Ragnarok มหาสงครามวันสิ้นโลก

หลักคำสอนในศาสนาเชื่อดั้งเดิมของชาวไวกิ้ง เชื่อว่า ทุกสรรพสิ่งไม่มีความเป็นจีรังยังยืน ไม่ว่าจะเป็น สรวงสวรรค์หรือโลกพิภพ ซึ่งในที่สุดแล้ว ทั้งหมดก็จะต้องจะพบกับจุดจบ โดยชาวไวกิ้งเชื่อว่า สรรพสิ่งทั้งปวงจะพบกับอวสานในมหาสงครามแห่งวันสิ้นโลก ซึ่งพวกเขาได้เรียกมหาสงครามนี้ว่า แรคนาร็อค (Ragnarok)

ตามตำนานไวกิ้ง เค้าลางของความหายนะแห่งทุกสรรพสิ่งได้เริ่มขึ้น เมื่อจอมเทพโอดินทรงรับเทพอสูรตนหนึ่งนามว่า โลคิ เข้ามาในคณะเทพ เนื่องจากเห็นว่า อีกฝ่ายเป็นผู้มีสติปัญญาสูง ทว่าโลคินั้นไม่มีความรับผิดชอบและขาดความกล้าหาญ ดังนั้นจึงมักจะก่อเรื่องวุ่นวายอยู่เสมอ

จุดพลิกผันสำคัญ เกิดจากการที่โลคิลักลอบไปสมสู่กับนางยักษ์สาวตนหนึ่ง นามว่า อังเกอร์โบดา ที่มีคำทำนายว่า บรรดาบุตรที่เกิดจากนางจะนำมาซึ่งวันสิ้นโลก ทั้งสองได้มีบุตรด้วยกันสามตน คือ พญางูยักษ์โยมุงกันด์ พญาสุนัขป่าเฟนรี และนางพญาเฮลลาที่มีร่างครึ่งหนึ่งเป็นมนุษย์อีกครึ่งหนึ่งเป็นซากศพ

เพื่อป้องกันมิให้คำทำนายเป็นจริง จอมเทพโอดินจึงทรงมีพระบัญชาให้จัดการกับบุตรทั้งสามของอังเกอร์โบดา โดยพระองค์ทรงโยนโยมุงกันด์ลงไปในมหาสมุทร ส่งเฮลลาไปเป็นนางพญาในขุมนรกใต้โลก และให้เหล่าคนแคระพันธนาการเฟนรีไว้ด้วยโซ่วิเศษ

โลคิ เคียดแค้นกับเรื่องนี้มาก จึงหาทางล้างแค้นโดยวางแผนสังหารเทพบาลเดอร์ โอรสของจอมเทพโอดินและเป็นเทพเจ้าแห่งความดี ซึ่งเทพบาลเดอร์นี้ ได้รับคำมั่นสัญญาจากทุกสรรพสิ่งในโลกว่า จะไม่มีสิ่งใดทำอันตรายพระองค์ได้ ทำให้เทพบาลเดอร์มักจะทรงชอบกระทำการที่เสียงอันตรายเสมอ ทั้งยังชอบให้เทพองค์อื่นๆ ใช้พระองค์เป็นเป้าซ้อมอาวุธอยู่บ่อยๆ

อย่างไรก็ตาม ในบรรดาสรรพสิ่งทั้งหลาย ยังมี ต้นมิสเซิลโท ที่มิได้ให้สัญญาเอาไว้ ทำให้โลคิแอบไปถากกิ่งของต้นไม้นี้มาทำเป็นลูกศรและหลอกล่อให้เทพโฮลเดอร์ซึ่งมีพระเนตรบอด ยิงลูกศรนี้ใส่เทพบาลเดอร์ซึ่งลูกศรที่ทำจากกิ่งมิสเซิลโทก็ได้สังหารเทพบาลเดอร์สิ้นพระชนม์ไปในทันที

แม้ความเศร้าโศกจะปกคลุมทั่วสรวงสวรรค์ ทว่าเหล่าเทพก็ยังคงมีหวัง เนื่องจาก นางพญานรก เฮลลา ได้กล่าวว่า จะยอมคืนดวงวิญญาณของเทพบาลเดอร์มาให้ หากว่า ทุกสรรพสิ่งในโลกยอมหลั่งน้ำตาให้กับการตายของพระองค์ ทว่าเมื่อโลคิทราบเรื่อง ก็ได้แอบแปลงร่างเป็นหญิงชราและปฏิเสธที่จะร้องไห้ให้เทพบาลเดอร์ ทำให้เหล่าเทพต้องสูญเสียพระองค์ไป

จอมเทพโอดินได้ลงโทษความผิดร้ายแรงของโลคิ ด้วยการนำเขาไปพันธนาการไว้กับก้อนศิลาและให้งูพิษที่อยู่เหนือศีรษะค่อยหยดพิษใส่ใบหน้าของเขาอยู่ตลอดเวลา ทำให้โลคิต้องดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมาน

เมื่อสิ้นเทพบาลเดอร์ ซึ่งเป็นเทพแห่งความดีงามมิดการ์ดก็เข้าสู่ความชั่วร้าย มวลมนุษย์ต่างกระทำความผิดบาปต่ำช้านาๆ ประการ จนสังคมเข้าสู่กลียุค ไม่นานโลกก็เข้าสู่ความหนาวเหน็บและมืดมิด ขาดแคลนอาหาร ทุกสิ่งปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ จากนั้นสังคมมนุษย์ก็สูญสิ้นอารยธรรมโดยสิ้นเชิง ในที่สุดมหาสงครามแรคนาร็อคก็กำลังจะอุบัติขึ้นแล้ว….

ท่ามกลางกลียุคที่เข้าปกคลุมดินแดนของมวลมนุษย์ นางยักษ์อังเกอร์โบดาได้ส่งสุนัขป่ายักษ์สองตัวที่นางเลี้ยงมาแต่เล็ก นามว่า สกอล และฮาตีร์ ออกไปไล่ตามราชรถสุริยันและราชรถจันทรา ก่อนจะกลืนกินราชรถทั้งสองรวมทั้งสุริยเทวีและจันทราเทพลงไป ทำให้โลกเข้าสู่ความมืดมิดและในความมืดมิดนั้นเอง มนตราที่พันธนาการเหล่าอสูรก็เสื่อมลง โลคิ หลุดออกจากพันธนาการ เช่นเดียวกับ เฟนรี ที่หลุดจากโซ่วิเศษ

พญามังกรนิดฮูกก์เข้าไปกัดกินรากแก้วของมหาพฤกษาโลกอิกก์ดราซิลจนสั่นสะเทือนถึงปลายยอด ขณะที่บนยอดของท้องพระโรงวัลฮัลลา ไก่กัลลังคัมบี ก็ส่งเสียงร้องดังไปทั่วแดนสวรรค์

กองทัพมหึมาของเหล่ายักษ์ได้เคลื่อนพลออกจากโจทุนไฮม์ ในขณะเดียวกัน บนสรวงสวรรค์ จอมเทพโอดินก็ทรงให้เทพเฮมดอลล์เป่าแตรกีออล์เสียงดังกึกก้อง เพื่อระดมกองทัพสู้ศึก เหล่าเทพเจ้าและดวงวิญญาณนักรบผู้กล้าทั้งปวงได้รวมพลก่อนจะเคลื่อนทัพข้ามสะพานสายรุ้งเข้าสู่ทุ่งวีกรีต เพื่อเข้าสู่มหาสงครามครั้งสุดท้ายที่มีชื่อว่า แรคนาร็อก

พญางูยักษ์โยมุงกันด์ได้บิดตัวอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นยักษ์เข้ากวาดเกาะและชายฝั่งทั้งมวลพินาศ ขณะที่พญาสุนัขป่าเฟนรีก็กลืนกินทุกสรรพสิ่งที่พบ ทั้งสองรวมทั้งเทพอสูรโลคิได้เข้ามาเป็นผู้นำของกองทัพจากโจทุนโฮม์ส่วน นางพญาเฮลลา และการ์ม สุนัขแห่งนรกก็ผุดขึ้นจากรอยแยกบนผืนแผ่นดินพร้อมด้วยรี้พลจำนวนมหาศาลของดวงวิญญาณชั่วร้ายทั้งปวงและได้เข้าร่วมกับกองทัพจากโจทุนโฮม์

กองทัพของเทพเจ้าและเหล่ายักษ์เข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดและต่างก็ล้มตายลงเป็นอันมาก ท่ามกลางสงครามอำมหิต จอมเทพโอดินทรงต่อสู้กับพญาสุนัขป่าเฟนรี จนกระทั่งทรงเพลี่ยงพล้ำและถูกมันกลืนกินเข้าไป เทพวีดาร์โอรสของพระองค์ได้เข้าต่อสู้กับเฟนรีและสังหารมันลงได้ ส่วนพญางุโยมุงกันด์นั้นได้ต่อสู้กับ ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า ก่อนจะถูกธอร์สังหารด้วยฆ้อนวิเศษ ทว่าเทพเจ้าธอร์ก็ถูกพิษของโยมุงกันด์จนสิ้นพระชนม์เช่นกัน

ในช่วงท้ายของสงคราม พญายักษ์เซิร์ตได้แกว่งดาบอัคคีจนเกิดไฟบรรลัยกัลป์เผาผลาญโลกทั้งมวล และแผ่นดินก็จมลงสู่มหาสมุทร…

 

…มหาสงครามแรคนาร็อกได้ทำลายสรรพสิ่งทั้งมวลจนพินาศย่อยยับ ทว่าหลังสงครามสิ้นสุดลง แผ่นดินก็ผุดขึ้นมาใหม่และพฤกษาโลกต้นใหม่ก็แตกยอดอ่อนแทงทะลุพื้นดินก่อนจะแผ่กิ่งก้านสาขาออกไป ขณะที่ธิดาแห่งสุริยเทวีองค์เดิมก็ขับราชรถสุริยันขึ้นสู่ฟากฟ้า นำแสงสว่างกลับคืนมาสู่โลกอีกครั้ง

บรรดาเทพเจ้าที่รอดชีวิตจากมหาสงครามได้ช่วยกันสร้างโลกและสวรรค์ขึ้นมาใหม่ เทพบางองค์ที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ได้กลับฟื้นคืนชีพมา และหนึ่งนั้นคือ เทพบาลเดอร์ ที่กลายมาเป็นประมุขของเหล่าเทพเจ้าทั้งหลาย

ส่วนมนุษย์ที่รอดชีวิตจากมหาสงครามแรคนาร็อก ได้แก่ ลิฟต์ และลิฟต์ทราเซียร์ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในโพรงของมหาพฤกษาโลก อิกก์ดราซิล ทั้งคู่กลายได้สร้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ขึ้นมาใหม่ ในโลกซึ่งมีพลังอำนาจแห่งความดีอันยิ่งใหญ่ของจอมเทพบาลเดอร์คอยปกป้องคุ้มครอง

ทั้งนี้ ชาวนอร์สเชื่อว่า หลังจากมหาสงครามแรคนาร็อคสิ้นสุดลงแล้ว โลกที่อุบัติขึ้นใหม่จะเป็นโลกแห่งความสงบสุขที่ปราศจากความชั่วร้ายทั้งปวง..

 

Related posts:

One thought on “Ragnarok มหาสงครามวันสิ้นโลก

  • มกราคม 30, 2012 at 8:51 pm
    Permalink

    อ่านไป อ่านมาเหมือนหลักไตรลักษณ์เลยครับ เกิดขึ้นตั้งอยู่ ดับไป เกิดใหม่เปลี่ยนแปลง ดับไป เกิดใหม่ เป็นวัฏจักร

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


* (required)