อ่าวมะนาว ถิ่นค่างแว่น แดนวีรชน

ถ้าพูดถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คนส่วนใหญ่คงนึกถึงชายทะเลหัวหิน สถานที่ตากอากาศยอดฮิต นับแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ แต่ประจวบฯ ไม่ได้มีแค่หัวหิน หากยังมีที่เที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ อ่าวมะนาว สถานที่อันมีครบทั้งแหล่งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และที่พักผ่อนหย่อนใจ 

การจะเดินทางไปอ่าวมะนาว ไม่ยากอะไรนัก ก่อนอื่นก็ไปตั้งต้นที่หัวหิน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปตัวเมืองประจวบ แล้วถามหาทางไปกองบิน 52 นั่นแหละที่ตั้งของอ่าวมะนาวละ (ขอบอกนิดนึงว่า ผู้เขียนไม่ชำนาญเรื่องเส้นทาง เพราะขึ้นรถทีไร หลับจากต้นทางยันปลายทางทุกที)

สำหรับผู้เขียน ชอบแบบการเดินทางง่ายๆเลยไปตั้งต้นด้วยการค้างคืนที่หัวหินก่อนจะไปเที่ยวอ่าวมะนาวในวันรุ่งขึ้น ทั้งนี้ถ้าจะเที่ยวอ่าวมะนาวให้สนุกครบทุกรส ขอแนะว่า ควรไปแต่เช้า อย่างน้อยอย่าเกิน 10 โมง เพราะแดดร้อน และที่สำคัญ คือจะได้ไม่พลาดรายการชมชีวิตสัตว์ป่าแบบใกล้ชิด จากฝูงค่างแว่นถิ่นใต้ (ที่เรียกว่า ค่างแว่นถิ่นใต้ ก็เพราะมันอยู่ทางใต้ไง) จำนวนหลายสิบตัวที่ชุมนุมกันอยู่ในพื้นที่ของกองบิน 52

หลังจากผ่านจุดตรวจของกองบินได้ครู่ใหญ่ ๆ ผู้เขียนก็พบกับนกทะเลบางชนิดอย่าง นกนางนวลฝูงย่อม ๆ ที่บินไปมาอยู่บนฟ้า และนกตีนเทียนตัวขนาดนกพิราบแต่มีขายาวสีแดง เดินย่างเท้าอยู่ในบึงตื้นๆข้างทาง และที่เป็นรายการเด่นก็คือ ฝูงค่างแว่นที่เกาะกลุ่มกันอยู่ตรงเชิงเขาข้างทางซึ่งมีต้นไม้ขึ้นกระจายตัวอยู่ ค่างพวกนี้อาศัยอยู่บนเขาและจะลงมาหากินที่เชิงเขาในตอนกลางวัน ค่างบางตัวนั่งอยู่บนคบไม้ ลูกค่างวัยอ่อนที่ยังมีขนเป็นสีทองปักหลักอยู่กับแม่ของมันบนยอดไม้สูง ส่วนพวกตัวเต็มวัยบางตัวลงมาหากินบนพื้นดิน พวกมันเชื่องมาก จนสามารถเข้าไปถ่ายรูปใกล้ ๆ ได้ แต่ก็ต้องระวังหน่อย อย่าทำให้พวกมันตื่นตกใจ ไม่งั้นอาจถูกงับเอาได้ (เท่าที่รู้ ยังไม่มีใครเคยโดน แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเสี่ยง)


ถัดจากชมฝูงค่างแว่น สถานที่ต่อไปที่ผู้เขียนแวะเที่ยว คือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สอง (ที่จริงก็จำไม่ค่อยได้หรอกว่าใช้ชื่อนี้หรือเปล่า แต่ก็ประมาณนี้แหละ) ที่บอกเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งกองทัพญี่ปุ่นยาตราทัพเข้าสู่ประเทศไทย โดยในปี ค.ศ. 1942 กองทัพญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยอ่าวมะนาวได้เป็นหนึ่งในที่หมายของกองทัพลูกพระอาทิตย์ด้วย ซึ่งในครั้งนั้นทั้งทหาร ตำรวจ ยุวชนทหารและพลเรือนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้รวมกำลังกับต่อสู้กับกองทัพญี่ปุ่นอย่างดุเดือด เป็นเวลาหนึ่งหนึ่งคืน ก่อนที่คำสั่งให้ยุติการรบจากกรุงเทพจะมาถึง โดยรัฐบาลไทยในเวลานั้นได้ตกลงยินยอมให้ญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นทางผ่านเพื่อเข้าตีพม่าและอินเดียได้


ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นอกจากจะมีภาพถ่ายและข้าวของสมัยนั้นจัดแสดงให้ดูแล้ว ยังมีห้องแสดงประกอบแสงสีเสียง จำลองเหตุการยกพลขึ้นบกของกองทัพญี่ปุ่นในครั้งนั้นให้ชมด้วย นอกจากนี้ยังส่วนที่เป็นเรือนยาวจัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ในช่วงเวลานั้น ทั้งยังมีนิทรรศการแสดงเหตุการณ์จำลองในวันที่ญี่ปุ่นบุกให้ผู้ที่เข้าชมได้สัมผัสบรรยากาศในช่วงเวลานั้นราวกับเดินทางย้อนเวลาสู่อดีตก็ว่าได้

ชมค่างแว่นก็แล้ว ย้อนเวลาสู่อดีตก็แล้ว รายการสุดท้ายก็คือการพักผ่อนแบบชิลๆ กับหาดทรายขาวและผืนน้ำสีมรกต ทิวสนโบกพลิ้ว ของอ่าวมะนาว ในช่วงเวลายามบ่าย หลังจากที่เที่ยวมาตลอดช่วงเช้า และเติมกระเพาะจนอิ่มหมีพีมัน (เคยสงสัยไหม ทำไมต้องอิ่มหมี) กับอาหารง่าย ๆ อย่าง ต้มยำทะเล ส้มตำปูม้า คอหมูย่าง การได้เอนหลังบนเตียงผ้าใบ ฟังเสียงคลื่น รับลมทะเลเย็น ๆ ก็ช่วยทำให้ข้าวเรียงเม็ดและรู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี


ชายหาดที่นี่แม้จะเล็กสักหน่อย แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการพักผ่อนครบถวน นอกจากนี้ยังมีผู้คนไม่หนาแน่นนักเมื่อเทียบกับหาดหัวหิน จึงเรียกได้ว่า บรรยากาศเหมาะแก่การพักผ่อนเติมพลังยิ่งนัก


ผู้เขียนเอนหลังลงบนเตียงผ้าใบ หลับตาฟังเสียงคลื่นซัดหาดทราย พร้อมกับมีสายลมเย็นจากท้องทะเลพัดมาปะทะผิวหน้า พลางนึกไปว่า บางทีความสุขของคนเราอาจไม่ได้อยู่ที่การได้มาซึ่งทุกสิ่งที่ต้องการ ทว่าเพียงมีเวลาได้ฟังเสียงและรับรู้ถึงสัมผัสจากธรรมชาติบ้าง ก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะเติมความสุขให้กับชีวิตได้

และทั้งหมดนี้ ก็คือ อ่าวมะนาว……

 

Related posts:

One thought on “อ่าวมะนาว ถิ่นค่างแว่น แดนวีรชน

  • กรกฎาคม 16, 2012 at 2:50 pm
    Permalink

    สวยจัง น้ำทะลใส ฟ้าสวย น่าไปเที่ยวมั่ง

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)