สงครามครั้งแรกของเรือรบเหล็ก

สงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกาเป็นการสู้รบระหว่างฝ่ายสหภาพหรือที่เรียกกันว่า ฝ่ายเหนือ กับฝ่ายสมาพันธรัฐหรือที่เรียกกันว่า ฝ่ายใต้ ซึ่งในสงครามครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างก็พยายามทำทุกวิถีทางที่จะเอาชนะอีกฝ่ายและนี่เองที่ทำให้เครื่องจักรสงครามชนิดใหม่ถูกสร้างขึ้น

ก่อนหน้าเหตุการณ์สงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา ยุทธนาวีคือการประจัญบานของเรือรบไม้ที่ใช้ปืนใหญ่ยิงถล่มกัน ขณะที่พลรบทั้งสองฝ่ายยืนประจำการอยู่บนดาดฟ้า ทว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 9 มีนาคม ปี ค.ศ. 1862 ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของยุทธนาวีทั่วโลกในเวลาต่อมา

ในช่วงต้นของสงครามกลางเมือง รัฐบาลฝ่ายเหนือได้ส่งกองเรือรบเข้าปิดล้อมเมืองท่าของฝ่ายใต้และกำหนดแผนการจะส่งกองทัพเข้าโจมตีกรุงริชมอนด์ซึ่งเป็นเมืองหลวงของฝ่ายใต้ ในขณะเดียวกันทางฝ่ายใต้ก็มุ่งหวังที่จะทำลายการปิดล้อมนี้และวางแผนที่จะส่งกองทัพเข้าโจมตีเมืองหลวงฝ่ายเหนือที่วอชิงตัน ซึ่งในดำเนินการครั้งนี้ ฝ่ายใต้จะต้องทำลายกองเรือของฝ่ายเหนือที่แฮมป์ตันโรดให้ได้เสียก่อน

แฮมป์ตันโรดเป็นอ่าวที่อยู่ตรงปากแม่น้ำเจมส์ทางตอนเหนือของนอร์ฟอล์ก รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เรือจากริชมอนด์จะสามารถแล่นออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติกได้  นอกจากนี้ อ่าวแห่งนี้ยังเชื่อมต่อไปยังอ่าวเซซาพีก และแม่น้ำโปโตแมคที่ไหลผ่านกรุงวอชิงตัน เมืองหลวงฝ่ายเหนือด้วย

ดังนั้นการที่กองเรือฝ่ายเหนือเข้ายึดแฮมป์ตันโรด นอกจะเป็นการปิดตายเส้นทางคมนาคมทางน้ำระหว่างกรุงริชมอนด์กับมหาสมุทรแอตแลนติกเอาไว้แล้ว ยังเป็นการสกัดไม่ฝ่ายใต้ส่งกองทัพเรือเข้าสู่อ่าวเซซาพีคและแม่น้ำโปแมคเพื่อโจมตีกรุงวอชิงตันอีกด้วย และด้วยเหตุผลเหล่านี้เองที่ทำให้ฝ่ายใต้จำเป็นต้องทำลายการปิดล้อมอ่าวแฮมป์ตันโรดให้ได้

เพื่อทำลายกองเรือฝ่ายเหนือที่ปิดล้อมแฮมป์ตันโรด ฝ่ายใต้จึงส่งเรือเวอร์จิเนียเข้าปฎิบัติการครั้งนี้ สำหรับเรือรบลำนี้ เดิมเป็นเรือฟรีเกตของฝ่ายเหนือ ชื่อ เรือ ยูเอสเอส เมอริแมกซ์ ที่ถูกพวกเดียวกันเองเผาและจมลงใกล้กับนอร์ฟอล์กเพื่อไม่ใช้ฝ่ายตรงข้ามยึดเอาไป ทว่าฝ่ายใต้ได้กู้ซากเรือนี้ขึ้นมาและใช้ลำเรือกับเครื่องจักรมาประกอบขึ้นเป็นเรือลำใหม่พร้อมกับหุ้มเกราะเหล็ก โดยให้ชื่อว่า เรือ เวอร์จิเนีย

ในขณะเดียวกัน เมื่อฝ่ายเหนือรู้เรื่องที่ฝ่ายใต้ประดิษฐ์เรือรบหุ้มเกราะลำแรกขึ้น ฝ่ายเหนือก็ได้ต่อเรือรบหุ้มเกราะของพวกตนขึ้นมาเช่นกัน และในเวลาเพียงสามเดือนเศษ การต่อเรือรบหุ่มเกราะของฝ่ายเหนือก็สำเร็จลงโดยเรือลำนี้ ได้ชื่อว่า เรือมอนิเตอร์ และนอกจากจะหุ้มเกราะเหล็กแล้ว เรือลำนี้ยังติดตั้งป้อมปืนแบบแบบหมุนได้ป้อมแรกของโลกอีกด้วย

ในวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม ปี ค.ศ.1862 เรือเวอร์จิเนียซึ่งบังคับการโดย แฟรงกลิน บัคคาแนน ก็แล่นเข้าสู่อ่าวแฮมปฺตันโรดและเผชิญหน้ากับเรือรบไม้ที่ทรงประสิทธิภาพของฝ่ายเหนือสองลำที่ปิดอ่าวอยู่ คือ เรือยูเอสเอส คองเกรส และ เรือยูเอสเอส คัมเบอร์แลนด์

เมื่อเห็นเรือศัตรูแล่นเข้ามา เรือรบคองเกรสได้ยิงปืนใหญ่เข้าใส่ ทว่าเกราะเหล็กได้ป้องกันเรือเวอร์จิเนียเอาไว้ จากนั้นเรือเวอร์จิเนียก็เข้าโจมตีเรือคองเกรส เป็นอันดับแรก โดยใช้ปืนเรือระดมยิงอีกฝ่ายจนเสียหายยับเยิน

ขณะนั้น เรือ ยูเอสเอส คัมเบอร์แลนด์ ก็ใช้ปืนใหญ่ระดมยิงเข้าใส่เรือเวอร์จิเนียอย่างดุเดือด ทว่าไม่อาจทำอะไรฝ่ายตรงข้ามได้ ขณะที่เรือเวอร์จิเนียได้ยิงโต้ตอบก่อนจะพุ่งเข้าใส่เรือคัมเบอร์แลนด์ โดยผู้การบัคคาแนนสั่งให้ระดมยิงปืนใหญ่ใส่เรือข้าศึกนานถึง 15 นาทีก่อนจะใช้ทวนเหล็กหัวเรือกระแทกเข้าใส่ด้านข้างของเรืออีกฝ่ายและเมื่อเรือเจอร์จิเนียถอยออกมา เรือคัมเบอร์แลนด์ก็อัปปางลงอย่างรวดเร็ว

หลังจากจมเรือคัมบอร์แลนด์แล้ว เรือเวอร์จิเนียก็หันหัวเรือเข้ามาโจมตีเรือคองเกรสต่อ จนกระทั่งเรือคองเกรสที่เสียหายอย่างหนักยกธงขาวยอมแพ้ บัคคาแนนจึงส่งเรือเล็กสองลำเข้าไปยึดเรือตามธรรมเนียม ทว่ากองทหารฝ่ายเหนือที่อยู่บนฝั่งได้ระดมยิงเรือเล็กทั้งสองลำของฝ่ายใต้จนเข้าใกล้เรือคองเกรสไม่ได้ บัคคาแนนจึงสั่งให้ระดมยิงเรือคองเกรสจนลุกไหม้ทั้งลำ

ก่อนหน้าที่การรบจะเริ่มขึ้น ฝ่ายเหนือได้ส่งเรือรบสามลำเร่งติดตามเรือเวอร์จิเนียเข้ามาในอ่าว ทว่าเรือทั้งสามลำกลับแล่นไปติดสันดอนทรายแห่งหนึ่ง เรือสองลำหาทางจนหลุดจากสันดอนมาได้และรีบแล่นกลับไปยังป้อมมอนโร เมื่อเห็นความหายนะที่เกิดขึ้นกับเรือคองเกรสและเรือคัมเบอร์แลนด์ ทว่าเรือรบอีกลำคือ เรือ มินนิโซตายังติดอยู่ และถูกเรือเวอร์จิเนียเข้าโจมตี

ทว่าความมืดและระดับน้ำที่ลดต่ำลง ทำให้เรือเวอร์จิเนียต้องยุติการโจมตีและเคลื่อนออกจากอ่าวไป ซึ่งการโจมตีในวันนั้น ทำให้ทหารเรือของฝ่ายเหนือเสียชีวิตไปถึง 250 นาย ขณะที่ฝ่ายใต้เสียทหารเพียงสองคน

ในวันรุ่งขึ้น คือวันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม ปี ค.ศ. 1862  เรือเวอร์จิเนียได้กลับเข้ามาในแฮมป์ตันโรดเพื่อเผด็จศึกเรือมินนิโซตาและทำลายการปิดล้อมอ่าวแห่งนี้ ทว่าในตอนกลางคืนก่อนหน้านั้น ฝ่ายเหนือได้ส่งเรือมอนิเตอร์เข้าไปผูกโยงกับเรือมินนิโซตา จากนั้นในตอนเช้าเมื่อเรือเวอร์จิเนียเข้ามาในแฮมป์ตันโรดก็ได้เผชิญหน้ากับเรือหุ้มเกราะของฝ่ายเหนือที่รออยู่แล้ว

เรือหุ้มเกราะทั้งสองลำเข้าประจัญบานกันอย่างดุเดือดยาวนานถึงสี่ชั่วโมง ปืนใหญ่ของทั้งสองฝ่ายระดมยิงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดทำอันตรายฝ่ายตรงข้ามได้ จนกระทั่งเวลา 11.00 น. เรือเวอร์จิเนียได้พุ่งเข้าชนเรือมอนิเตอร์แต่ไม่อาจทำลายอีกฝ่ายได้ ขณะเดียวกันเรือมอนิเตอร์ก็เล็งยิงหมายทำลายหางเสืออีกฝ่ายแต่ก็พลาดเป้า การรบดำเนินมาจนถึงเวลา 13.00 น. กระแสน้ำก็ลดลงประกอบกับถ่านหินที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงเรือได้เหลืออยู่ไม่มาก จึงทำให้เรือเวอร์จิเนียจำต้องล่าถอยออกจากแฮมป์ตันโรด

แม้ว่า ในการประจัญบานครั้งนี้ จะไม่มีใครเป็นฝ่ายชนะ ทว่าฝ่ายเหนือก็ประสบความสำเร็จในการรักษาการปิดล้อมท่าเรือของฝ่ายใต้เอาไว้ได้และทำให้แผนการโจมตีทางน้ำของฝ่ายใต้ต้องล้มเหลว จนกลายเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้ฝ่ายใต้ต้องพ่ายแพ้สงครามในเวลาต่อมา

สำหรับเรือรบหุ้มเกราะทั้งสองลำนั้น หลังจากการเผชิญหน้ากันที่แฮมป์ตันโรดแล้ว เรือทั้งสองก็ไม่ได้เผชิญหน้ากันอีกเลย และต่างก็พบจุดจบภายใน ปี ค.ศ. 1862 นั้นเอง

แผนภาพลำดับเหตุการณ์

 The Battle of Hampton Roads (2002) video จาก www.youtube.com

 

Related posts:

5 thoughts on “สงครามครั้งแรกของเรือรบเหล็ก

  • ตุลาคม 29, 2011 at 8:01 pm
    Permalink

    อเมริกามีประวัติศาสตร์ที่่น่าเศร้าซึ่งพี่น้องร่วมชาติต้องมาฆ่าฟันกันเอง หวังว่าไทยเราคงไม่ต้องเจอแบบนั้นในอนาคต

    Reply
    • เมษายน 1, 2017 at 8:35 pm
      Permalink

      ถ้าฝ่ายเหนือไม่ชนะ คงไม่มีการเลิกทาส

      Reply
  • ตุลาคม 30, 2011 at 8:56 pm
    Permalink

    คนเราไม่เคยจดจำบทเรียนจากสงครามเลย

    Reply
  • ตุลาคม 30, 2011 at 10:24 pm
    Permalink

    ชัยชนะในสงครามระหว่างเพื่อนร่วมชาติ คงขมขื่นนัก

    Reply
    • เมษายน 1, 2017 at 8:34 pm
      Permalink

      ขมขื่นบ้าอะไรคะ ถ้าฝ่ายเหนือไม่ชนะ คงไม่มีารเลิกทาส

      Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*