ยูนิคอร์นแห่งเอเชีย เสาลา (Saola)

 เมื่อปี ค.. 1992 หลังการสิ้นสุดของสงครามเวียตนามและความขัดแย้งในภูมิภาคอินโดจีน คณะสำรวจทางธรรมชาติวิทยากลุ่มหนึ่งได้เดินทางเข้าไปในผืนป่า บริเวณพรมแดนเวียตนามและลาว เพื่อทำการสำรวจสภาพพื้นที่ธรรมชาติสำหรับการอนุรักษ์ ทว่าในการสำรวจครั้งนั้น พวกเขาได้ค้นพบสัตว์ชนิดใหม่ของโลกเข้าโดยบังเอิญ

ในเดือนพฤษภาคมปี ค.. 1992 ดร.จอห์นแมคคินนอน นักธรรมชาติวิทยาผู้ทำงานให้กับกองทุนคุ้มครองสัตว์ป่าและสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติแห่งสหประชาชาติ ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ทำงานร่วมกับรัฐบาลเวียตนามในการขยายระบบการสงวนผืนป่าและจัดตั้งเขตอนุรักษ์ โดยในระหว่างการปฏิบัติงาน ดร.แมคคินนอนได้เข้าไปสำรวจ ป่าวูกวาง บริเวณพรมแดนเวียตนามและลาว

วันหนึ่งขณะที่คณะสำรวจแวะพักที่หมู่บ้านชาวป่า ดร.แมคคินนอน ก็ได้เห็นเขาของสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายแพะป่าทว่าเขาของของมันยาวกว่าเขาแพะมาก หลังกลับออกมาจากป่า ดร.แมคคินนอน ได้นำตัวอย่างที่ได้มาพิจารณา จนแน่ใจว่าสัตว์ที่เขาพบต้องเป็นสัตว์ชนิดใหม่แน่ ๆ เขาจึงได้นำคณะกลับไปยังป่าวูกวางอีกครั้งและได้รวบรวมเขาของสัตว์ดังกล่าวได้เพิ่มอีกยี่สิบคู่ทั้งยังได้หนังของมันมาอีกสามผืน เขาได้นำหนังผืนหนึ่งมาสตัฟฟ์จากนั้นได้ส่งหนังและเขาที่รวบรวมมาได้ไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทำการศึกษาและตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจดีเอ็นเอพวกเขาก็ได้ข้อสรุปว่าสัตว์ชนิดนี้เป็นสัตว์ชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีใครพบมาก่อน ทั้งยังเป็นสัตว์ที่ต่างจากสัตว์อื่น ๆ ที่เคยรู้จักกันมาจนพวกเขาต้องตั้งสกุลใหม่ให้มัน

(เสาลา)

ต่อมาในเดือนมิถุนายนปี ค..1993 นักวิทยาศาสตร์ก็ได้ข้อมูลและรายละเอียดของสัตว์ชนิดนี้มากพอ พวกเขาได้เรียกสัตว์ชนิดนี้ว่าวัววูกวาง แต่ชาวลาวเรียกมันว่า เสาลา ตามลักษณะเขาของมันที่เหมือนแกนของหูกปั่นฝ้าย ส่วนชาวเวียตนามเรียกว่า ซอนเดือง แปลว่า แพะภูเขา 

ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้มันว่าซูโดริกซ์เหง่ตินเนนซิส ซึ่งแปลว่าโอริกซ์ปลอมแห่งเหง่ติน เนื่องจากวัวป่าชนิดนี้ดูคล้าย โอริกซ์ แอนทีโลปเขาตรง ที่อาศัยอยู่ในแอฟริกา และตะวันออกกลาง นอกจากนี้ พวกมันยังได้รับสมญาว่ายูนิคอร์นแห่งเอเชียเนื่องมันมีเขายาวตรงเป็นแท่งบิดเป็นเกลียวแบบเดียวกับตัวยูนิคอร์นในตำนาน

โอริค

เสาลามีความสูงราว 90 ซม. หนักประมาณ 100 กิโลกรัม ขนสีน้ำตาลเข้ม หางสั้น ใบหน้ามีลายพาดสีขาว แม้จะเป็นสัตว์จำพวกวัวป่าแต่รูปร่างของมันกลับดูคล้ายแพะมากกว่า ทั้งยังมีต่อมน้ำมันขนาดใหญ่ที่หัวตาซึ่งมันใช้ป้ายกลิ่นทำอาณาเขตำว้ตามต้นไม้แบบเดียวกับแพะด้วย ตามคำบอกเล่าของพรานพื้นเมือง พวกเขาเล่าว่า เสาลาชอบอยู่ตามภูเขาสูงและลงมาพื้นราบในช่วงฤดูหนาว โดยพวกมันจะหากินเป็นฝูงเล็ก ๆ ขนาดสองถึงสามตัว

การค้นพบเสาลาทำให้ทั่วโลกสนใจป่าวูกวางเป็นอันมาก รัฐบาลเวียตนามจึงได้ประกาศให้ป่าวูกวางเป็นเขตสงวนและขยายพื้นที่จากเดิม 100,000 ไร่ เป็น 375,000 ไร่ จากนั้นในเวลาต่อมาก็ได้มีพรานป่าดักจับเสาลาเพศเมียวัย 4 เดือนได้ในพื้นที่ใกล้กับป่าวูกวาง โดยเสาลาตัวนี้ได้ถูกนำไปเลี้ยงไว้สวนพฤกษชาติของสถาบันพรรณไม้และวางแผนป่าไม้ของเวียตนาม

นับแต่มีการค้นพบเสาลาในปี ค.. 1993 เป็นต้นมา จนได้มีการจับเป็นเสาลาได้มากกว่า 20 ตัว ทว่าทุกตัวล้วนตายในระยะเวลาอันสั้นยกเว้นสองตัวที่จับได้ในปี ค.. 2006 ซึ่งภายหลังได้ถูกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติไปเนื่องจากเสาเป็นสัตว์ที่ยังไม่อาจนำมาเพาะเลี้ยงได้จึงทำให้การคุ้มครองพวกมันทำได้เพียงการดูแลผืนป่าอันเป็นที่อยู่ของพวกมันเท่านั้น

ทุกวันนี้ แม้ว่าพื้นที่ป่า ซึ่งเสาลาอาศัยอยู่จะได้รับการประกาศเป็นเขตสงวน ทว่าการบุกรุกผืนป่าและการลักลอบล่าสัตว์อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ได้ส่งผลให้สถานการณ์ความอยู่รอดของประชากรเสาลาอยู่ในขั้นวิกฤต ทั้งนี้แม้ยังไม่มีการสำรวจอย่างแน่ชัดว่า ยังคงเหลือเสาลาอยู่ในป่าอีกเป็นจำนวนเท่าใด แต่นักอนุรักษ์ก็ได้คาดการณ์ว่าในปี ค.. 2011 น่าจะมีเสาลาหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้นและหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นก็เป็นไปได้ว่าเสาลาอาจจะสูญพันธุ์ก่อนสิ้นทศวรรษนี้

Related posts:

One thought on “ยูนิคอร์นแห่งเอเชีย เสาลา (Saola)

  • กรกฎาคม 16, 2012 at 4:53 pm
    Permalink

    หวังว่า มันคงจะยังอยู่คู่โลกนี้ไปอีกนานๆๆๆๆๆนะ

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)