พัฒนาการสงครามของจีน จากรถศึกสู่ทหารราบ

นับแต่ยุคราชวงศ์ชางตอนปลาย ดินแดนจีนได้นำนวัตกรรมสงครามชนิดใหม่เข้ามาใช้ในการรบ สิ่งนัั้นคือรถศึก ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างอำนาจการยิงของธนูและความเร็วของรถม้า ซึ่งอานุภาพของรถศึกในที่ราบ เหนือกว่าพลทหารเดินเท้าหลายเท่า

zhouchariot

ในยุคราชวงศ์โจวตะวันตกและยุคราชวงศ์โจวตะวันออกช่วงแรก หรือที่เรียกว่า ยุคชุนชิว ซึ่งเป็นยุคที่จีนแบ่งเป็นแคว้นน้อยใหญ่นับร้อยแคว้น บรรดาแคว้นต่างๆได้ทำสงครามกันไม่หยุดหย่อน เรียกว่า เกิดสงครามใหญ่ปีละสองครั้ง และสงครามย่อยรายวันแทบจะทุกวัน ก็ว่าได้ ทั้งนี้ในสงครามยุคนั้น ทั้งสองฝ่ายจะตั้งแนวรถศึกเข้าประจัญหน้ากัน โดยมีทหารราบเป็นกองหนุน ในสัดส่วน รถศึกหนึ่งคัน ทหารราบ 40 นาย หากแนวรบของใครถอยร่นหรือแตกพ่ายก่อน ก็จะพ่ายแพ้ไป ซึ่งในการรบลักษณะนี้ สงครามจะจบลงเร็ว บางครั้งผลแพ้ชนะ รู้ในไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่การสูญเสียรี้พลก็นับว่าไม่มากเกินไป

ล่วงถึง ยุคชุนชิว ปีที่ 541 ก่อนค.ศ. ชนเผ่าหยงตี๋ซึ่งเป็นอนารยชนทางเหนือ มีวัฒนธรรมที่ล้าหลัง ทำกสิกรรมแบบเร่ร่อนแต่ดุร้าย เข้มแข็งในการรบ นับเป็นศัตรูสำคัญของแว่นแคว้นต่างๆของจีน ได้ยกทัพเข้ารุกรานแคว้นจิ้นซึ่งเป็นแคว้นใหญ่ของภาคกลาง

warchariot

จิ้นผิงกง เจ้าแคว้นส่งสวินอู๋เป็นแม่ทัพนำทัพรถศึกหนึ่งพันคัน ทหารสี่หมื่นนายเข้ารับศึก ทั้งสองฝ่ายสู้รบกันดุเดือด ก่อนที่ทัพชาวหยงตี๋ ซึ่งกำลังพลส่วนใหญ่เป็นทหารราบจะล่าถอยเข้าไปตั้งรับในป่า ทำให้ยากแก่การที่รถศึกของทัพจิ้นจะเข้ารุกไล่

เว่ยซู ขุนพลของสวินอู๋ได้เสนอให้ปรับกระบวนทัพ โดยเลิกใช้รถศึก และเปลี่ยนเป็นพลเดินเท้า โดยจัดกำลังเป็นหมู่ หมู่ละ 5 คน ทำการฝึกรุกรบโจมตีสอดประสานกันเป็นหน่วยเดียว จากนั้นได้เคลื่อนพลเข้าติดตามชาวหยงตี๋ในป่าทึบ ซึ่งกองทหารเดินเท้ามีความคล่องตัวในหลายสภาพพื้นที่มากกว่ารถศึก

พวกหยงตี๋เห็นทหารจิ้นเดินเท้ากระจายกำลังเข้ามาในป่า ก็เข้าใจว่าทัพจิ้นเสียกระบวนรบและอ่อนแอ จึงเข้าโจมตี ทว่าทหารจิ้นที่ฝึกรบแบบประสานกันเป็นหน่วย สามารถต้านทานนักรบหยงตี๋ได้ และเข้าโจมตีรุกกลับ ก่อนบดขยี้กองทัพหยงตี๋พินาศสิ้น

wartt

จากผลของสงครามในครั้งนั้น ทำให้แคว้นต่างๆเริ่มมองเห็นข้อด้อยของรถศึกและข้อได้เปรียบของการใช้กำลังหลักเป็นทหารราบ จึงเริ่มเปลี่ยนยุทธวิธีจากใช้รถศึกเป็นหลัก มาใช้พลเดินเท้าที่แบ่งเป็นหมวดหมู่ เป็นกำลังหลักในการรบแทน พร้อมกับขนาดกองทัพที่มีการระดมพลใหญ่ขึ้น และการสงครามที่รบกันยืดเยื้อยาวนานขึ้นและแน่นอนว่า นำไปสู่การสูญเสียชีวิตไพร่พลและราษฎรอย่างมากมายมหาศาล…

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*