นิวซีแลนด์ แผ่นดินนกยักษ์

หมู่เกาะนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งเป็นมหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างแผ่นดินใหญ่ใด ๆ มากที่สุดในโลกด้วย นิวซีแลนด์ประกอบด้วยเกาะใหญ่สองเกาะเรียกว่าเกาะเหนือและเกาะใต้

 มีพื้นที่รวม 269,067 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยที่ราบและป่าฝนเขตอบอุ่น รวมทั้งเทือกเขาสูงที่มีหิมะปกคลุม นับเป็นเกาะที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดเกาะหนึ่งของโลก

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้นิวซีแลนด์มีความโดดเด่นมากกว่าดินแดนใด ๆ ก็คือที่นี่เป็นดินแดนของนกและสัตว์เลื้อยคลานอย่างแท้จริง นอกจากค้างคาวสองชนิดที่มีอยู่แล้ว นิวซีแลนด์ไม่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมใด ๆ เลยที่เป็นสัตว์ดั้งเดิมของดินแดนแห่งนี้

สาเหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า ตอนที่นิวซีแลนด์แยกตัวมาจากทวีปกอนด์วานา เมื่อราว 80 ล้านปีที่แล้วนั้น ยังไม่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อพยพเข้ามาอยู๋ในนิวซีแลนด์เลย สัตว์ที่สามารถมาอยู่ที่นี่ได้มีเพียงพวกที่บินได้เท่านั้น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมดั้งเดิมของนิวซีแลนด์มีเพียงค้างคาวสองชนิดเท่านั้น บรรพบุรุษของพวกมันอาจถุกลมหอบมาจากแผ่นดินใหญ่และมาตกยังเกาะแห่งนี้ สัตว์ที่เป็นเจ้าเกาะแห่งนี้ก็คือ พวกนก

(นกกีวี)

โดยพวกมันได้บินข้ามมาอยุ่ยังดินแดนแห่งนี้และได้มีวิวัฒนาการของมันเองจนกลายเป็นผู้ครอบครองดินแดนแห่งนี้ไป เนื่องจากบนเกาะแห่งนี้ไม่มีสัตว์เลี้ยงด้วยนมนักล่าเหมือนอย่างบนแผ่นดินใหญ่ ทำให้พวกนกสามารถหากินบนพื้นดินได้โดยไม่ต้องกลัวอันตราย เมื่อเวลาผ่านไป พวกนกหลายชนิดสูญเสียความสามารถในการบิน ในที่สุดนกกว่าหนึ่งในสามของนิวซีแลนด์ก็กลายเป็นนกที่บินไม่ได้ หรือบินได้แต่ไม่ดีนัก ไม่เฉพาะแต่นกเท่านั้น สัตว์อื่น ๆ อย่างพวกแมลงและสัตว์เลื้อยคลานก็มีวิวัฒนาการจนมีขนาดใหญ่กว่าชนิดเดียวกันในที่อื่น ๆ นอกจากนี้นิวซีแลนด์ยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่สืบทอดเผ่าพันธุ์มาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ เช่น ทัวทารา กิ้งก่าโบราณตัวเท่ากระรอกที่สืบทอดเผ่าพันธุ์มาตั้งแต่ยุคจูราสสิก กบดึกดำบรรพ์ที่ไร้หูและส่งเสียงร้องไม่ได้ เป็นต้น  

(ทัวทารา)

นอกจากสัตว์แล้ว พืชดึกดำบรรพ์หลายชนิดอย่างพวก สนดึกดำบรรพ์ เฟิร์นยักษ์ และหญ้ามอสพันธุ์ต่าง ๆ ก็ยังคงดำรงอยู่ที่นี่เช่นกัน สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ล้วนเข้าครอบครองส่วนต่าง ๆ ของนิวซีแลนด์และมีวิวัฒนาการอย่างโดดเดี่ยวมานานหลายสิบล้านปี ความห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่และความกว้างใหญ่ของพื้นที่ทำให้นิวซีแลนด์กลายเป็นอีกดินแดนหนึ่งของโลกที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุด
 
ตลอดช่วงเวลาของวิวัฒนาการอันโดดเดี่ยวและยาวนาน  นกหลายชนิดที่มาอยู่ยังนิวซีแลนด์ได้สูญเสียความสามารถในการบินไป เนื่องจากภาวะที่ไม่ต้องแข่งขันกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ประกอบกับการมีร่างกายขนาดใหญ่ ทำให้มีระบบย่อยอาหารที่ทรงประสิทธิภาพได้มากกว่า นกหลายชนิดจึงมีขนาดใหญ่ขึ้นและบางชนิดก็พัฒนาร่างกายจนใหญ่โต หนึ่งในพวกนกเหล่านี้ก็คือ พวกนกในวงศ์โมอา (Moa)

(โมอาแข้งหนา)

มีนกโมอาทั้งหมด 11 ชนิด ในเกาะเหนือและใต้ของนิวซีแลนด์ พวกมันอาศัยอยุ่ทั่วไปทั้งในที่ราบ ป่าฝน และเขตภูเขา โดยมีขนาดที่หลากหลาย มีตั้งแต่ชนิดเล็กอย่าง โมอาภูเขา (Upland Moa) ที่สูงเพียง 1 เมตร และหนักราว 25  กิโลกรัม จนถึง โมอาแข้งหนา (Heavy–footed Moa) ที่สูง 1.8 เมตรและหนัก 150 กิโลกรัม ซึ่งมีจุดเด่นคือท่อนขาขนาดใหญ่กว่านกชนิดอื่น ๆ

แต่โมอาที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดคือ นกโมอายักษ์ (Giant Moa) หรือ Dinornis Giganteus สูงถึงกว่า 10 ฟุต และหนักกว่า 250 กิโลกรัม มันเป็นโมอาชนิดที่ใหญ่ที่สุดและยังได้ชื่อว่า เป็นนกที่สูงที่สุดในโลก โมอายักษ์ มีคอยาว ที่มีขนขึ้นปกคลุม โดยขนของโมอาจะเป็นเส้นเล็ก ๆ คล้ายกับเส้นผม ผิดกับขนนกทั่วไป  นกโมอาทุกชนิดมีปีกที่เล็กมาก เล็กจนเรียกว่าไม่มีเลยก็ว่าได้ กล่าวได้ว่า พวกมันเป็นสัตว์สองเท้าอย่างแท้จริง

ถิ่นอาศัยของเหล่าโมอา คือเขตป่าทึบและที่ราบของเกาะเหนือและเกาะใต้ จากหลักฐานที่ขุดพบ เชื่อว่าโมอาน่าจะอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ อาหารของมันคือใบไม้และลูกไม้นานาชนิด โมอาทำรังและวางไข่ครั้งละหนึ่งถึงสองฟอง เมื่อครั้งที่ชาวเมารีขึ้นฝั่งที่นิวซีแลนด์ นกโมอาคือแหล่งอาหารสำคัญของพวกเขา โดยใช้เนื้อและไข่เป็นอาหาร ใช้หนังทำเครื่องนุ่งห่ม ส่วนกระดูกใช้ทำเครื่องใช้และอาวุธ 

ที่จริงแล้วก่อนหน้าที่ชาวเมารีจะเข้ามา ศัตรูร้ายของนกโมอาทั้งหลายเป็นนกนักล่าที่น่ากลัวชนิดหนึ่ง มันคือ นกอินทรีฮาสต์ (Haast eagle) หรือ Harpagornis moorei

(อินทรีฮาสต์)

มันเป็นนักล่าในตระกูลเหยี่ยวและอินทรีที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโลก โดยมีความยาวจากปลายปีกข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งกว่า 10 ฟุต หรือสามเมตร น้ำหนักราว 15 -20 กิโลกรัม กรงเล็บของมันมีขนาดพอๆกับเล็บเสือโคร่ง จัดว่าเป็นนักล่าที่น่ากลัวที่สุดของนิวซีแลนด์ เนื่องจากนกอินทรีชนิดนี้อาศัยอยู่ในเกาะใต้ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยป่าหนาทึบ มันจึงมีปีกที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบตามสัดส่วนร่างกาย ทั้งนี้เพื่อให้เป็นประโยชน์ขณะที่บินล่าเหยื่อในป่า ช่วงปีกค่อนข้างสั้นและแผ่กว้างทำให้อินทรีฮาสต์ ไม่ร่อนหาเหยื่อจากที่สูงเหมือนอย่างพวกแร้ง แต่มักจะบินไปตามแนวป่ามากกว่า

เหยื่อสำคัญของอินทรีฮาสต์คือบรรดานกโมอาชนิดต่างๆ โดยเฉพาะนกโมอายักษ์ที่หนักกว่า 250 กิโลกรัม แม้ว่าโมอายักษ์จะใหญ่กว่าอินทรีฮาสต์หลายเท่า แต่มันก็ค่อนข้างเชื่องช้าและยังมีคอและศรีษะขนาดเล็กทำให้ง่ายต่อการโจมตี โดยอินทรีฮาสต์จะโฉบลงที่ลำคอหรือไม่ก็ศรีษะของเหยื่อ ก่อนใช้กรงเล็บสังหารเหยื่อของมัน เนื่องจากเหยื่อของมันมีขนาดใหญ่มาก อินทรีฮาสต์จึงมักกินเหยื่อที่พื้นและอยู่กับซากเป็นเวลาหลายวัน

การที่อินทรีฮาสต์ล่าเหยื่อขนาดใหญ่อย่างนกโมอายักษ์ ก็เพราะว่าในนิวซีแลนด์ มันเป็นนักล่าที่ใหญ่ที่สุดของดินแดนแห่งนี้ ตามปกติสัตว์จำพวกเหยี่ยวและนกอินทรีจะล่าเหยื่อที่มีขนาดเล็กกว่าพวกมันเพื่อให้ง่ายต่อการนำขึ้นไปกินบนกิ่งไม้สูงทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ถูกสัตว์นักล่าบนพื้นดินชนิดอื่นที่แข็งแรงกว่ามาแย่งเหยื่อไป แต่ในนิวซีแลนด์ไม่มีสัตว์นักล่าบนพื้นดิน ที่แข็งแกร่งกว่าอินทรีฮาสต์ ทำให้พวกมันสามารถกินเหยื่อบนพื้นดินได้โดยไม่ต้องกลัวถูกแย่งไปบรรดา

(นกคาคาโป)

นิวซีแลนด์เป็นสวรรค์ของเหล่านกยักษ์และนกบินไม่ได้มายาวนานนับล้านปีจวบจนกระทั่ง มนุษย์ขึ้นฝั่งที่นี่เมื่อประมาณ 900 ปีที่แล้ว ชนดังกล่าวคือชาวเมารีซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของนิวซีแลนด์ในปัจจุบัน การมาถึงของพวกเมารี นำความหายนะมาสู่นกโมอาชนิดต่าง ๆ ทั้งนี้ก่อนหน้าที่มนุษย์จะมาถึง มีนกโมอาชนิดต่าง ๆ อาศัยอยู่บนหมู่เกาะนิวซีแลนด์เป็นจำนวนหลายแสนตัว ทว่าพวกมันกลับถูกไล่ล่าจนสูญพันธุ์ไปในเวลาไม่ถึงสองร้อยปีหลังการมาถึงของชาวเมารี และการสูญพันธุ์ของพวกโมอาได้ส่งผลให้นกนักล่าขนาดยักษ์อย่างอินทรีฮาสต์ต้องสูญพันธุ์ตามเหยื่อไปด้วย ต่อมาเมื่อชนผิวขาวได้มาตั้งรกรากยังดินแดนแห่งนี้ นกบินไม่ได้อีกหลายชนิดก็ได้ตกเป็นเหยื่อของสัตว์เลี้ยงอย่างหมาและแมวที่ชนผิวขาวนำมา

(นกอีโก้งทากาเฮ)

แม้ว่าในปัจจุบัน ทางการนิวซีแลนด์ได้มีความพยายามที่จะอนุรักษ์สายพันธุ์ท้องถิ่นของนิวซีแลนด์เอาไว้ จนทำให้นกโบราณหลายชนิดอย่างนกกีวี นกแก้วคาคาโป และนกอีโก้งทากาเฮ ยังคงเหลือรอดอยู่ได้ แต่การทำลายล้างในอดีตที่ผ่านมา ก็ได้ส่งผลให้นกหลายสิบชนิดของดินแดนแห่งนี้สูญพันธุ์ไปโดยสิ้นเชิง

 

Related posts:

One thought on “นิวซีแลนด์ แผ่นดินนกยักษ์

  • สิงหาคม 11, 2012 at 11:22 pm
    Permalink

    มนุษย์มักจะเป็นตัวการทำลายความงามของธรรมชาติเสมอ

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)