กวางแดง มงกุฏไพรจากยุคน้ำแข็ง (THE WILDERNESS CROWN from Ice age)

ผืนแผ่นดินของทวีปยุโรปส่วนใหญ่ กลายเป็นที่อยู่ของมนุษย์ นับแต่บรรพบุรุษของมนุษย์อพยพมาจากทวีปแอฟริกาเมื่อประมาณ 800,000 ปีก่อน นับแต่เวลานั้นที่มนุษย์เริ่มพัฒนาเผ่าพันธุ์และอารยธรรมของตน ธรรมชาติและสัตว์ป่าในดินแดนแห่งนี้ก็ถูกคุกคามมาโดยตลอด จนมาถึงยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้าย เมื่อ 25,000 ปีก่อน อันเป็นยุคที่บรรพบุรุษสายตรงของมนุษย์ครอบครองที่นี่

ในช่วงเวลาดังกล่าว สัตว์ใหญ่ที่สืบทอดเชื้อสายมาตั้งแต่ช่วงก่อนยุคน้ำแข็งอย่างช้างแมมมอธ แรดขนยาว สิงโตถ้ำ ถูกไล่ล่าจนสูญพันธุ์ลงเมื่อสิ้นยุคน้ำแข็ง อย่างไรก็ตามมีสัตว์ใหญ่อีกชนิดหนึ่งที่ไม่เพียงยังคงอยู่ หากแต่ยังสืบทอดเผ่าพันธุ์จนทั่วแผ่นดินยุโรปมาจนถึงปัจจุบัน สัตว์ดังกล่าวคือ กวางแดง ผู้สืบทอดสายพันธุ์สัตว์ใหญ่จากยุคน้ำแข็ง

จากหลักฐานทางโบราณคดี มีการขุดพบภาพเขียนยุคน้ำแข็งอายุประมาณ 15,000 ปี บนผนังถ้ำลาโกซ์ ในประเทศฝรั่งเศสเป็นภาพกวางแดงที่มีกิ่งเขางดงาม อันแสดงว่ามนุษย์ในยุคนั้นรู้จักและล่าสัตว์ชนิดนี้ ในยุโรปยุคโบราณ กวางเพศผู้ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งชายชาตรี ในตำนานจีนเล่าว่า เทพแห่งอายุวัฒนะ มีกวางเป็นพาหนะ และตำหรับยาจีนโบราณบันทึก ไว้ตั้งแต่เมื่อ 2,000 ปีก่อน บรรยายถึงสรรพคุณของเขากวางอ่อน ว่าใช้เป็นยารักษาโรคได้หลายชนิดทั้งยังบำรุงกำลัง บำรุงสมอง

(ภาพวาดกวางแดงยุคน้ำแข็งในถ้ำลาโกต์ส)

(กวางเอลค์)

กวางแดงเป็นกวางขนาดใหญ่ ตัวผู้มีส่วนสูงที่ไหล่ราว 1.3 เมตร เขายาวแยกเป็นแขนงคล้ายมงกุฏ ขนสีน้ำตาลอมแดง กวางแดงมีถิ่นกำเนิดทั่วยุโรปไปจนถึงเซียตะวันออกและแอฟริกาเหนือ ส่วนกวางเอลค์ของอเมริกาเหนือนั้นถือว่า เป็นชนิดย่อยชนิดหนึ่งของกวางแดง นอกจากนี้ยังมีการนำกวางแดงไปปล่อยในนิวซีแลนด์ และออสเตรเลียด้วย

ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ในป่าบริเวณเทือกเขาของสก็อตแลนด์ เสียงร้องก้องของสัตว์ใหญ่ดังกังวานตลอดแนวไพร ช่วงเวลานี้เป็นฤดูผสมพันธุ์ของกวางแดง ในช่วงนี้กวางตัวผู้จะเผชิญหน้ากันเพื่อแย่งชิงตัวเมีย ในสังคมของกวางแดงนั้น พวกมันจะอยู่รวมเป็นฝูงโดยทั้งฝูงจะมีตัวผู้เพียงตัวเดียวทำหน้าที่ควบคุมตัวเมียทั้งหมด หน้าที่ของกวางตัวผู้คือการผลิตลูกกวางให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นการช่วงชิงโอกาสของการจับคู่ผสมพันธุ์จึงเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้ ในฤดูผสมพันธุ์ กวางตัวผู้ที่โตเต็มที่และยังไม่มีฝูงตัวเมียหรือฮาเร็มของตัวเอง จะเข้าไปท้าทายกวางตัวผู้เจ้าของฮาเร็ม 

ในช่วงเวลานี้ กวางตัวผู้จะต่อสู้กันอย่างดุร้าย โดยใช้เขาที่แหลมคมเป็นอาวุธ ก่อนการต่อสู้ กวางตัวผู้จะเริ่มต้นด้วยการคำรามเป็นการประเมินกำลังคู่ต่อสู้ ถ้าฝ่ายใดคำรามได้นานกว่าและดังกว่า อีกฝ่ายก็อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ต่อสู้ด้วย ทั้งนี้เนื่องด้วยกวางที่ คำรามได้ดังและนานกว่า จะมีพละกำลังมากกว่า วิธีการนี้นับเป็นวิธีการที่ดีกว่าการเผชิญหน้ากัน เพราะโดยปกติแล้วหากมีการต่อสู้กัน มักจะจบลงด้วยความตายหรือการบาดเจ็บของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และบางครั้งก็จบลงด้วยความตายของทั้งสองฝ่ายเมื่อเขาของพวกมัน เกี่ยวเกาะกันจนแยกไม่ออก ทำให้ทั้งคู่ต้องอดตายในที่สุด

ในขณะที่กวางตัวผู้มีหน้าที่ในการผลิตลูกจำนวนมาก แต่หน้าที่ของกวางตัวเมียกลับอยู่ที่การเลี้ยงลูกกวางให้แข็งแรงและเติบโต สำหรับลูกกวางแดงนั้นเมื่อแรกเกิดจะมีขนสีนำตาลแดงแต้มด้วยจุดสีขาวตามลำตัวเพื่อใช้ในการพรางตัว โดยมากแล้ว ลูกกวางตัวผู้จะอ่อนแอกว่าตัวเมียและมีโอกาสตายมากกว่า เมื่อเกิดภาวะแห้งแล้งและขาดแคลนอาหารขึ้น ดังนั้นแม่กวางจึงให้ลูกตัวผู้กินนมนานกว่าลูกตัวเมีย และจากข้อนี้เองทำให้แม่กวางที่แข็งแรงมักจะมีลูกเป็นตัวผู้ ก็เพราะแม่กวางที่แข็งแรงจะผลิตน้ำนมเลี้ยงลูกได้ดีกว่า

นับแต่อดีตมา กวางแดงถูกมนุษย์ไล่ล่าเพื่อนำเนื้อมาเป็นอาหารและใช้ประโยชน์ จากชิ้นส่วนต่าง ๆ ของมัน เช่น ใช้หนังทำเครื่องนุ่งห่ม กระดูกและเขาทำเครื่องใช้ นอกจากการล่าเพื่อประโยชน์ดังกล่าวแล้ว การล่ากวางแดงได้กลายเป็น กีฬาประเพณีของชนชั้นสูงในสมัยก่อนด้วย แม้ทุกวันนี้ ประเพณีดังกล่าวยังคงปฎิบัติกันอยู่ในประเทศอังกฤษ โดยเมื่อถึงฤดูล่าสัตว์ เหล่านักล่าจะแต่งกายเต็มยศในชุดขี่ม้าและมาชุมนุมกัน โดยมีผู้ชี้กวางทำหน้าที่นำนักล่าไปค้นหากวาง เมื่อพบแล้ว จะปล่อยสุนัขล่าเนื้อครึ่งฝูงไล่กวางแดงจากที่ซ่อน จากนั้นจะปล่อยสุนัขที่เหลือวิ่งไล่ตามกวาง เหล่านักล่าจะขี่ม้าตามฝูงสุนัขเป็นขบวนไป และในราว 30 นาทีต่อมา เมื่อกวางหมดแรงและหยุดวิ่ง มันจะถูกสุนัขล้อมไว้จนกระทั่งนักล่ามาถึง และสำเร็จโทษกวางเคราะห์ร้ายด้วยกระสุนปืน แม้ประเพณีดังกล่าวจะถูกต่อต้านจากสมาคมต่อต้านการทำทารุณสัตว์ และกลุ่มผู้รักสัตว์มาโดยตลอด แต่ในปัจจุบัน ประเพณีดังกล่าวก็ยังคงมีอยู่

นอกจากการล่ากวางแดงสไตล์อังกฤษแล้ว ในสก็อตแลนด์ก็ยังเป็นอีกที่หนึ่งที่การล่ากวางแดงเป็นที่นิยม ทุ่งหญ้าของสก็อตแลนด์เป็นแหล่งอาศัยที่ดีที่สุดของกวางแดง โดยทุ่งหญ้าเหล่านี้เป็นกรรมสิทธิของครอบครัวเจ้าของที่ดิน ในฤดูใบไม้ร่วง เจ้าของที่ดินจะให้นักล่าสัตว์เช่าสิทธิในการล่ากวางในพื้นที่ของตน ทั้งนี้นักลาจะต้องแจ้งล่วงหน้าว่าต้องการล่ากวางเป็นจำนวนเท่าใด จากนั้น จะมีพรานนำทางแกะรอยนำนักล่าไปหากวาง เมื่อล้มกวางได้ นักล่าจะได้เพียงเขาส่วนเนื้อจะตกเป็นของเจ้าของที่ดิน สำหรับชิ้นส่วนอื่น ๆ จะเป็นของพรานแกะรอย 

เนื่องด้วยประเพณีล่ากวางเป็นที่นิยม ดังนั้นเมื่อชาวอังกฤษไปตั้งถิ่นฐานที่นิวซีแลนด์จึงได้นำกวางพวกนี้ไปปล่อยที่นั่นด้วย การที่ไม่มีศัตรูตามธรรมชาติทำให้พวกมันเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วจนเข้าขั้นวิกฤตและกลายเป็นภัยคุกคามการเกษตรกรรม จึงนำไปสู่การล่ากวางครั้งใหญ่ ซึ่งผลของมันทำลายกวางแดงในนิวซีแลนด์ไปถึง 80 เปอร์เซนต์ ทว่าสิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่เพียงลดจำนวนกวางเท่านั้น แต่ยังทำให้ธุรกิจค้าเนื้อและชิ้นส่วนของกวางแดง เกิดและเติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ตลาดโตขึ้นแต่จำนวนกวางในป่าลดลง จึงนำไปสู่การทำฟาร์มเพาะเลี้ยงกวางแดงขึ้นในนิวซีแลนด์และขยายสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากเนื้อกวาง นุ่มและมีรสชาดดี อีกทั้งมีไขมันต่ำกว่าเนื้อวัวและหมู จึงทำให้เป็นที่นิยมของตลาดในยุโรป นอกจากนี้ชิ้นส่วนอย่างเขาอ่อนก็เป็นที่ต้องการของตลาดในเอเซียตะวันออก เนื่องด้วยเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยา

ทุกวันนี้แม้การคุกคามสัตว์ป่าและธรรมชาติยังมีอยู่และเพิ่มความรุนแรงในหลายพื้นที่จนสัตว์ป่าหลายชนิดใกล้สูญพันธุ์ แต่กับกวางแดงคงไม่เป็นเช่นนั้น การเพาะเลี้ยงกวางแดงที่ขยายตัวไปทั่วโลก กลายเป็นหลักประกันว่า กวางแดงคงไม่สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้และ พวกมันคงอยู่รอดจากการทำลายล้าง เฉกเช่นที่บรรพบุรุษของมันรอดพ้นจากยุคน้ำแข็ง มาจนทุกวันนี้

 

Related posts:

One thought on “กวางแดง มงกุฏไพรจากยุคน้ำแข็ง (THE WILDERNESS CROWN from Ice age)

  • กันยายน 14, 2012 at 11:02 pm
    Permalink

    นับได้ว่ากวางแดงมีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์มาตั้งแต่ยุคเริ่มแรก แต่มนุษย์นี่สิดูเหมือนไม่มีคุณประโยขน์ต่อกวางแดงสักเท่าไหร่เลย

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)