โลกดึกดำบรรพ์แห่งมาดากัสการ์

เกาะมาดากัสการ์ เป็นดินแดนที่แปลกประหลาด ที่นี่เป็นถิ่นอาศัยสุดท้ายของบรรดาลีเมอร์ ซึ่งเป็นไพรเมตยุคโบราณที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน ทว่าในยุคแรกที่เกาะมาดากัสการ์แยกตัวออกมาจากแผ่นดินใหญ่นั้น เกาะแห่งนี้ยังคงถูกครอบครองโดยเหล่าไดโนเสาร์และบรรดาจระเข้ดึกดำบรรพ์ซึ่งบางชนิดก็ดูแปลกประหลาดและน่าพิศวง

เมื่อ 80 ล้านปีที่แล้วในช่วงปลายยุคครีตาเชียส เกาะมาดากัสการ์ได้แยกตัวออกจากมหาทวีปกอนด์วานาและตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างทวีปแอฟริกากับอนุทวีปอินเดีย อย่างไรก็ตาม ดินแดนแห่งนี้ยังมิได้ถือว่าถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง ซากฟอสซิลของสัตว์ดึกดำบรรพ์จำนวนมากที่ถูกพบบนเกาะแสดงให้เห็นถึงความคล้ายคลึงกันระหว่างสัตว์ที่อยู่บนเกาะและพวกที่อยู่อนุทวีปอินเดียรวมไปถึง อเมริกาใต้และแอนตาร์กติกา ซึ่งบอกให้รู้ว่า ในยุคนั้น น่าจะยังมีสะพานแผ่นดินเชื่อมต่อระหว่างดินแดนเหล่านี้อยู่

อย่างไรก็ตาม เราอาจกล่าวได้ว่า จุดเริ่มต้นของเกาะมาดากัสการ์เกิดขึ้นเมื่อ 80 ล้านปีก่อน และในช่วงเวลาดังกล่าว ที่นี่ยังถูกครอบครองโดยเหล่าไดโนเสาร์เหมือนเช่นในส่วนอื่น ๆ ของโลกยุคนั้นและไดโนเสาร์ที่ได้ชื่อว่า เป็นนักล่าสุดยอดของเกาะแห่งนี้ ก็คือ มาจุงกาโทลัส

(มาจุงกาโทลัสกับซากของไททันโนซอรัส)

มันมีความยาวประมาณ 9 เมตรและน่าจะมีน้ำหนักประมาณ 2 -3 ตัน ฟอสซิลของพวกมันถูกค้นพบครั้งแรกบนเกาะแห่งนี้ เมื่อปี ค.ศ.1996 โดยนักโบราณชีววิทยาค้นพบแผงฟันที่มีรูปร่างคล้ายกริชและมีลักษณะขอบฟันเป็นซี่เลื่อยปะปนอยู่กับซากของพวกซอโรพอด ซึ่งลกษณะดังกล่าวแสดงให้ว่า ไม่ใช่ชิ้นส่วนของพวกกินพืชอย่างซอโรพอด แต่เป็นของสัตว์นักล่า ซึ่งหลังจากพบชิ้นส่วนแรกได้ไม่นาน พวกเขาก็ขุดพบชิ้นส่วนอื่น ๆ อีกหลายชิ้นและให้ชื่อ ไดโนเสาร์ชนิดนี้ ว่า มาจุงกาโทลัส 

ปัจจุบัน นักโบราณคดีชีววิทยาได้ค้นพบชิ้นส่วนต่างๆของมันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะส่วนกระโหลกที่แทบจะครบสมบูรณ์ ซึ่งฟอสซิลที่พบนี้ แสดงให้เห็นว่า มาจุงกาโทลัสดูคล้ายคลึงกับพวกกินเนื้อยุคเดียวกันที่พบในอาร์เจนตินาและอินเดีย จนทำให้นักโบราณคดีชีววิทยาคิดว่า ในยุคที่พวกมันมีชีวิตอยู่นั้น เกาะมาดากัสการ์ยังคงมีสะพานแผ่นดินที่เชื่อมกับส่วนอื่นของโลกอยู่

(ซัลตาซอรัส)

มาจุงกาโทลัสเป็นนักล่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะ อาหารของพวกมันได้แก่ สัตว์ชนิดอื่นๆซึ่งก็รวมถึง เหล่าซอโรพอดขนาดกลางอย่างไททันนอซอรัสและซัลตาซอรัสที่มีขนาดเท่ากับช้างตัวโตๆ พวกซอโรพอดเหล่านี้มักอยู่รวมเป็นฝูงใหญ่แบบเดียวกับช้างในยุคปัจจุบัน ซึ่งการเข้าโจมตีคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมาจุงกาโทลัส ดังนั้นพวกมันจึงอาจรวมกลุ่มกันเพื่อล่าเหยื่อขนาดใหญ่เหล่านี้หรือไม่ก็เลือกจู่โจมพวกที่อ่อนแอและพลัดหลงจากฝูง นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่แสดงว่า มาจุงกาโทลัสอาจกินพวกเดียวกันเองด้วย

นอกจาก มาจุงกาโทลัสแล้ว บนเกาะมาดากัสการ์ในยุคนี้ยังมีนักล่ารุ่นจิ๋วอาศัยอยู่ด้วย มันเป็นไดโนเสาร์ขนาดเท่ากับสุนัขอัลเซเชี่ยน แต่มีฟันที่แสนแปลกประหลาด ชื่อของมัน คือ เมเซียคาซอรัส ซากฟอสซิลที่พบ แสดงให้เห็นว่า พวกมันอาศัยบริเวณลุ่มแม่น้ำทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ พวกมันมีฟันหน้ารูปกรวยที่งอกยาวมีปลายโค้งออกมานอกปาก ขณะที่ฟันด้านหลังมีลักษณะคล้ายใบมีดและหยักเป็นซี่เลื่อยเหมือนพวกกินเนื้อชนิดอื่นๆ นักโบราณชีววิทยาสันนิษฐานว่า ฟันหน้าของเมเซียคาซอรัสมีไว้สำหรับใช้แทงเหยื่อตัวเล็ก ๆ ซึ่งอาจเป็นพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กิ้งก่าและนก ส่วนฟันด้านหลังใช้สำหรับฉีกเนื้อเหยื่อ 

(เมเซียคาซอรัส)

อย่างไรก็ตาม เมเซียคาซอรัสก็ยังตกเป็นอาหารของสัตว์กินเนื้อที่ใหญ่กว่า อย่างมาจุงกาโทลัสและจระเข้ชนิดต่าง ๆ ทั้งนี้เมื่อ 80 ล้านปีก่อนนั้น เกาะมาดากัสการ์มีจระเข้อยู่หลายชนิดและหลายขนาด อย่างเช่น อราริเปซูคัสซึ่งเป็นจระเข้พันธุ์แคระยาวเพียง 60 เซนติเมตร พวกอราริเปซูคัสมีช่วงขาที่ยาวกว่าพวกจระเข้ในปัจจุบัน แสดงถึงความเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างว่องไวปราดเปรียว

(อราริเปซูคัส)

(มาจังกาซูคัสโจมตีลูกซัลตาซอรัส)

สำหรับ นักล่าที่น่าหวั่นเกรงแห่งท้องน้ำของมาดากัสการ์ คงไม่พ้น มาจังกาซูคัส ซึ่งมีความยาวกว่าสี่เมตร และอาจหนักถึง 1 ตัน พวกมันมีกระโหลกสั้นและหนากว่าจระเข้ในยุคปัจจุบันทั้งยังมีรูปร่างค่อนข้างบึกบึนกว่า มาจุงกาซูคัสน่าจะล่าเหยื่อด้วยวิธีเดียวกับจระเข้ในปัจจุบัน โดยการซุ่มรออยู่ริมฝั่งน้ำและเข้าโจมตีเหยื่อที่เดินข้ามน้ำหรือลงมากินน้ำโดยไม่ทันระวังตัว

นอกจากพวกจระเข้ที่กินเนื้อแล้ว เกาะมาดากัสการ์ในยุคนี้ยังมีพวกจระเข้ที่กินพืชอาศัยอยู่ด้วย จระเข้เหล่านี้มีใบหน้าสั้นมู่ทู่และฟันที่แบนคล้ายกานพลู ซึ่งเหมาะสำหรับการบดเคี้ยวพืชผัก

เมื่อ 80 ล้านปีก่อน เป็นช่วงที่นกรุ่นแรกได้ปรากฏขึ้นมาแล้ว ซึ่งบนเกาะมาดากัสการ์ก็มีนกอาศัยอยู่ด้วย หนึ่งในนกดึกดำบรรพ์ที่อยู่บนเกาะนี้ คือ ราโฮนาวิส ที่มีขนาดเท่ากับอีกา ทว่ายังคงมีฟันแหลมเรียงเป็นแถวในปากแบบเดียวกับพวกไดโนเสาร์และที่สำคัญคือลักษณะกรงเล็บของราโฮนาวิสดูคล้ายกับกรงเล็บของเวโลซิแรปเตอร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างพวกนกกับไดโนเสาร์

(ราโฮนาวิสกินซากสัตว์ที่ถูกจระเข้ยักษ์สังหาร)

แม้ว่าไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ทั้งหลายจะสูญพันธุ์ไปจากมาดากัสการ์ตั้งแต่เมื่อ 65 ล้านปีที่แล้ว ทว่าในปัจจุบัน เกาะมาดากัสการ์ก็ยังเป็นแหล่งรวมของสายพันธุ์สัตว์เฉพาะถิ่นจำนวนมาก โดยร้อยละ 80 ของสัตว์เหล่านี้ไม่พบในที่อื่นใดของโลก จึงนับได้ว่า ดินแดนแห่งนี้ยังคงความน่าพิศวงไว้ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย

 

Related posts:

2 thoughts on “โลกดึกดำบรรพ์แห่งมาดากัสการ์

  • สิงหาคม 28, 2012 at 3:58 pm
    Permalink

    ภาพที่สี่น่าไปดัดฟันนะคะ โถ ฟันยื่นทั้งบนทั้งล่างเชียว

    Reply
  • สิงหาคม 31, 2012 at 4:59 pm
    Permalink

    อ่านแล้วได้ความรู้ดีครับ ว่าสมัยโบราณ ชีวิตบนเกาะมาดากัสการ์มีหน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)