แพะถ้ำ (Cave goat)

นับแต่ยุคน้ำแข็ง แพะชนิดนี้เคยอาศัยอยู่ในหมู่เกาะบาเลียริคของสเปน ซึ่งตั้งอยู่แถบตะวันตกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยพบในเกาะเมเจอร์คาและเกาะไมนอร์คา ก่อนจะสูญพันธุ์ไปเมื่อ 5,000 ปีก่อน และแม้ว่ามันจะดูคล้ายแพะ ทว่าจากการศึกษาทางพันธุกรรมได้พบว่า พวกแพะถ้ำมีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับแกะมากกว่าแพะถ้ำมีความสูงจากพื้นถึงไหล่ราว 50 ซม. และอาจจะหนักประมาณ 50 – 70 กิโลกรัม หางค่อนข้างยาวเมื่อเทียบสัดส่วนกับลำตัว มันมีขาสั้นกว่าสัตว์ในตระกูลเดียวกันซึ่ง แสดงให้เห็นว่า พวกมันอาจวิ่งได้ไม่เร็วนัก แต่เนื่องจากบนเกาะที่พวกมันอาศัยอยู่ ไม่มีนักล่าอื่นใดยกเว้นนกล่าเหยื่อบางชนิดที่จะสามารถทำอันตรายได้ก็แต่กับลูกแพะตัวเล็กๆ เท่านั้น ดังนั้นพวกมันจึงไม่ต้องวิ่งเร็วมากนัก

(กระโหลกแพะถ้ำ)

สำหรับการสูญพันธุ์ของแพะถ้ำนั้น นักวิทยาศาสตร์บางคนกล่าวว่า มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มก็กล่าวว่า การสูญพันธุ์ของแพะชนิดนี้มีสาเหตุมาจากมนุษย์ ซึ่งในเวลาต่อมา แนวคิดของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหลังได้รับการยอมรับมากกว่า โดยมีการพบหลักฐานของการตั้งชุมชนในยุคหินใหม่บนหมู่เกาะบาเลียริคซึ่งเป็นที่อยู่ของแพะถ้ำ และพบกระดูกแพะจำนวนมากในถ้ำที่มนุษย์ยุคนั้นเคยอาศัยอยู่ ร่องรอยจากกระดูกเหล่านี้บอกให้รู้ว่า พวกมนุษย์ในยุคหินใหม่ได้จับแพะเหล่านี้มาเลี้ยงไว้ระยะหนึ่งก่อนจะฆ่ากินเป็นอาหาร

ซึ่งหลักฐานดังกล่าวนี้ ระบุว่า มนุษย์ในยุคแรกมีพยายามจะเลี้ยงแพะเหล่านี้แต่ต้องประสบความล้มเหลวโดยอาจเป็นเพราะพวกมันไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ในคอกเลี้ยง หรืออาจมีการขยายพันธุ์ในอัตราที่ต่ำ ไม่ทันต่อความต้องการเนื้อเพื่อใช้เป็นอาหาร เมื่อการเพาะเลี้ยงไม่ประสบความสำเร็จ แพะถ้ำจึงถูกล่ามากขึ้นเรื่อยๆเพื่อใช้เป็นอาหารเลี้ยงประชาการบนเกาะที่เพิ่มขึ้น จนในที่สุดพวกมันก็ต้องสูญพันธุ์ไป

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)