สิงโตภูเขา (Mountain lion)

ชื่อวิทยาศาสตร์:Puma concolor

ลักษณะ : สิงโตภูเขามีชื่อเรียกแตกต่างไปในแต่ละพื้นที่ เช่น  พูม่า คูก้า เสือดำ (PANTHER) สีขนเป็นสีน้ำตาลอมเหลืองแต่ในบางพื้นที่อาจเป็นสีเทา เมื่อยังเล็กจะมีลายจุดตามลำตัวซึ่งจะหายไปเมื่อโตขึ้น เว้นเฉพาะแต้มดำตรงสองข้างแก้มที่จะติดตัวตลอดชีวิต  เมื่อโตเต็มที่สิงโตภูเขาตัวผู้จะยาวประมาณ 8 ฟุต และหนักราว 65 กิโลกรัม ส่วนตัวเมียจะเล็กกว่า มันมีกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงและสามารถปีนป่ายโขดหินได้ดี

ถิ่นอาศัย : พบได้ทั่วไปในหลายพื้นที่ทั้งทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ โดยสิงโตภูเขาสามารถอาศัยอยู่ในภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่ภูเขา ทุ่งหญ้า เขตหนองบึง ป่าดงดิบและทะเลทราย

อุปนิสัย : สิงโตภูเขาชอบอาศัยอยู่ตามลำพัง ยกเว้นพวกที่ยังโตไม่เต็มที่ซึ่งจะยังอยู่กับแม่และพี่ ๆ น้อง ๆ ของมันจนกว่าจะโตพอที่จะออกหากินตามลำพังได้  สิงโตภูเขาตัวผู้ที่โตเต็มวัยจะมีอาณาเขตหากินกว้างราว 100 – 150 ตารางกิโลเมตร พวกมันจะทำเครื่องหมายบอกเขตแดนด้วยการใช้เล็บกวาดเศษใบไม้ และเศษดินมากองรวมกันจากนั้นจึงจะถ่ายปัสสาวะลงบนกองดิน โดยมากอาณาเขตของตัวผู้จะกว้างกว่าและครอบคลุมอาณาเขตของตัวเมียหลายตัว เหยื่อของสิงโตภูเขา มีตั้งแต่กระต่าย กวาง แรคคูน ไก่ป่า รวมทั้งปลาและแมลงปีกแข็ง  ทุกครั้งที่ล่าเหยื่อขนาดใหญ่ได้  หลังจากกินอิ่มแล้วสิงโตภูเขาจะเอาดิน และเศษใบไม้กิ่งไม้กลบฝังซากนั้น และกลับมากินต่อจนกว่าจะหมด

การสืบพันธุ์ : สิงโตภูเขาจะมีลูกประมาณ 2 – 4 ตัว ต่อครั้ง อัตราการรอดชีวิตของลูกอ่อนจนโตเต็มที่จะอยู่ที่ประมาณ 25- 30 เปอร์เซนต์ โดยลูกสิงโตที่ยังเล็กจะตกเป็นเหยื่อของนักล่าอย่างนกอินทรี และหมาป่า รวมทั้งอาจถูกฆ่าโดยสิงโตภูเขาตัวผู้ด้วย

สถานภาพ : ในสมัยก่อนสิงโตภูเขาถูกมองว่าเป็นศัตรูของปศุสัตว์ จึงถูกล่าเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ความต้องการหนังสิงโตในธุรกิจขนสัตว์ ยังทำให้พวกมันถูกล่าเพิ่มขึ้นอีกจนพวกมันได้สูญพันธุ์ไปในหลายพื้นที่  ปัจจุบันนี้ การล่าสิงโตภูเขาได้ลดลงเนื่องจากมีการออกกฏหมายคุ้มครอง จึงทำให้พวกมันเพิ่มจำนวนมากขึ้น

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)