เสือโคร่ง (ภาค2) ก่อนลายพยัคฆ์จะสิ้นสูญ

ติดตามสถานการณ์ทั่วโลกของเจ้าแมวยักษ์ลายพาดกลอน ซึ่งครองตำแหน่งนักล่าสุดยอดแห่งทวีปเอเชีย ทว่าทุกวันนี้ เสือโคร่งสายพันธุ์ต่างๆ กำลังเผชิญหน้ากับภาวะวิกฤตที่คุกคามพวกมันอย่างรุนแรง จนอาจจะทำให้นักล่าผู้งามสง่าแห่งพงไพรชนิดนี้ ต้องสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปก่อนสิ้นศตวรรษ

(เสือโคร่งไซบีเรีย)

นับแต่ช่วงปลายของศตวรรษที่แล้วเป็นต้นมา หน่วยงานอนุรักษ์ทั้งของรัฐและเอกชนในหลายประเทศได้พยายามที่จะอนุรักษ์เสือโคร่งเอาไว้ ทว่าการภารกิจดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเสือโคร่งต้องการผืนป่าที่กว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์รวมทั้งมีเหยื่อมากพอ ในขณะที่ทวีปเอเชียซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของพวกมัน เป็นทวีปที่มีประชากรมากที่สุดในโลกและมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความต้องการที่ดินเพื่อการเพาะปลูกเพิ่มมากขึ้น จนส่งผลให้ป่าถูกทำลายไปเรื่อย ๆ

นอกจากการสูญเสียแหล่งอาศัยแล้ว ปัญหาที่คุกคามเสือโคร่งอย่างรุนแรง คือ การลักลอบล่าเพื่อเอาชิ้นส่วนอวัยวะ โดยนอกจากผืนหนังอันงดงามแล้ว ยังมีความเชื่อด้วยว่า อวัยวะหลายส่วนของเสือโคร่งสามารถใช้เป็นอาหารบำรุงกำลังชั้นยอดได้ ซึ่งมีตลาดใหญ่ที่รับซื้อ อยู่ในประเทศจีน ว่ากันว่าในจีนนั้น หากชาวนาสามารถยิงเสือได้สักตัวหนึ่ง เขาจะขายมันได้เงินมากพอ ๆ กับรายได้ตลอดทั้งปีของพวกเขาทั้งครอบครัว ซึ่งด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้เสือโคร่งจีนใต้ถูกล่าจนหมดไปจากธรรมชาติ ส่วนเสือโคร่งไซบีเรียก็ถูกล่าอย่างหนักจนหายไปจากพื้นที่ส่วนใหญ่และหลายครั้งที่นายพรานจากจีนจะลอบข้ามพรมแดนเข้าไปยิงเสือในรัสเซีย นอกจากนี้ยังมีการลักลอบล่าเสือสายพันธุ์อื่น ๆ ในต่างประเทศ โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเข้ามาขายยังตลาดมืดในจีนด้วย


(เสือโคร่งเบงกอล)

ในอินเดีย การคุ้มครองอย่างจริงจังช่วยให้เสือโคร่งเบงกอลเพิ่มจำนวนขึ้น ทว่าปัญหาสำคัญคือแหล่งอาศัยของพวกมันกลับมีไม่เพียงพอ ทั้งนี้แม้อินเดียจะมีเขตสงวนจำนวนมาก ทว่าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยว โดยมีชุมชนล้อมรอบและถูกตัดขาดจากผืนป่าอื่นๆ ความหนาแน่นของจำนวนเสือในเขตสงวนบางแห่ง ทำให้เสือต้องออกมาหากินนอกพื้นที่ โดยประมาณกันว่า มีเสือโคร่งหนี่งในสามออกมาอยู่นอกเขตสงวนและหลายครั้งที่พวกมันเข้าโจมตีสัตว์เลี้ยงและมนุษย์ แม้ว่ารัฐบาลอินเดียจะจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้เสียหายทว่าบางครั้งชาวบ้านผู้สูญเสียก็เลือกที่จะแก้แค้นด้วยการฆ่าเสือเหล่านี้

(เสือในป่ารานฎัมโบร์ ประเทศอินเดีย)

ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้มีความพยายามที่จะย้ายเสือโคร่งจากพื้นที่ที่มีพวกมันอยู่หนาแน่นไปยังพื้นที่ที่ไม่มีเสือ ทว่ากลับไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า เสือจำนวนมากจะพยายามกลับไปยังถิ่นเดิมของมันแม้ว่าจะถูกจับย้ายออกมาแล้ว นอกจากนี้ ยังมีปัญหาในเรื่องการปรับตัวของเสือในพื้นที่ใหม่ด้วย ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้นักอนุรักษ์ได้หาหนทางใหม่สำหรับการอยู่รอดของเสือโดยการพยายามสร้างพื้นที่ฉนวนหรือแนวป่าเล็ก ๆ ที่ปลอดการรบกวนจากมนุษย์ สำหรับเป็นเส้นทางอพยพตามธรรมชาติให้เสือเดินทางจากป่าสงวนแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งได้ อย่างไรก็ตาม ความหนาแน่นของประชากรมนุษย์ในอินเดียทำให้การสร้างเส้นทางอพยพของเสือโคร่งทำได้ค่อนข้างยาก

นอกจากอินเดียแล้ว เสือเบงกอลยังพบในเนปาล ภูฏานและบังกลาเทศ เสือในภูฎานจะยังไม่ถูกคุกคามมากนักเนื่องจากประชากรที่นี่ค่อนข้างเบาบางและยังผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์อยู่มากพอ ส่วนในเนปาลนั้น แม้ว่าจะมีเขตสงวนหลายแห่งเป็นที่อยู่อันเหมาะสมของเสือโคร่ง ทว่าประชากรมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นได้ส่งผลให้เกิดการรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่สงวนบ่อยๆ ส่งผลให้การเผชิญหน้าระหว่างเสือโคร่งและมนุษย์เพิ่มขึ้น ซึ่งหลายครั้งลงเอยด้วยจุดจบของชีวิตเสือ ขณะที่ในบังกลาเทศนั้น ปัญหาดังกล่าว ดูเหมือนจะรุนแรงยิ่งกว่า เนื่องจากบังกลาเทศมีประชากรมากขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติมีไม่เพียงพอ ความต้องการที่ทำกินเพื่อความอยู่รอด บีบให้ชาวบ้านต้องบุกรุกเข้าไปในป่าของเสือ ความเครียดจากการเผชิญหน้ากับมนุษย์และการลดน้อยลงของเหยื่อตามธรรมชาติ ทำให้เสือโคร่งจำนวนมากเข้าโจมตีและสังหารมนุษย์ ซึ่งหลายครั้งที่ผู้คนก็ตอบโต้พวกมันกลับด้วยความรุนแรงเช่นกัน


(หุบเขาฮูกองในพม่า)

สำหรับเอเชียอาคเนย์ แม้ว่าการบุกรุกป่าและลักลอบล่าสัตว์จะทำให้เสือโคร่งอินโดจีนในผืนป่าของ ลาว กัมพูชาและเวียตนามลดจำนวนลง  แต่ก็ยังมีผืนป่าแห่งหนึ่งที่นักอนุรักษ์มองว่า น่าจะเป็นความหวังที่สำคัญของการอนุรักษ์เสือพันธุ์นี้ โดยผืนป่าดังกล่าว คือ หุบเขาฮูกองที่อยู่ทางตอนเหนือของพม่า ซึ่งมีเนื้อที่ป่าเกือบ 18,000 ตารางกิโลเมตร อย่างไรก็ตาม แม้สภาพโดยรวมของที่นี่จะอุดมสมบูรณ์และยังมีสัตว์ป่าจำนวนมาก แต่หุบเขาฮูกองก็ยังคงมีปัญหาจากการบุกรุกถางป่าเพื่อทำการเกษตรรวมทั้งการเข้ามาทำเหมืองทองขนาดใหญ่ในพื้นที่ สัตว์บางประเภทโดยเฉพาะกวางและหมูป่าที่เป็นอาหารหลักของเสือ ถูกล่าอย่างหนักเพื่อนำเนื้อไปขายแก่ผู้คนหลายหมื่นที่อพยพเข้ามาอยู่ในพื้นที่โดยรอบ จนสัตว์ป่าเหล่านี้ลดจำนวนลง

การมีเหยื่อเหลืออยู่น้อย ส่งผลให้ประชากรเสือโคร่งในหุบเขาฮูกองมีจำนวนไม่มาก โดยอาจมีอยู่ประมาณ 30 ตัวเท่านั้น นักอนุรักษ์ของหน่วยงานเอกชนได้ประสานงานกับรัฐบาลพม่าเพื่อคุ้มครองเสือโคร่งและสัตว์ป่าอื่น ๆ ในหุบเขา โดยการกำหนดพื้นที่บางส่วนให้ชาวบ้านสามารถเข้าไปหาประโยชน์จากป่าได้ ทั้งการจับปลา ตัดไม้บางประเภท และการล่าสัตว์ป่าเพื่อบริโภคในครัวเรือน แต่ห้ามการล่าสัตว์เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด ทั้งยังกำหนดพื้นที่บางส่วนเป็นเขตหวงห้ามด้วย ซึ่งหากโครงการดังกล่าวประสบผลสำเร็จ ก็จะทำให้หุบเขาฮูกองกลายเป็นบ้านหลังใหญ่ของเสือโคร่งได้

(เสือโคร่งอินโดจีน)

การใช้กฏหมายที่เข้มงวดของมาเลเซีย ช่วยให้เสือโคร่งอินโดจีนกว่า 500 ตัว ยังดำรงชีวิตอยู่ในผืนป่าบนแหลมมลายูได้อย่างสงบสุข ขณะที่ในบางแห่ง อนาคตของเสือก็ดูเหมือนดีขึ้นจากเดิม เช่นในกรณีของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งในประเทศไทย ที่การอนุรักษ์ประสบผลจนมีเสือโคร่งอินโดจีนเพิ่มจำนวนขึ้นจาก 20 ตัวเป็น 60 ตัวภายในยี่สิบปีที่ผ่านมาและอาจมีอีกเกือบ 100 ตัวในผืนป่าตะวันตกซึ่งมีเนื้อที่มากกว่าถึง 6 เท่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น จำนวนของเสือโคร่งโดยรวมของไทยกลับลดลงจากเดิม 250 เหลือไม่ถึง 200 ตัว ซึ่งสาเหตุมาจากการที่เสือในพื้นที่ส่วนอื่นของประเทศถูกลักลอบล่า รวมทั้งการที่ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าหลายแห่งลดลง จนไม่อาจเป็นแหล่งอาศัยของเสือได้

(เสือโคร่งสุมาตรา)

สำหรับในอินโดนีเซีย ปัญหาการลักลอบล่ากำลังคุกคามเสือโคร่งสุมาตราอย่างร้ายแรง เกาะความที่ราคาของซากเสือในตลาดมืดสูงมาก ทำให้เสือตกเป็นเป้าหมายของพรานเถื่อนและชาวบ้านผู้ยากไร้ และบางครั้งแม้แต่เสือในสวนสัตว์ก็ยังถูกพรานลอบเข้ามาฆ่าและขโมยซากออกไปด้วย นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของประชากรมนุษย์บนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยเพียงแห่งเดียวของพวกเสือ ก็ส่งผลให้ผืนป่าถูกเปลี่ยนเป็นไร่นาและสวนปาล์มน้ำมันทำให้ที่อยู่ของเสือสายพันธุ์นี้ลดน้อยลงจนน่าเป็นห่วง

แนวทางที่การอนุรักษ์เสือโคร่งจะประสบความสำเร็จได้นั้น ก็คือ การทำให้เสือสามารถขยายพันธุ์ได้มากขึ้นในแหล่งอาศัยธรรมชาติ ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว แผนการอนุรักษ์จะต้องครบคลุมภารกิจต่างๆได้แก่การปกป้องพื้นที่อาศัยของเสือโคร่งและการพัฒนาชุมชนที่อยู่โดยรอบ เพื่อให้ชาวบ้านสามารถอยู่รอดได้โดยไม่ต้องบุกรุกป่า การกำหนดพื้นที่ฉนวนสำหรับเป็นเส้นทางอพยพตามธรรมชาติของเสือ เพื่อให้เกิดผลดีต่อการกระจายพันธุ์ของพวกมัน การคุ้มครองเสือและสัตว์ป่าที่เป็นเหยื่อของมันด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการลักลอบล่า อีกทั้งยังต้องดำเนินการปราบปรามขบวนการค้าสัตว์ป่าซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการลักลอบล่าสัตว์ด้วย

ทุกวันนี้ มีเสือโคร่งอยู่ในที่เพาะเลี้ยงต่างๆประมาณ 13,000 ตัว หรือคิดเป็นสี่เท่าของประชากรเสือในธรรมชาติ เสือเหล่านี้ส่วนใหญ่สูญสิ้นสัญชาติญาณนักล่าและไม่สามารถเอาตัวรอดได้ในธรรมชาติ คงน่าเศร้าหากวันหนึ่งเสือโคร่งต้องกลายสภาพจากนักล่าผู้งามสง่าเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงที่น่าสมเพชในกรงขังของมนุษย์หรือแปรสภาพเป็นเครื่องประดับและเมนูบำรุงกำลังในภัตตาคารเปิบพิสดาร

สุดท้าย ความหวังที่เสือโคร่งจะยังคงอยู่ในป่าธรรมชาติด้วยความสง่างามสมศักดิ์ศรีของนักล่า ก็คงอยู่ที่ความร่วมมือและความพยายามของมนุษย์ ซึ่งหากเรายังต้องการให้เสือยังคงมีอยู่และพยายามทำทุกสิ่งเท่าที่พอจะทำได้เพื่อเป้าหมายนี้ บางที เสือโคร่งก็อาจจะยังคงอยู่คู่โลกใบนี้ต่อไปได้

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)