่งกับฟันคมกริบ ซึ่งนอกจากจะล่าปลาขนาดใหญ่เป็นอาหารแล้ว จระเข้ยักษ์เหล่านี้ยังดักซุ่มรอในลำน้ำและลากไดโนเสาร์ที่ไม่ระวังตัวลงไปเป็นอาหารของมันด้วย

ซาโคซูคัส

จระเข้ดึกดำบรรพ์อีกหลายชนิดของอาฟริกาอาจไม่ได้มหึมาอย่าง ซาโคซูคัส แต่ก็มีลักษณะที่โดดเด่นและที่สำคัญคือ พวกมันเป็นจระเข้บก ซึ่งจระเข้เหล่านี้จะมีขายาวเหมาะสำหรับการวิ่ง จระเข้บกพวกนี้มีทั้งพวกที่กินเนื้อและพวกกินพวกมันมีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกัน เช่น จระเข้บกชนิดกินเนื้อที่มีชื่อเรียกเล่น ๆ ว่า บอร์คร็อค มีความยาวหกเมตรและมีเขี้ยวยาวคล้ายหมูป่า

ในภาพด้านซ้าย คือ บอร์คร็อค

ส่วนพวกที่ชื่อ แร๊ตคร็อค ก็มีฟันคู่หนึ่งยื่นมาจากขากรรไกรล่างคล้ายหนูและน่าจะใช้สำหรับขุดหารากพืชกิน นอกจากนี้ยังมีพวกจระเข้บกที่มีปากคล้ายเป็ด และพวกที่มีขายาวเก้งก้างกับจมูกยื่นไปข้างหน้าคล้ายสุนัขด้วย

แร๊ตคร็อค

เมื่อเปรียบเทียบกับเรื่องราวของไดโนเสาร์ในหลายทวีปอย่างเช่น อเมริกาเหนือและยุโรป คงไม่ผิดนักหากจะพูดว่า โลกดึกดำบรรพ์ของทวีปอาฟริกานั้นยังมีความท้าทายที่รอการค้นพบอยู่อีกมากและแน่นอนว่าที่นี่ยังคงมีไดโนเสาร์ชนิดใหม่ ๆ อีกมากมาย ซึ่งรอให้นักโบราณชีววิทยาขุดค้นซากฟอสซิลของพวกมันขึ้นมาให้ชาวโลกได้รู้จักกัน

 

Related posts:

One thought on “อาฟริกายุคดึกดำบรรพ์

  • กันยายน 15, 2012 at 12:12 am
    Permalink

    ไม่น่าเชื่อว่าในอดีต จะมีจระเข้หน้าตาประหลาดๆแบบนี้เยอะแยะไปหมด โลกนี้น่าพิศวงจริงๆ

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)