นักล่าตัวน้อยแห่งขั้วโลกเหนือ

Little hunter of Northpole

ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บของดินแดนขั้วโลกเหนือ ชีวิตที่นี่ต่างต้องต่อสู้กับสภาพอากาศที่หนาวเย็น และแร้นแค้น และถ้าหากจะเอ่ยถึงสัตว์นักล่าที่น่าสะพรึงกลัวของขั้วโลกเหนือแล้ว ก็คงไม่พ้นเจ้าหมีขั้วโลกไปได้ แต่นอกจากหมีขั้วโลกแล้ว ยังมีนักล่าอีกประเภทหนึ่งที่หากินอยู่บนแผ่นดินเดียวกัน แต่มีขนาดเล็กกว่าอย่างเทียบไม่ติด มันคือ สุนัขจิ้งจอกขั้วโลก (Arctic Fox)

พวกมันมีถิ่นอาศัยอยู่ในเขตทุนดรา (ทุ่งหญ้ากึ่งแล้งเขตหนาวที่มีหิมะปกคลุม) และพื้นที่บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรอาร์คติก รวมไปจนพื้นที่แพน้ำแข็งขนาดยักษ์ในเขตขั้วโลกเหนือ เชื่อกันว่า สุนัขจิ้งจอกขั้วโลก เป็นหนึ่งในสัตว์ยุคน้ำแข็งเมื่อประมาณ 10,000 ปีมาแล้ว ที่สืบเชื้อสายมาจนถึงปัจจุบัน ในอดีตบรรพบุรุษของพวกมันท่องเที่ยวหากินร่วมสมัยกับช้างแมมมอธ และสัตว์ยุคน้ำแข็งอื่น ๆ

สุนัขจิ้งจอกขั้วโลก มีสองประเภท คือ จิ้งจอกขาว (White Arctic Fox) ที่อาศัยอยู่ในเขตทุนดราที่เต็มไปด้วยหิมะ พวกมันมีขนสีขาวเพื่อให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ช่วยให้ล่าเหยื่อได้ง่าย และสามารถพรางตัวจากศัตรูได้ด้วย ส่วนจิ้งจอกฟ้า (Blue Arctic Fox) อาศัยอยู่ในเขตชายผั่งมหาสมุทรอาร์คติก ซึ่งมีโขดหินขรุขระ และมีหิมะน้อยกว่า พวกมันจึงมีขนสีฟ้าอมเทาเพื่อให้ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม

White Arctic Fox

Blue Arctic Fox

จิ้งจอกขั้วโลกมีใบหน้าทีสั้นกว่าจิ้งจอกชนิดอื่น และมีใบหูที่เล็กเพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อน ขนของมันฟูนุ่ม และเป็นที่นิยมในวงการเสื้อขนสัตว์ในอดีต พวกมันจึงถูกไล่ล่าเป็นจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันได้มีการนำจิ้งจอกมาเพาะเลี้ยงในฟาร์มแทนการล่า การทำฟาร์มจิ้งจอกขั้วโลกได้กลายเป็นเศรษฐกิจที่สำคัญ สำหรับประชาชนในเขตอาร์คติกที่ทำรายได้ปีละไม่น้อย

ในการใช้ชีวิตในเขตขั้วโลก จิ้งจอกขั้วโลกจะมีขนอยู่บริเวณอุ้งเท้าเพื่อช่วยให้เดิน และวิ่งบนพื้นน้ำแข็งได้ในช่วงที่หิมะตกหนักหรือเกิดพายุ หมาจิ้งจอกขั้วโลกจะขุดโพรงลึกลงไปใต้หิมะ และขดตัวนอนโดยใช้หางของมันตวัดมาปิดตัวและหน้าไว้คล้ายคนห่มผ้าห่ม

ในช่วงที่อากาศดี หมาจิ้งจอกจะออกมาอาหาร ตามปกติมันจะล่าสัตว์เล็ก ๆ เช่น เลมมิ่ง (Lemming) นก Ptarmigan บางครั้งถ้าโชค ก็จะเจอซากสัตว์ที่ถูกทิ้งไว้ ลาภปากเช่นว่านี้มีไม่บ่อยนัก

Lemming

Ptarmigan

เมื่อฤดูหนาวหมดลง หิมะเริ่มละลาย ต้นไม้เริ่มผลิใบอ่อน จิ้งจอกขั้วโลกเองก็มีการเปลี่ยนแปลง ขนสีขาวของมันจะร่วงลง และมีขนสีเทาอมน้ำตาลขึ้นแทนและจะสั้นกว่าขนในฤดูหนาว ทำให้ตัวมันดูเล็กลง และมีขนาดเท่าแมวบ้านเท่านั้น

ในฤดูใบไม้ผลินี้เองที่แม่จิ้งจอกจะให้กำเนิดลูก โดยครอกหนึ่งจะมีประมาณ 6 – 8 ตัว ลูกหมาจะเติบโตอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันก่อนฤดูหนาวจะมาถึง ในช่วงเวลานี้พวกมันจะกินอาหารเป็นจำนวนมาก เพื่อเตรียมรับมือกับฤดูหนาวที่จะมาถึง จิ้งจอกขั้วโลกจะเก็บอาหารไว้สำหรับฤดูหนาว เช่น ฝังซากนก เลมมิ่ง ไว้ใต้หิมะ เก็บไข่ไว้ในโพรงหิน จิ้งจอกบางตัว เก็บนกเล็ก ๆ ไว้ถึง 27 ตัว และไข่อีก 40 ฟอง สำหรับฤดูหนาว

ในขั้วโลกเหนือฤดูร้อนนั้นสั้นมาก และเมื่อฤดูหนาวกลับมา จิ้งจอกขั้วโลกก็จะเปลี่ยนสีขนกลับไปเป็นขนสีขาวอีกครั้ง เป็นการบอกให้รู้ว่า การต่อสู้กับความหนาวเย็นกำลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)