แลทะเลตะรุเตา

(สภาพป่าบนเกาะตะรุเตา)

ครั้งแรกที่ได้มีโอกาสไปเยือน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา คราวก่อนได้แต่ยืนดูที่ท่าเรือเพราะเจอพายุ คราวนี้ได้ไปเสียที โดยทริปนี้ใช้บริการน้องนก (นกแอร์) ไปลงหาดใหญ่แล้วเหมารถตู้ไปลงสปีดโบ๊ตที่ปากบารา คืนแรกก็ไปนอนกันบนเกาะตะรุเตาเลย นั่งสปีดโบ๊ตไปแค่ 25 นาทีจากปากบารา ถึงเอาราว ๆ เที่ยง

 

(อ่าวตะโละวาว)

ห้องพักเป็นบังกาโล 2 ห้องนอน นอนได้ห้องละ 2 คน มีห้องน้ำในตัว พอใช้ได้ มีอยู่นิดนึงก็คือร้อนไปนิด เพราะไฟดับเอาตอนประมาณเกือบห้าทุ่ม ช่วงบ่ายเหมารถอุทยานไปฝั่งตะโล๊ะวาว ซึ่งเป็นบริเวณคุกเก่าที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้าย ระยะทางประมาณสิบกิโล แต่นั่งรถไปเกือบครึ่งชั่วโมงได้ เพราะเส้นทางค่อนข้างชัน ไปถึงก็ลงเดิน ทางเดินสะดวกสบาย อากาศไม่ร้อน เพราะต้นไม้ครึ้มเลย เดินไปอ่านป้ายข้อมูลไปได้ความรู้เกี่ยวกับอดีตของตะรุเตาเยอะเลย

(เหยี่ยวแดง)

กลับมาจากอ่าวตะโล๊ะวาวก็มานั่งพักกันสักครู่ น้องๆร่วมทริปบางคนเตรียมตัวเล่นน้ำ ส่วนเราก็เตรียมขึ้นไปชมวิวผาโต๊ะบู แล้วก็รอดูพระอาทิตย์ตก เดินขึ้นไปประมาณ 20 นาที  ขึ้นไปถึงประมาณห้าโมงกว่า ๆ เหนื่อยแต่ลมเย็นดี ไม่นานก็หยิบกล้องได้ ดูสภาพป่าของเกาะตะรุเตาสมบูรณ์มาก เจอเหยี่ยวแดง 2-3 ตัวมาบินอวดโฉม เลยถ่ายรูปไว้ แต่ก็ไม่ค่อยทัน ได้มานิดเดียว แถมเบลออีกต่างหาก เย็นนี้เมฆค่อนข้างเยอะ ถ่ายไปเพลิน ๆ หันไปดูด้านหลังปรากฎเมฆดำทมึนมาเลย รีบลงดีกว่า

(อาทิตย์อัสดงที่ผาโต๊ะบู)

(ฝูงปูลม)

วันต่อมาตื่นกันประมาณ 7 โมงอาบน้ำอาบท่าแล้วก็เดินไปสำรวจชายหาดซะหน่อย ที่นี่ปูลมเยอะจริง ๆ สังเกตตั้งแต่วันที่มาถึงแล้ว เลยถ่ายเก็บเอาไว้หน่อย หลังจากกินข้าวเช้า เก็บข้าวเก็บของเตรียมตัวเดินทางต่อ เราก็มานั่งรอสปีดโบ๊ตต่อไปยังเกาะอาดัง รออยู่นานหน่อย กว่าจะได้ขึ้นเรือก็ราว ๆ เที่ยงครึ่ง

 (ซุ้มประตูหินธรรมชาติ)

เดินทางออกจากเกาะตะรุเตาได้สัก 20 นาทีก็แวะที่เกาะไข่ ซึ่งมีจุดท่องเที่ยวสำคัญก็คือ ซุ้มประตูหินธรรมชาติที่ใครต่อใครต้องแวะมาเก็บภาพเอาไว้ ตอนที่เราไปถึงก็มีนักท่องเที่ยวกลุ่มนึงถ่ายรูปกันอยู่แล้ว พอเราลงไปก็มีอีกกลุ่มตามมาสมทบแบบติดๆเลย   จากนั้นเราก็เดินทางต่อไปเกาะอาดัง โชคดีที่คืนนี้เราจองที่พักไว้บนอาดัง  ลงเรือปุ๊บก็เข้าที่พักเลยส่วนคนอื่น ๆ ที่พักบนหลีเป๊ะก็ต้องนั่งเรือหางยาวต่อไปอีกหน่อย ประมาณ 800 เมตร 

(หาดทรายหลังซุ้มประตูหิน)

เรานอนเรือนแถวอันอบอุ่นอีกเช่นกัน ดีหน่อยที่มีห้องน้ำในตัว ที่พักใหม่ ๆ บนอาดังก็มีเยอะ ดูเหมือนรีสอร์ทเลย แต่เราจองไม่ทัน เอาไว้คราวหน้า ช่วงเย็นเรานั่งเรือไปสำรวจเกาะหลีเป๊ะกันก่อน แต่อยู่กันไม่นานก็กลับ วันนี้เราจองเรือสำหรับไปเที่ยวพรุ่งนี้ด้วย เป็นโปรแกรม 2 ราคา 2,000 บาท แต่ต้องเช่าหน้ากาก Snorkel กับเสื้อชูชีพอีกคนละ 100 บาท คืนนี้นอนกันนึกว่าจะร้อนมาก แต่ก็ไม่เท่าไหร่เพราะฝนตกช่วงดึก ๆ

วันที่สามเรานัดเรือไว้ประมาณเก้าโมงเช้า กัปตันเรือ มารอเราตั้งแต่แปดโมง กินข้าวกินปลาเสร็จเอาสัมภาระไปฝากที่พี่เจ้าหน้าที่แล้วก็ลงเรือกันเลย จุดแรกเราไปดำกันที่ร่องน้ำจาบัง คนเยอะมาก เรือจอดอยู่กว่า 10 ลำ ก็พอไหว ดำดูไปเรื่อย ๆ เสียดายที่ ฟ้าครึ้มไปหน่อย สีสันโลกใต้น้ำเลยขมุกขมัว จากนั้นเราก็ไปแวะที่เกาะหินงาม แลนด์มาร์คอีกที่นึงของ อช.ตะรุเตา เนื่องจากตัวเปียกและเหนียวเพราะน้ำทะเลแล้ว เราเลยไม่อยากจะจับกล้องสักเท่าไหร่ รูปเลยออกมาไม่ค่อยจะได้เรื่อง น่าเสียดาย

 (เกาะรอกลอย)

จากนั้นเรานั่งเรือต่อไปอีกไกลพอสมควรเพื่อไปดูหินซ้อน แล้วก็ดำน้ำต่อแถว ๆ หินซ้อน นั่นเลย ที่นี่ดูเหมือนว่าน้ำจะตื้นกว่าที่จาบังเล็กน้อย แต่น้ำแรงเหลือเกิน ดำเพลินเกินไป อาจจะพลัดหลงกับยานพาหนะได้ จากนั้นเราก็วิ่งย้อนกลับเข้าไปยังเกาะรอกลอย (รอ-กลอย) ซึ่งก็สวยมากเหมือนกันเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน

เสร็จมื้อเที่ยงก็ไปหาดทรายขาว ที่เกาะราวี ที่นี่น้ำทะเลสวยมาก หาดทรายขาว ตอนแรกกะจะไม่ลงเพราะคนเยอะมาก ไปได้สักพัก พอคนเริ่มทยอยกันกลับ ก็นึกอยากดำน้ำขึ้นมา เลยเอาซะหน่อย ถ่ายรูปปลาการ์ตูนมาได้ 2 รูปแบบห่าง ๆ ดีเหมือนกัน

จากราวี เราไปต่ออีกที่นึงคือหลังเกาะอาดัง ไปแวะนอนเล่นกันพักนึงก็กลับ เพราะคลื่นแรงมาก  เรากลับมาถึงอาดังราว 4 โมง แวะเอาสัมภาระแล้วข้ามไปเกาะหลีเป๊ะ โดยเป็นที่หมายแรมคืนสำหรับคืนนี้

(เกาะอาดัง)

วันสุดท้ายที่เกาะ เราเตรียมตัวกันตั้งแต่เช้าเดินไปขึ้นเรือซึ่งอยู่อีกหาดนึง วันนี้ท้องฟ้าดูครึ้ม คลื่นลมแรง การเดินทางกลับเส้นทางไม่ราบเรียบเอาซะเลย กระแทกกระทั้นตลอดจนทำให้ผู้โดยสารหลาย ๆ คนต้องยอมสิโรราบ บางคนต้องคืนอาหารเช้าสู่ท้องทะเล กว่าจะถึงฝั่ง เล่นเอาระบมกันไปตาม ๆ กัน จากนั้นก็นั่งรถตู้เข้าหาดใหญ่ แล้วไปช๊อปปิ้งในเมืองตามธรรมเนียม ก่อนมาสนามบินกลับสู่มหานคร

บันทึกการเดินทางและภาพโดย “จุลล์ จูงวงศ์”

 

Related posts:

One thought on “แลทะเลตะรุเตา

  • มิถุนายน 22, 2012 at 3:08 pm
    Permalink

    อุทยานตะรุเตาสวยมากเลยค่ะ ฟ้าสวยน้ำทะลใส ขอบคุณนะคะที่เอาภาพสวยๆมาให้ดูกัน

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)