เขาใหญ่ มรดกแห่งดงพญาเย็น

พูดถึง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือที่บางคนเรียกว่า เขาใหญ่ดงพญาเย็น หลาย ๆ คนคงรู้จักเป็นอย่างดี ค่าที่มันเป็นอุทยานที่อยู่ใกล้กรุงเทพที่สุดแห่งหนึง และมีเรื่องเล่าขานมากมาย ชนิดนับไม่ไหว (ฉะนั้นจะไม่ขอเล่าในที่นี้) ทั้งยังเป็นสถานที่ยอดฮิตของนักท่องเที่ยว  ซึ่งก็ด้วยปัจจัยรวม ๆ เหล่านี้แหละ ที่ทำให้หลายคน (โดยเฉพาะพวกที่เคยไปมาหลายครั้งแล้ว) มองว่า ที่นี่ มันออกจะธรรมดา ๆ สำหรับจะใช้เป็นเป้าหมายในการเดินทาง  แต่ป่าก็คือป่า และไม่มีป่าไหนที่จะเหมือนกันทุกครั้ง ยามที่เราไปเยี่ยมเยือน และเขาใหญ่ก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ

view

ผมเคยมาที่เขาใหญ่แล้วสองสามครั้ง แต่ก็เป็นการมาแบบ มาเช้ากลับบ่าย ไม่เคยมาค้างบนเขานี่เลยสักครั้ง ดังนั้น หลังจากวางแผนอยู่นาน (เจ็ดวัน) และระดมพรรคพวกได้อีกสองคน ผมก็ได้โอกาสที่จะไปสัมผัสส่วนหนึ่งของผืนป่าดงพญาเย็นอีกครั้ง

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของผืนแดงพญาเย็นในอดีต ซึ่งในสมัยโบราณผืนป่าแห่งนี้มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลและกั้นแบ่งระหว่างภาคกลางกับภาคอีสาน โดยในอดีตกาล ป่าดิบมหึมานี้ ถูกเรียกขานในชื่อ ดงพญาไฟ ด้วยที่นี่มีอันตรายมากมายทั้งจากโรคภัยไข้เจ็บ ความทุรกันดาร สัตว์ดุร้ายและสัตว์มีพิษ ไปจนถึงโจรผู้ร้าย ที่ทำให้คนเดินทางมากมายต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ในดงนี้ จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ห้า ก็ทรงโปรดให้เรียกป่าแห่งนี้ว่า ดงพญาเย็น นัยว่าเป็นเคล็ดเพื่อให้ที่นี่ร่มเย็น ไม่เป็นอันตรายแก่ผู้คนfield

นับแต่นั้นมา ดงดิบพญาเย็นก็เริ่มถูกคนบุกรุก ทั้งแผ้วถางป่า ทำไร่และตัดไม้ ทำให้ผืนป่าหดหายไปเป็นจำนวนมาก และในยุคนั้น ได้มีโจรผู้ร้ายหนีคดีขึ้นไปซ่องสุมกำลังในเขตภูเขาของผืนป่านี้เป็นจำนวนมากและกลายเป็นชุมโจรที่ถูกเรียกว่า ชุมโจรเขาใหญ่

ในสมัยที่ จอมพล สฤษดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่บ้านเมืองยกขึ้นไปปราบปรามชุมโจรเขาใหญ่และอพยพชาวบ้านที่อยู่บนนั้นลงมา จากนั้นได้ประกาศให้ที่นี่ เป็นอุทยานแห่งชาติ ในชื่อ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

การเดินทางของเรา เริ่มต้นที่กรุงเทพและมีการแวะรายทางสองสามรายการก่อนไปถึงเขาใหญ่  โดยเริ่มจากแวะชมฟาร์มเห็ด ตามมาด้วย ปาลิโอ และไปดูอัลปาก้า เจ้าสัตว์หน้าตาคล้ายยีราฟผสมอูฐมีขนปุกปุย ที่พลีโม  จากนั้นจึงไปถึงเขาใหญ่ตอนสองโมงครึ่ง

alpaga

หลังผ่านประตูทางเข้า เราแวะไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ที่ป่าข้างศาลมีกระรอกดงตัวย่อมๆลงมาหาอาหารบนพื้น ส่วนบนเนินใกล้ๆกัน มีตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่ยาวเกือบสองเมตรย่างกราบมาให้เห็น ขณะที่ลิงกังตัวหนึ่งที่อยู่บนยอดไม้ส่งเสียงร้องทักทาย

squrrel

monitor

หลังไหว้ศาลแล้ว เราขับรถขึ้นเขาอย่างช้าๆและแวะจุดชมวิว ที่มองเห็นหุบเขาเบื้องล่าง ถนนตัดผ่านไปในป่าสองข้างทาง อากาศเย็นและครึ้ม พอเข้ามาได้ครึ่งทาง ก็เจอลิงกังฝูงหนึ่งมีราวสิบกว่าตัวที่ออกมาขวางถนนเพื่อขออาหาร

road

ซึ่งลิงเหล่านี้ เคยได้รับอาหารจากรถนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา จนทำให้พวกมันมีพฤติกรรมที่ผิดไปจากธรรมชาติ และการที่ลิงพวกนี้ออกมาอยู่บนถนน ทำให้พวกมันหลายตัวต้องจบชีวิตลงจากการถูกรถชน ซึ่งจะไปว่าลิงก็คงไม่ได้ เพราะหากนักท่องเที่ยวไม่ให้อาหารมันก่อน พวกมันก็คงไม่ทำแบบนี้

pongg

จากฝูงลิงกัง รถของเราพ้นแนวป่า เข้าสู่ทุ่งหญ้าของโป่งชมรมเพื่อนที่อยู่ติดถนน และที่นี่เอง เราเจอช้างป่าสองตัว แม่กับลูกตัวผู้ ออกมากินดินโป่งกลางทุ่งอย่างสบายอารมณ์ โดยไม่ได้สนใจกับรถนักท่องเที่ยวหลายคันที่จอดอยู่  ขณะกำลังดูช้างอยู่นั้น ก็มีนกแก๊กตัวหนึ่งบินผ่านไปบนท้องฟ้าและหายลับไปในดงไม้อีกฟากของทุ่ง

elephantss

หลังเก็บภาพช้างจนพอใจ พวกเราก็ขับรถไปจนถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และเมื่อเข้าไปข้างใน ก็เห็นเสือโคร่งสตัฟฟ์ตัวใหญ่ตั้งเด่น ซึ่งเจ้าตัวนี้เอง คือหนึ่งในตำนานของเขาใหญ่ในฐานะเสือกินคน (อยากรู้รายละเอียด ไปหาอ่านเพิ่มเองครับ บอกแล้วว่า ที่นี่ตำนานเยอะเล่าไม่ไหวอิอิ) หลังจากรับกุญแจบ้านพักที่จองไว้ เรายังได้คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ว่า ช่วงนี้ มีหมีควายออกเพ่นพ่านใกล้บ้านพัก จึงขอให้ระวังตัว โดยเจ้าหน้าที่บอกว่า หมีจะส่งเสียงร้องคล้ายเสียงผู้หญิงกรีดร้อง ถ้าได้ยินเสียงแปลกๆอะไรกลางดึกก็ห้ามออกมาจากบ้านพักเด็ดขาด

บ้านพักของพวกเราตั้งอยู่บนเนินเขาห่างจากศูนย์นักท่องเที่ยวประมาณห้าหกกิโลเห็นจะได้ ห้องพักเป็นแบบห้องเตียงคู่ ในห้องมีสองเตียง พัดลมหนึ่งตัว กับมุ้งลวดและเครื่องทำน้ำอุ่นแบบใช้แก๊ส นอกนั้นก็ไม่มีแล้ว จะว่าไป มันก็สะดวกสบายพอใช้ ถึงจะไม่มีทีวีดูก็เถอะ เพราะที่นี่มีอะไรน่าดูกว่านั้นมาก

hornbilld

เสียงประหลาดดังหลังแนวบ้านพัก ทำให้ผมคว้ากล้องออกไปและสามารถเก็บภาพนกแก๊กที่เกาะอยูในดงไม้หลังบ้านได้ จากนั้นผมก็ออกย่ำขึ้นไปบนเนินที่ลาดลงเป็นทุ่งกว้างไปจรดแนวป่าทึบ ในทุ่ง มีกวางป่าเกือบสิบตัว ประกอบด้วยตัวเมียและลูก กำลังนอนพักผ่อนอยู่ ส่วนที่กลางทุ่ง เก้งตัวผู้ขนสีแดง ขนาดเท่าสุนัขตัวเขื่องเดินเหยาะย่างตามลำพัง โดยมีนกสีสวยปีกน้ำเงินตัวหนึ่งคอยเฝ้ามองจากบนต้นไม้ที่ขึ้นโดด ๆ กลางทุ่ง

male

deermom

หลังเก็บของ พวกเราไปทานมื้อเย็นที่ศูนย์อาหารไม่ไกลจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากนั้นก็เดินเล่นรอบๆแถวนั้น ศูนย์อาหารอยู่ติดลำธารสายหนึ่งและมีกวางป่าหลายตัวหากินอยู่ริมน้ำ รวมทั้งลิงกังที่มาหากินใกล้ๆกับลานจอดรถข้างศูนย์อาหาร ส่วนอีกฟากของลำธาร นกแก๊กสองตัวกระโดดไปมาอยู่ในดงไผ่ นกยางขาวหลายตัวบินเรี่ยผิวน้ำหายไปในเงามืดของป่า และในแสงสุดท้ายของยามเย็น ตะกอง หรือกิ้งก่ายักษ์ตัวและหางยาวเมตรครึ่งเกาะนิ่งบนโขดหินริมลำธาร

sunset

macaqauc

lizard

เมื่อได้มาค้างยังผืนป่าดงพญาเย็น กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยคือ ส่องสัตว์ ซึ่งเริ่มรอบแรกตอนหนึ่งทุ่ม โดยใช้รถของทางอุทยานที่เป็นรถกระบะมีคอกล้อมด้านหลังพร้อมที่นั่ง และติดไฟสปอตไลท์ไว้บนหลังคา พร้อมเจ้าหน้าที่ส่องไฟและคนขับ

รถแล่นช้าไป ท่ามกลางความมืดรอบตัว อากาศยามค่ำเย็นยะเยือก ลมพัดจนผิวหน้าชา โดยในการท่องราตรีคืนนี้ เราได้พบกวางตัวเมียนับสิบและเก้งอีกหลายตัว รวมทั้งกวางตัวผู้เขางามที่อวดโฉมอยู่ข้างทาง กับครอบครัวเม่นใหญ่ สามตัว ที่เดินอยู่ในทุ่งใกล้กับถนน ซึ่งก็นับว่าไม่เลวนัก

deer

คืนนั้น ผมนอนฟังเสียงกวางร้องสลับกับเสียงสัตว์ป่าอื่น ๆ (รวมทั้งเสียงกรัดร้องประหลาดๆคล้ายเสียงผู้หญิงด้วย) จนหลับไป ก่อนจะตื่นตอนตีห้าครึ่ง หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็สะพายกล้องออกสำรวจธรรมชาติ (เรียกซะหรู จริงก็เดินไปแถวเนินเมื่อวานนั่นแหละ)

sunrise

ท่ามกลางแสงแรกของวัน ในดงไม้ กระรอกดงสองตัววิ่งไล่กันตามกิ่งก้าน ไก่ป่าส่งเสียงร้องรับอรุณ ผมได้ยินเสียงมันกระพือปีกบินลงพื้น ก่อนจะมีเสียงดิ้นและเสียงร้องอ็อก จากนั้นก็เงียบไป ซึ่งเป็นได้ว่า เจ้าไก่เคราะห์ร้ายอาจเสียทีตกเป็นเหยื่อของอีเห็นที่ซุ่มรอตั้งแต่ตอนกลางคืนแล้วก็เป็นได้

fowl

เมื่อมาถึงบนเนินกลางทุ่ง นกแก๊ก (ไม่รู้ใช่ตัวเดิมที่เจอเมื่อวานไหม) ออกบินข้ามเนินไปยังทิวเขาทางทิศตะวันตก เก้งสองตัวผัวเมียเดินอยู่กลางทุ่ง ขณะกวางป่าแม่ลูกยังนอนอยู่ในพุ่มไม้  ฝุงนกเกาะนิ่งบนเสาไฟที่อยู๋ริมถนน ผมเดินออกจากทุ่งเลียบชายดง เพื่อมองหาสมาชิกอื่นของพงไพร

bakdeer

ลิงกังตัวผู้โดดลงจากกิ่งไม้สูงมาที่กิ่งล่างเสียงดังโครมคราม ก่อนเผ่นหายไปในดงไม้ทึบตามมาด้วย เสียงร้องกระชั้นถี่ ๆ ที่ดึงความสนใจผมให้หันไปดู และได้เห็นชะนีขนสีครีมโหนตัวขึ้นยอดไม้ มันไวเสียจนผมกดชัตเตอร์ไม่ทัน แต่ก็ไม่ไวไปกว่าสมองของผมที่บันทึกภาพนั้นลงในความทรงจำ

deersss

หลังอาหารเช้า เราไปย่อยอาหารด้วยการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติใกล้กับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งขอบอกว่า ทั้งเหนื่อยและตื่นเต้น เนื่องจากนอกจากพวกเราสามคนแล้ว ไม่มีใครเขาเดินกันเลยในวันนั้นโดยปลายทางของการเดินบนเส้นทางนี้คือ น้ำตกกองแก้ว อืม.. ที่จริง เราไม่ได้ตั้งใจจะเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติหรอก จริง ๆ กะไปแค่น้ำตกกองแก้ว แต่เผอิญเดินผิดทาง เลยได้เส้นทางศึกษาเป็นของแถม (ลิ้นห้อยเลย)

birds

เราอำลาเขาใหญ่ในบ่ายอาทิตย์ โดยขับรถออกเส้นทางเดิม กวางป่า เก้งและลิงกัง มีให้เห็นตลอดสองข้างทาง จนเป็นเรื่องธรรมดา และสำหรับผม นี่ถือเป็นทริปที่คุ้มค่าที่สุดทริปหนึ่ง กับการได้สัมผัสส่วนเล็ก ๆ ของผืนป่าที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต อย่าง ดงพญาเย็น

viisit

forest

 

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)