เสือจาร์กัว จ้าวแห่งอเมซอน (THE JAGUAR’S DAY)

จาร์กัว เป็นสัตว์ที่ทรงพลัง และสง่างาม ครั้งหนึ่งในอดีตพวกมันได้รับการยกย่อง ในความดุร้ายและกล้าหาญ พวกแอซเท็ค (AZTEC) ใช้เสือจาร์กัวเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญของเหล่านักรบ ไม่เฉพาะแต่พวกแอซเท็คเท่านั้น เรื่องราวของเสือจาร์กัวยังมีปรากฏอยู่ในศิลปะ 

และเรื่องเล่าของชนพื้นเมืองแทบจะทุกเผ่า ตั้งแต่เม็กซิโกไปจนถึงแถบลุ่มน้ำอเมซอน สำหรับในครั้งนี้เราจะพาท่าน ไปยังป่าดงดิบแห่งอเมซอน เพื่อพบกับเรื่องราวของมัน รวมทั้งสัตว์ป่าอื่น ๆ ในดินแดนนี้

ป่าฝนอเมซอน มีพื้นที่ 6 ล้านตารางกิโลเมตร ครอบคลุมบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำอเมซอนเกือบทั้งหมด อาณาเขตส่วนใหญ่ของป่าฝนแห่งนี้ อยู่ในประเทศบราซิล ป่าฝนอเมซอนได้ชื่อว่าเป็น พื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุด นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพื้นที่แห่งนี้มีสัตว์และพืช ที่ยังไม่ถูกค้นพบอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยความกว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้ป่าฝนแห่งนี้เป็นบ้านของสัตว์ป่าหลากชนิด และหนึ่งในสัตว์ป่าที่น่าเกรงขามที่สุดก็คือ เสือจากัวร์ (JAGUAR)

เรื่องราวของเราเริ่มต้นในเช้าวันหนึ่งของป่าฝน เมื่อจากัวร์หนุ่มตัวหนึ่งตื่นจากการพักผ่อน และเริ่มออกหาอาหาร แม้จะมองผ่าน ๆ คล้ายเสือดาว แต่เสือจากัวร์กลับเป็นเสือต่างชนิดกัน ข้อแตกต่างระหว่างเสือทั้งสองชนิดนี้ อยู่ที่ลวดลายบนลำตัว โดยเสือดาวนั้นจะมีรอยแต้มเป็นขยุ้มสีดำ บนพื้นหนังสีเหลืองอมน้ำตาลทั่วลำตัว ในขณะที่เสือจากัวร์ จะมีลายตามลำตัวเป็นรูปวงแหวนหัก และมีจุดสีดำตรงกลางลายดอกของมัน เสือจากัวร์มีหางสั้นกว่าเสือดาว ลำตัวดูพ่วงพีกว่า เสือจากัวร์ขนาดใหญ่เมื่อโตเต็มที่ จะมีน้ำหนักประมาณ 120 กิโลกรัม ขณะที่เสือดาวจะหนักไม่เกิน 70 กิโลกรัม เท่านั้น ทว่าเสือจากัวร์ก็คล้ายกับเสือดาว และสัตว์ในตระกูลเสืออื่น ๆ ตรงที่ชอบใช้ชีวิตตามลำพัง

จาร์กัว (Jaguar)

เสือดาว (Leopard)

จากัวร์หนุ่มออกเดินอย่างช้า ๆ เพื่อมองหาอาหารสำหรับวันนี้ อย่างไรก็ดีมันยังไม่รีบร้อนนัก การพักผ่อนที่นานพอสมควรทำให้มันไม่รู้สึกหิวมากเท่าไร เสือจากัวร์ สามารถออกหากินทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของพื้นที่ ถ้าเป็นเขตป่าทึบห่างไกลมนุษย์ พวกมันมักจะออกหาอาหารตอนกลางวัน แต่ถ้าเป็นเขตที่มีมนุษย์บุกรุกอยู่บ่อย ๆ เสือจากัวร์จะเลี่ยงมาหากินตอนกลางคืนแทน

เสือหนุ่มเดินมาถึงลำธาร และมองเห็นอาหารอยู่ในน้ำ เจ้าจากัวร์กระโดดลงน้ำอย่างไม่รีรอ เพื่อจับปลาที่กำลังว่ายอยู่ พฤติกรรมนี้นับว่าค่อนข้างแปลก สำหรับสัตว์ตระกูลแมว ยกเว้นเสือโคร่งที่สามารถลงน้ำได้อย่างไม่มีปัญหา เสืออื่น ๆ จะเกลียดการเปียกน้ำเป็นที่สุด แต่เสือจากัวร์สามารถว่ายน้ำ และล่าเหยื่อในน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งทั้งนี้ก็เนื่องมาจาก ที่อยู่อาศัยของมันเป็นป่าดิบลุ่มน้ำที่มีน้ำขัง ทำให้มันมีความจำเป็น ที่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพพื้นที่

เสือจากัวร์มีลูกครั้งละ 1 – 4 ตัว ลูกเสือจะอยู่กับแม่จนอายุครบปี ก่อนจะเริ่มแยกตัวออกไปอยู่ตามลำพัง โดยมีอายุยืนประมาณ 15 ปี เสือจากัวร์ตัวหนึ่ง จะใช้พื้นที่หากินราว 10 – 25 ตารางกิโลเมตร ทั้งนี้ขึ้นกับความสมบูรณ์ของเหยื่อเป็นสำคัญ แม้จะได้กินปลาแล้ว เจ้าหนุ่มของเราก็ยังไม่อิ่มพอ แต่อากาศตอนสายที่เริ่มร้อนขึ้น ทำให้มันเลือกที่จะหาที่นอนพักมากกว่าจะเดินต่อ ไกลออกไปเบื้องหน้ามัน เสือจากัวร์ดำอีกตัวหนึ่งนอนอยู่ มันหันมามองเสือหนุ่ม แต่ไม่มีท่าทีคุกคามใดๆ เสือหนุ่มตัดสินใจเลี่ยงผ่านมันไป และเจ้าเสือดำก็ไม่มีท่าที จะเข้าโจมตีมันแต่อย่างใดผิดจากที่เชื่อกัน โดยมากแล้วพวกสัตว์กินเนื้อ มักเลี่ยงที่จะปะทะกันเอง เว้นเสียแต่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ และเพื่อป้องกันอาณาเขต การต่อสู้กันเองทำให้บาดเจ็บโดยไม่จำเป็น สำหรับเสือดำเกิดจากเสือจากัวร์ ที่มีเมลานินหรือเม็ดสีที่ผิวหนังมาก จนทำให้พื้นหนังเป็นสีดำเหมือนกับเสือดาวดำนั่นเอง

เสือจากัวร์ดำ (มีเมลานินหรือเม็ดสีที่ผิวหนังมาก)

ขนาดและสีสันของเสือจากัวร์ ขึ้นกับลักษณะที่อยู่อาศัย เสือที่อาศัยอยู่ในเขตป่าทึบ จะมีสีเข้มกว่า และตัวเล็กกว่าเสือที่อยู่ในป่าโปร่ง และป่าสลับทุ่งหญ้า เนื่องจากในป่าทึบ มีแสงแดดค่อนข้างน้อย การมีสีเข้มจะช่วยในการพรางตัวได้ดีกว่า ส่วนในเรื่องของขนาดตัว ในเขตป่าทึบเหยื่อส่วนมากมีขนาดเล็ก นักล่าจึงมีขนาดเล็กตามเหยื่อของมัน เสือจากัวร์ ล่าเหยื่อแทบทุกชนิดในเขตป่าโปร่ง และทุ่งหญ้า เหยื่อของมัน คือ พวกกวางบึงและหมูป่า ป่าทึบที่เหยื่อขนาดใหญ่หายาก อาหารของมัน คือ พวกสัตว์ฟันแทะต่างๆ ลิง นก หมูป่าขนาดเล็ก และสัตว์เลื้อยคลานซึ่งรวมทั้ง จรเข้ และเต่า เสือจากัวร์มีกำลังมาก มันสามารถลากจรเข้ขนาดกลาง ขึ้นมาจากน้ำได้ไม่ยาก ในเขตที่ใกล้กับไร่นา บางครั้ง จากัวร์จะล่าม้า และวัวของชาวบ้านด้วย

จรเข้

นกทูแคน 

ตัวกินมดทามานดัว

เสือหนุ่มหาที่นอนใต้ร่มไม้ เพื่องีบหลับในตอนเที่ยง บนยอดไม้สัตว์หลายชนิดหากินอยู่ โดยไม่ได้สนใจนักล่าเบื้องล่างมากนัก สัตว์ที่มีมาก และพบได้ง่ายที่สุดของป่าฝนก็คือ ลิง ซึ่งส่วนมากมีขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับลิงในเอเซียและอาฟริกา จุดเด่นอีกประการของลิงในอเมริกาใต้ ก็คือ ปลายหางของมันไร้ขน และมีลักษณะคล้ายอุ้งเท้า สามารถใช้ยึดจับและห้อยโหนได้ดี ลิงพวกนี้เป็นอาหารที่ว่องไวสำหรับเสือหนุ่ม มันจึงไม่ค่อยสนใจนัก นอกจากลิงที่ว่องไวแล้ว บนยอดไม้ยังเป็นที่อยู่ของสัตว์เชื่องช้าอย่าง สลอธ (SLOTH) สัตว์ชนิดนี้เคลื่อนไหวเชื่องช้า และใช้ชีวิตอยู่เฉพาะบนยอดไม้เป็นหลัก มันมีเล็บยาวและคม เหมาะกับการยึดเกาะต้นไม้ ญาติของมันที่สูญพันธ์ไปแล้ว คือ สลอธยักษ์ยาว 20 ฟุตที่หากินบนพื้นดิน

ลิงอัวการี

ลิงกระรอก

สลอธ (SLOTH)

เสียงร้องจ้อกแจ้ก ดังจากยอดไม้ ปลุกเสือหนุ่มในตอนบ่าย นกแก้วมาคอว์ฝูงใหญ่ บินมาเก็บลูกไม้กิน นกมาคอว์เป็นนกแก้วที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในป่าอเมซอนมีนกมาคอว์หลายชนิด และหลากสี ชนพื้นเมืองใช้ขนของมันทำเครื่องประดับศรีษะ นอกจากมีขนาดใหญ่แล้ว นกมาคอว์ยังมีอายุยืนถึง 40 ปี ฝูงมาคอว์ส่งเสียงอย่างไม่สนใจเสือหนุ่ม ทำให้มันหงุดหงิด และตัดสินใจออกเดินต่อ เมื่อมาถึงริมแม่น้ำ เสือหนุ่มกำลังจะลงไปกินน้ำ แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นร่างยาว และทรงพลังของอนาคอนดาขดอยู่ริมน้ำ งูอนาคอนดาเป็นนักล่าที่น่าสะพรึงกลัว เกินกว่าที่จากัวร์หนุ่มจะต่อกรด้วย มันเลี่ยงไปอีกทางเพื่อดื่มน้ำดับกระหาย

นกมาคอว์

งูอนาคอนดา

ลิงมาโมเส็ทขนทอง

แดดยามบ่ายส่องผ่านใบไม้ลงมา บรอคเค็ทแดง (BROCKET) ตัวหนึ่งนอนอยู่ใต้ร่มไม้ เสือหนุ่มจับตามองอย่างสนใจ ก่อนจะย่องเข้าหาช้าๆ ทว่า บรอคเค็ท รู้ตัวก่อนและวิ่งหนีไป การล่าล้มเหลวแต่เสือหนุ่มยังไม่เหนื่อยมากนัก มันเดินลอดใต้พุ่มไม้เข้าไปในป่า ผ่านอีกัวน่าที่หมอบนิ่งบนคบไม้ โดยไม่ทันสนใจ อันที่จริงกิ้งก่าอีกัวน่านับได้ว่าเป็นเหยื่อรสชาดดีตัวหนึ่ง ไม่เฉพาะแต่เสือแม้นักล่าอื่น ๆ รวมทั้งชนพื้นเมืองก็นิยมในรสเนื้อของเจ้ากิ้งก่ายักษ์ ที่ยาวเกือบหนึ่งเมตรนี้เช่นกัน ก่อนเวลาเย็นเสือหนุ่มมาถึงทุ่งหญ้าเล็กกลางป่า มันเห็นสัตว์บางอย่าง นั่นคือลูกสมเสร็จที่ผลัดหลงกับแม่ แม้ว่าลายทางของมันจะใข้พรางตัวได้ดี แต่สมเสร็จน้อยมัวแต่หาร่องรอยของแม่ โดยไม่ทันระวังตัว จากัวร์หนุ่มหมอบลง และเข้าไปอย่างช้า ๆ ทันใดนั้นลมเปลี่ยนทิศ พัดกลิ่นของนักล่าไปหาเหยื่อ สมเสร็จเผ่นหนีทันทีโดยมีเสือหนุ่มตามไปติด ๆ

บรอคเค็ทแดง

กิ้งก่าอีกัวน่า

ลูกสมเสร็จ

การล่าจบลงที่ริมลำธารเล็ก ๆ และเสือหนุ่มก็ได้ฉลองกับรางวัลมื้อเย็นด้วยเนื้อสมเสร็จ แม้จะเป็นเรื่องเศร้า แต่นี่คือความจริงของธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นทุกวันในป่าแห่งนี้ เสือจากัวร์จบวันนี้ของมันลงแล้ว แต่ชีวิต และชะตากรรมของพวกมันยังคงดำเนินต่อไป

huntt

ในอดีตเสือจากัวร์ พบได้ตั้งแต่ตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา ตลอดมาจนเกือบทั่วทวีปอเมริกาใต้ ทว่าการล่า และการทำลายที่อยู่อาศัย ทำให้พวกมันลดจำนวนลง ในปี 1960 – 1970 เสือจากัวร์ถูกฆ่าปีละกว่า 18,000 ตัว เพื่อนำหนังไปใช้ในอุตสาหกรรมเสื้อขนสัตว์ ปัจจุบัน คงเหลือเสือจากัวร์เพียง 15,000 ตัว ในบางส่วนของเม็กซิโก ตอนเหนือ และตอนกลางบางส่วนของอเมริกาใต้ โดยเฉพาะในเขตป่าฝนอเมซอน ที่เป็นแหล่งที่พบมากที่สุดเท่านั้น

อนาคตของเสือจากัวร์ในวันนี้มีแนวโน้มที่ดี ได้มีความพยายามในการจัดตั้งเขตสงวนพันธุ์เสือจากัวร์ ในหลายประเทศ รวมทั้งการป้องกันการลักลอบล่าพวกมัน ทั้งหมดนี้คงเป็นหลักประกันได้ว่า เสือจากัวร์จะมีวันเวลาของมันบนโลกใบนี้ต่อไป

 

Related posts:

2 thoughts on “เสือจาร์กัว จ้าวแห่งอเมซอน (THE JAGUAR’S DAY)

  • มิถุนายน 25, 2012 at 4:16 pm
    Permalink

    ทั้งสง่าทั้งน่ากลัวเลยครับ จากัวร์เนี่ย

    Reply
  • ตุลาคม 22, 2012 at 9:08 pm
    Permalink

    เสือจากัวร์เท่มาก ได้ความรู้มากค่ะ

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)