คาสิรังก้า สรวงสวรรค์แห่งแดนไพร (Kaziranga The Wilderness Heaven)

นี่คือสวรรค์แห่งพงไพร ทั้งยังเป็นแหล่งพำนักสำคัญของสัตว์ป่าที่ยิ่งใหญ่สองชนิดแห่งทวีปเอเชีย แรดอินเดียและควายป่าเอเชีย ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าได้โอบอุ้มไม่เฉพาะแต่สัตว์ทั้งสองนี้ หากยังรวมถึงสรรพสัตว์อื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนดังคลังทรัพยากรชีวิตอันล้ำค่าของธรรมชาติ

wildbuff11

(ควายป่าเอเชีย)

แสงแดดสลายสายหมอกยามรุ่งเช้าให้จางหายไป ปรากฏให้เห็นเงาร่างทะมึนของสัตว์กินพืชขนาดใหญ่ที่เดินเกาะกลุ่มเป็นฝูง ควายป่าเอเชียเป็นสัตว์กินพืชที่น่าเกรงขาม มันมีรูปร่างใหญ่โตกำยำ เขายาวกว้าง สูงที่ไหล่หกฟุตและหนักกว่าหนึ่งตัน ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้ว ควายบ้านมีขนาดเพียงครึ่งเดียวของมันเท่านั้น

rhinomac

(แรดอินเดียนอเดียว)

แรดอินเดียนอเดียว สองแม่ลูกวิ่งเหยาะๆมาตามท้องทุ่ง  ผ่านฝูงควายที่กำลังกินหญ้าอยู่อย่างสงบ แรดอินเดียมีหนังหนาที่พับกันเป็นทบ มองดุคล้ายชุดเกราะนักรบโบราณ มันสูงเกือบหกฟุตและหนักถึงสองตัน แม้ว่าจะเป็นสัตว์ที่รักสันโดษ แต่บางครั้ง พวกแรดก็รวมกันอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ ประมาณสามสี่ตัว

deerherd

เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องทั่วทิวทุ่ง ฝูงกวางบาราซิงห์ หรือ กวางบึง ขนสีน้ำตาลอ่อนอมแดง จำนวนนับร้อยตัวออกหากินในทุ่งกว้าง กวางชนิดนี้ได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในกวางที่มีเขางดงามที่สุด กวางตัวบางตัวอาจมีกิ่งมากถึงข้างละหกกิ่ง พวกมันเป็นสัตว์ที่หาได้ยากและพบในอุทยานสำคัญเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น

kaziview

อุทยานแห่งชาติ คาสิรังก้า ตั้งอยู่ ในรัฐอัสสัมทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย มีพื้นที่ 860 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งนี้มีแม่พรหมบุตรไหลผ่านเป็นระยะทาง 80 กิโลเมตร โดยพื้นที่บางส่วนตั้งอยู่ทางเหนือของแม่น้ำ ขณะที่อีกหลายส่วนอยู่ในเขตที่ราบน้ำท่วมถึงทางใต้ พื้นที่ราวร้อยละสามสิบของที่นี่เป็นแหล่งน้ำ

one-horned-rhino

คาสิรังก้าจัดตั้งขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ.1908 โดยมีวัตถุประสงค์ในขณะนั้นเพื่ออนุรักษ์แรดอินเดียนอเดียว ในช่วงเวลาดังกล่าว การทำเกษตรกรรมได้ส่งผลให้เกิดการบุกรุกเข้าไปในพื้นที่หุบเขาริมแม่น้ำ อันเป็นแหล่งอาศัยของพวกแรด การบุกรุกตามมาด้วยการไล่ล่าอย่างดุเดือดของพวกพรานเถื่อน ส่งผลให้จำนวนแรดอินเดียลดลงอย่างรวดเร็ว ในปีที่จัดตั้งอุทยานคาสิรังก้านั้น มีแรดอยู่ในเขตอุทยานเพียงสิบกว่าตัวเท่านั้น ทว่าในเวลาต่อมา ได้มีการขยายพื้นที่ของอุทยานอย่างต่อเนื่องและยกระดับขึ้นเป็นอุทยานแห่งชิในปี ค.ศ.1974 จากนั้นก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1985

rhinoka

นับแต่ปีที่จัดตั้งมาจนถึงปัจจุบัน คาสิรังก้าได้ขยายเนื้อที่เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นสองเท่า ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งพักพิงทางธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของแรดอินเดียนอเดียว โดยจากการสำรวจเมื่อปี ค.ศ. 2009 มีแรดอินเดียอยู่ที่คาสิรังก้ามากกว่า 2,000 ตัว จากประชากรทั้งโลก 2,700 ตัว โดยที่เหลือนั้นกระจายอยู่ในอุทยานสิบแห่งทางอินเดียตอนเหนือและเนปาล

threebuff

ควายป่า

elephantherd

ฝูงช้างป่า

maledeer

กวางบาราซิงห์

ไม่เฉพาะแต่แรดเท่านั้น ทว่าที่นี่ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ใหญ่หลายชนิด โดยมีควายป่าเอเชียอยู่มากถึง 1,800 ตัว ซึ่งคิดเป็นร้อยละหกสิบของจำนวนควายป่าเอเชียทั้งโลก  ส่วนช้างเอเชียนั้นก็มีถึง 1,300 ตัว ทั้งยังเป็นแหล่งพักพิงของกวางบึงหรือกวางบาราซิงห์ ซึ่งเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยมีกวางบึงอยู่มากกว่า 800 ตัว

hogdeerkazi

เนื้อทราย

fight

ชนช้าง

tours

นักท่องเที่ยวนั่งช้างชมฝูงกวางบึง

ส่วนสัตว์กินพืชอื่นๆ ที่อยู่ที่นี่ก็ได้แก่เนื้อทรายกว่า 9,000 ตัว หมูป่าเกือบหนึ่งพันตัว กวางแซมบ้าหรือกวางป่าอีกนับร้อย รวมทั้งเก้งและวัวกระทิงอีกจำนวนหนึ่ง โดยสัตว์เหล่านี้จะออกหากินในพื้นที่ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าและป่าโปร่งของอุทยาน ซึ่งด้วยจำนวนสัตว์ใหญ่ที่มากมาย ทำให้คาสิรังก้าดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่คาดหวังมาชม สัตว์ที่เป็นบิ๊กไฟว์ของที่นี่ อันประกอบด้วย ช้างเอเชีย แรดอินเดีย ควายป่าเอเชีย กวางบาราซิงห์และเสือโคร่งเบงกอล

tiger223

แม่เสือและลูกเสือ

ที่คาสิรังก้ามีสัตว์ตระกูลแมวห้าชนิดคือ เสือโคร่งเบงกอล เสือดาว แมวป่า เสือปลาและแมวดาว ที่คาสิรังก้าไม่มีหมาในหรือสุนัขป่า มีเพียงหมาป่าแจ๊คเกิลขนทองและจิ้งจอกเบงกอล ซึ่งทั้งสองชนิดจะกินสัตว์ขนาดเล็กและซากสัตว์ ส่วนหมีที่อาศัยอยู่ที่นี่คือ หมีสลอธนั้น กินแมลงและพืชเป็นอาหารหลัก

slothbear23

หมีสล็อธ

เสือดาวจะออกล่าพวกลิง หมูป่าและเก้ง ตามป่าเชิงเขา ส่วนเสือเบงกอลมักออกล่าเหยื่อในป่าละเมาะและทุ่งหญ้าแบบเดียวกับสิงโตของอาฟริกา  ซึ่งที่คาสิรังก้ามีเสือเบงกอลถึง 100 ตัว โดยเมื่อเทียบกับเนื้อที่อุทยานเฉพาะส่วนที่เป็นพื้นดินแล้ว ก็จะมีจำนวนเสือเฉลี่ยหนึ่งตัวต่อห้าตารางกิโลเมตร ทำให้ที่นี่มีประชากรเสือเทียบต่อเนื้อที่หนาแน่นที่สุดในโลก

killboar

เสือเบงกอลกำลังสังหารหมูป่า

eatrino

(เสือเบงกอลกำลังกินแรดที่ถูกฆ่าในหนองน้ำ)

ความที่มีประชากรหนาแน่น ทำให้เสือเบงกอลของคาสิรังก้าออกล่าเหยื่อทุกชนิด ไม่เพียงแต่กวาง เก้ง หมูป่า กระทิง ควายป่า แต่ยังรวมถึงลูกแรดและลูกช้าง ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า ลูกแรดและลูกช้างตกเป็นเหยื่อเสือเฉลี่ยร้อยละสิบห้าต่อจำนวนประชากรที่เกิดใหม่ในแต่ละปี  นอกจากนี้เสือเบงกอลยังล่าช้างและแรดที่โตเต็มวัยในบางโอกาสด้วย ซึ่งในกรณีนี้ เสือจะออกล่าเป็นคู่และจะเลือกจู่โจมช้างหรือแรดที่บาดเจ็บไม่ก็อยู่ในเวลาที่กำลังตกลูก ซึ่งพวกมันจะอ่อนแอ

Kazirangaguar

กระทิง

Swamp-Deer

สาเหตุที่ทำให้คาสิรังกามีจำนวนสัตว์ใหญ่มาก ขนาดนี้ ก็เนื่องจากการที่คาสิรังก้ามีทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ครอบคลุมที่ราบลุ่มอันกว้างขวาง ที่ราบแห่งนี้มีแม่น้ำพรหมบุตรไหลผ่าน ซึ่งในช่วงมรสุมฤดูร้อน จะเกิดฝนตกหนักจนทำให้แม่น้ำล้นเอ่อท่วมที่ราบลุ่มและเมื่อน้ำลด ตะกอนดินซึ่งมีสารอาหารอุดมสมบูรณ์ก็จะทับถมกันบริเวณที่ราบกลายเป็นอาหารของหญ้าและต้นพืชหลากชนิดซึ่งกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นยอดของสัตว์กินพืชขนาดใหญ่ ที่เป็นอาหารของพวกกินเนื้ออีกทอดหนึ่ง

hispid3

กระต่ายอัสสัม

golden-langur1

ค่างขนทอง

cappedlangur

ค่างหมวก

Hoolock2

ชะนีฮูล็อก

นอกจากสัตว์ใหญ่ ที่นี่ยังมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กอีกนับสิบชนิด เช่น ตัวนิ่ม พังพอน ชะมด อีเห็น กระรอกบิน รวมทั้งสัตว์หายาก อย่าง กระต่ายอัสสัม ส่วนในพื้นที่ป่าดิบเชิงเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูง ก็เป็นที่พำนักของไพรเมตหลายชนิด เช่น ลิงวอก ค่างขนทอง ค่างหมวก และชะนีฮูล็อก หรือ ชะนีวงหน้าขาว นอกจากนี้ยังมีกระรอกบินและอีเห็นกับชะมดด้วย ขณะที่ตามหนองบึงก็เป็นที่อยู่ของตะโขงอินเดีย สัตว์เลื้อยคลานหายากของโลก ซึ่งนอกจากตะโขงแล้ว ที่คาสิรังกายังมีงูเหลือม งูจงอาง ตะกวดและเต่าอีกหลายชนิด

garvial

ตะโขงอินเดีย

geese

 (ห่านหัวลาย)

ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ ไม่เพียงหล่อเลี้ยงชีวิตสัตว์ป่าแต่ยังเป็นแหล่งพำนักของนกนานาชนิดทั้งนกอพยพและนกประจำถิ่น โดยในช่วงฤดูหนาว ตามทะเลสาบและที่ราบน้ำท่วมถึง จะมีฝูงนกอพยพเช่น ห่านหัวลายและนกเป็ดน้ำชนิดต่างๆรวมทั้งนกน้ำขนาดใหญ่อย่าง นกกระสาคอดำ เข้ามาอาศัยอยู่ ขณะที่นกล่าเหยื่ออย่าง อินทรีหัวเทาและนกกระเต็นออกหาปลาที่มีอยู่ชุกชุมตามทะเลสาบเป็นอาหาร นกแก้วและนกกกโผบินตามเรือนยอดไม้ในป่าเชิงเขา ส่วนในที่ราบ แร้งหิมาลัยก็เกาะอยู่ตามต้นไม้กลางทุ่งมองหาซากสัตว์ที่เหลือจากการล่าของพวกสัตว์นักล่า

blackneckedstork

นกกระสาคอดำ

storkbilledkfisher

นกกระเต็น

Grey_headed

อินทรีกินปลาหัวเทา

assam-kaziranga

นกกก

redbreastedparakket

นกแก้ว

himalayangriffon

แร้งหิมาลัย

สรวงสวรรค์แห่งนี้ ได้รับการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าถึงหกร้อยคนที่ผลัดเวรจัดกำลังออกลาดตระเวนป่าทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งในช่วงที่เป็นคืนเดือนหงายพวกเจ้าหน้าที่จะออกตระเวนป่าตลอดทั้งคืน พวกเขาคอยปกป้องอุทยานจากการบุกรุกของพรานเถื่อน ที่คอยหาจังหวะเข้ามาล่าแรดอินเดียและสัตว์ป่าอื่น ๆ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังต้องดูแลไม่ให้ชาวบ้านบุกรุกพื้นที่อุทยาน ทั้งยังต้องไล่ต้อนสัตว์ป่าที่ออกไปหากินนอกเขตอุทยานให้กลับเข้ามาด้วย

wildbuff

แม้จะได้รับการดูแลอย่างดี แต่ภัยที่คุกคามคาสิรังก้ากลับไม่ได้มีเพียงพรานเถื่อนและการกระทบกระทั่งระหว่างสัตว์ป่ากับชาวบ้านรอบอุทยานเท่านั้น แต่ยังมาจากธรรมชาติและการพัฒนาของประเทศอีกด้วย โดยในช่วงฤดูมรสุม จะเกิดน้ำท่วมพื้นที่หลายส่วนของอุทยานอย่างรุนแรง ส่งผลให้สัตว์ป่าต้องหนีตายออกไปนอกเขตสงวนและเข้าไปในพื้นที่ของมนุษย์ ซึ่งบางครั้งพวกมันก็ต้องพบจุดจบจากการเข้าไปบุกรุกไร่นาหรือทำร้ายสัตว์เลี้ยงของมนุษย์

flood

เนื้อทรายหนีน้ำขึ้นบนหลังคา

นอกจากอุทกภัยที่คุกคามสัตว์ป่าแล้ว ทางด้านเหนือของอุทยานได้ถูกชุมชนที่ขยายตัวทุกปีรุกคืบจนประชิดกับผืนป่า สัตว์เลี้ยงของชาวบ้านอย่าง วัว ควายแพะ มักเข้ามาหาอาหารในทุ่งหญ้าของอุทยาน แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือ ฝูงช้างป่าและแรดมักออกไปหากินในทุ่งนาของชาวบ้านที่อยู่ติดกับอุทยานอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งหลายครั้ง พวกมันก็ถูกสังหารโดยชาวบ้านบางคนที่โกรธแค้น

kaziranga-park-animals

แรดถูกพรานเถื่อนสังหาร

ส่วนทางใต้ของอุทยานนั้น เป็นพื้นที่อพยพของสัตว์ป่าหลายชนิดที่จะข้ามยังไปผืนป่าอื่นๆ โดยเฉพาะในช่วงน้ำท่วม ทว่าเส้นทางอพยพของเหล่าสัตว์มีทางหลวงหมายเลข 37 ซึ่งเป็นทางขนส่งหลักในแนวตะวันออก – ตะวันตกของรัฐอัสสัมขวางอยู่ ทำให้ในแต่ละปีมีสัตว์ป่าจำนวนมากถูกรถชนตายบนถนนเส้นนี้ ซึ่งหากวันใดมีการขยายทางหลวงสายนี้เป็นทางด่วนสี่เลน ก็เชื่อได้ว่า ถนนสายนี้คงกลายเป็นทุ่งสังหารอย่างสมบูรณ์แบบ

bullelephant

ไม่เพียงแต่ปัญหาที่ได้พูดถึงแล้วเท่านั้น แต่คาสิรังก้ายังมีปัญหาในข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างชาวบ้านกับอุทยาน การบุกรุกของพวกตัดไม้ คนงานเหมืองหินและพวกเลี้ยงปศุสัตว์ อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การอนุรักษ์พื้นที่อุทยานคาสิรังก้าจะเต็มไปด้วยปัญหาต่างๆมากมาย ทว่าบรรดาเจ้าหน้าที่และนักอนุรักษ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ก็ยังคงเดินหน้าทำงานอย่างอุทิศตนและเสียสละเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลาย โดยมุ่งหวังให้ ผืนป่าแห่งนี้ยังคงความเป็นสรวงสวรรค์แห่งแดนไพรของเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายตลอดไป

waterrhino

 

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)