แดนสวรรค์ที่แคชเมียร์ (Kashmir Another Paradise)

ศรีนาคา – กุลมาร์ก – โซนามาร์ก รัฐแคชเมียร์ และจัมมู ประเทศอินเดีย
Srinagar – Gulmarg – Sonamarg in Kashmir and Jammu, India

เราออกเดินทางจากนิวเดลีโดยสายการบินแอร์อินเดียซึ่งดีเลย์ไปเกือบสองชั่วโมง ไปถึงศรีนาคาเอาสองโมงครึ่ง แวะทานอาหารกลางวันแล้วเดินทางต่อไปยังกุลมาร์ก ซึ่งเค้าบอกว่าเป็นภูเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในแคชเมียร์ เดิมที่นี่ถูกเรียกว่า เการิมาร์ก ตั้งโดยสุลต่านยูซุปชาร์ ในศตวรรษที่ 16 กุลมาร์กเป็นทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าตามฤดูกาล ซึ่งตอนที่เราไปนี้ไม่มีดอกไม้ป่าให้เห็นเท่าไหร่ เพราะใกล้เข้าฤดูหนาว ตลอดเส้นทางสู่กุลมาร์กจะผ่านทุ่งนา หมู่บ้านชาวพื้นเมือง ฝูงแกะตามภูเขาซึ่งดูมอมแมมมากกว่าที่ไหนในโลกที่เคยเห็นมา มีป่าสนสูงใหญ่ ซึ่งบางส่วนก็โดนตัดไปใช้ประโยชน์ และเทือกเขาหิมะสลับซับซ้อนสวยงามอยู่ลิบๆ

ถนนขึ้นสู่กุลมาร์ก

เราใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าๆก็ฝ่าฝนปรอยๆมาถึงที่พักที่ Royal Park Hotel อากาศหนาวกว่าที่คิดไว้เยอะเลย น่าจะเป็นตัวเลขตัวเดียว อาหารมื้อแรกก็เป็นอาหารถิ่น แถมด้วยไข่เจียว ทานได้ทุกอย่าง เข้านอนด้วยความหนาว ผ้าห่มไฟฟ้าช่วยได้นิดเดียว กลางดึกได้ยินฝนตก ใจไม่ดี ตื่นเช้ามาหกโมงออกไปเดินดูวิวปรากฎว่าฝนที่ตกเมื่อคืน ใกล้ๆเช้ากลายเป็นหิมะ ทำให้อุณหภูมิลดลงไปถึงจุดเยือกแข็ง จะกดชัตเตอร์แต่ละครั้งทรมานจัง เดินออกไปสำรวจบริเวณโดยรอบก็พบว่าหมู่บ้านเล็กๆบนเขาแห่งนี้น่ามาพักผ่อนมากๆ มีสนามกอล์ฟที่เค้าว่าสูงที่สุดในโลกที่ความสูงเกือบๆสามกิโล เป็นสกีรีสอร์ทในฤดูหนาว มีสัตว์ต่างๆ ให้ชมอยู่บ้าง

ครอบครัวลิงหิมะ

โปรแกรมครึ่งเช้าเราขึ้นเขาไปชมหิมะกัน ซึ่งตามโปรแกรมทัวร์เค้าจะให้เราขึ้นไปชมวิว แต่เนื่องจากหิมะมาให้ชมโดยไม่ได้นัดหมายก็เลยได้สัมผัสหิมะกันแทน เป็นที่ถูกใจของหลายๆท่านเพราะเป็นครั้งแรก เค้ามีสกีและเลื่อนให้เช่าใช้บริการในราคาประมาณ 350 บาท ในการพวกเราต้องเสียค่าเช่ารองเท้าบู๊ตไปคนละประมาณ 70 บาทด้วยเพื่อลุยหิมะ

วัดฮินดู

เหยี่ยวถลาลม

เราลงมาทานอาหารเที่ยงกันที่โรงแรมเดิม ทานเสร็จมองออกไปหลังโรงแรมเห็นเหยี่ยมกำลังไล่อีกาก็เลยต้องออกไปเก็บภาพไว้สักหน่อย เนื่องจากเราอยู่บนที่สูง เหยี่ยวก็เลยบินอยู่ไม่สูง เลนส์ 70-200 บวกด้วย TC 2X เลยเอาอยู่ พอได้เวลาเราก็เดินทางกลับลงไปศรีนาคา แวะเที่ยวมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในแคชเมียร์ คือ มัสยิดจาเมีย (Jamia Masjid) ลักษณะของสถาปัตยกรรมไม่คุ้นตา ไม่เหมือนกับมัสยิดทั่วๆไปที่เคยเห็น อาจเพราะมีอิทธิพลของศาสนาอื่นเข้ามาเพราะได้ยินว่าก่อนหน้านั้นบริเวณนี้เคยเป็นพุทธมาก่อน กลับเข้าที่พักก็เย็นแล้ว ที่พักของเราเป็นเรือ หรือที่เรียกว่า House Boat ภายในมีห้องพัก 4 ห้อง ห้องทานข้าว และห้องนั่งเล่น หัวเรือมีบันไดขึ้น-ลง ค่ำๆก็จะมีพ่อค้าเรือเร่เอาสินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองขึ้นมาเสนอขาย เป็นที่ถูกใจสุภาพสตรี

มัสยิดจาเมีย

รุ่งขึ้นเราก็เดินทางอีกแล้ว วันนี้เราไปเมืองโซนามาร์ก (Sonamarg) ห่างออกไปราว 80 กม. ใช้เวลาสองชั่วโมงกว่าๆ เมืองนี้ก็เป็นสกีรีสอร์ทอีกแห่งหนึ่ง แต่วันนี้เรามีโปรแกรมนั่งม้าชมวิวกัน ไปถึงเอาราวสิบโมงก็เปลี่ยนพาหนะเป็นม้าหรือฬ่อไม่แน่ใจเพราะตัวไม่ใหญ่ ค่าเสียหาย 500 รูปี มีเด็กจูงพาเดินชมวิว ระยะทางไม่น่าจะเกินกิโล วิวสวย อากาศดี ได้บรรยากาศไปอีกแบบ ไป-กลับราวชั่วโมงเศษ เก็บภาพไปได้เยอะ อาหารกลางวันก็เหมือนๆเดิม ก่อนจากเก็บภาพแม่น้ำสินธุมานิดนึง จากนั้นก็มุ่งหน้ากลับเข้าศรีนาคาเพื่อไปชมสวนโมกุล 2 แห่ง

ฝูงม้าต่าง พาหนะขึ้นเขา

ทิวทัศน์ที่โซนามาร์ก

ทิวเขา ณ โซนามาร์ก

แม่น้ำสินธุ

สวนทั้งสองแห่งถูกสร้างขึ้นด้วยความรักที่ฝ่ายหนึ่งมีให้อีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเราอาจจะไม่ได้ซึ้งอะไรกับตรงนั้น แต่ด้วยขนาดสวนที่ใหญ่ ออกแบบดี และยังรักษามาได้จนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้จะมีสภาพไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย ลืมบอกไป สวนทั้งสองมีชื่อว่า สวนชาลิมา (Shalimar) และสวนนิชัท (Nishat) ก่อนกลับเข้าที่พักแวะตลาดนิดหน่อย ได้เก็บภาพพ่อค้าผลไม้อัธยาศัยดีกับเด็กชายชาวแคชเมีย

สวนชาลิมา

เช้าวันสุดท้ายเราได้นั่งเรือชมทะเลสาบกันแบบสังเขป เพราะใช้เวลาไปราวครึ่งชั่วโมงเท่านั้น คนพายยังจะมาขอทิปอีก กลุ้มใจจริง บรรยากาศในทะเลสาบเงียบสงบดี เพราะในส่วนที่เราพักนั้น เค้าบอกว่าเป็นส่วนที่เป็นส่วนตัวหน่อยซึ่งมีชื่อเรียกว่า Nagin Lake ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นส่วนหนึงของ Dal Lake นั่งแหละ แต่พื้นที่ในส่วนนี้จะอนุญาตให้เพียงปั่นจักรยานหรือเดินเข้ามาเท่านั้น

สายๆเราออกเดินทางไปสนามบิน ผ่านการตรวจตราที่เข้มข้นถึง 4 ด่านกว่าจะได้ขึ้นเครื่องบิน แล้วก็เป็นไปตามคาด แอร์อินเดียก็ดีเลย์อีกชั่วโมง เป็นอันจบทัวร์แคชเมียร์ของเรา

***************************************

บันทึกการเดินทางโดย จุลล์ จูงวงศ์

Related posts:

One thought on “แดนสวรรค์ที่แคชเมียร์ (Kashmir Another Paradise)

  • มกราคม 31, 2012 at 12:37 pm
    Permalink

    ขอคารวะท่านหนึ่งจอก …. นีคือนักเขียนสารคดีฝีมือดีคนใหม่

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)