พระมหาธรรมราชา คนทรยศหรือผู้กอบกู้

sukothaiในสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่หนึ่ง คนไทยจำนวนมากคงรู้ว่าการที่ทัพหงสาวดีสามารถตีกรุงศรีฯ ได้ ก็ด้วยความช่วยเหลือของพระยาจักรี อดีตขุนนางอโยธยาที่ทรยศไปเป็นไส้ศึกให้กับพระเจ้าบุเรงนอง ทว่าคนที่ไปร่วมมือกับหงสาวดีนั้น หาใช่มีเพียงออกญามีชื่อผู้นี้ไม่

หากศึกษาข้อมูลจากพงศาวดารหลายฉบับทั้งของพม่าและไทย จะเห็นว่าผู้ที่เป็นกำลังสำคัญของพระเจ้าบุเรงนองในการตีกรุงศรีอยุธยานั้น ก็คือ เจ้าฟ้าสองแคว หรือ พระมหาธรรมราชา เจ้าผู้ครองนครพิษณุโลก ซึ่งในครั้งนั้นหลังสงครามช้างเผือกจบลง พระมหาธรรมราชาก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าได้หันไปเข้ากับฝ่ายหงสาวดี

โดยเมื่อครั้งที่อโยธยาจะผูกมิตรกับล้านช้างเพื่อร่วมกันต่อต้านหงสาวดีและส่งพระเทพกษัตรี พระธิดาองค์สุดท้องของพระมหาจักรพรรดิและพระสุริโยทัยไปเป็นพระมเหสี สมเด็จพระไชยเชษฐา กษัตริย์ล้านช้าง พระมหาธรรมราชาก็ได้ลอบส่งข่าวไปแจ้งพระเจ้าบุเรงนองให้ส่งทัพมาชิงตัวพระนางไป

ต่อมาเมื่อเกิดสงครามระหว่างหงสาและอโยธยาขึ้น นอกจากจะนำกองทัพหัวเมืองฝ่ายเหนือเข้าร่วมกับทัพหงสาวดีในการยกมาล้อมพระนครแล้ว พระมหาธรรมราชายังออกอุบายให้บุเรงนองขอตัวออกญารามรณรงค์ แม่ทัพสำคัญของอโยธยาที่ฝีมือรบเข้มแข็งที่สุดจากพระมหินทราธิราช จนทำให้อโยธยาเสียกำลังสำคัญในการป้องกันพระนคร และเมื่ออโยธยาส่งสาส์นไปขอให้ทัพล้านช้างยกมาช่วยรบ พระมหาธรรมราชาก็เกลี้ยกล่อมให้ออกญารามฯ เขียนสาส์นไปลวงทัพล้านช้างจนถูกทัพหงสาวดีโจมตีแตกพ่ายไป

นอกจากนี้ในบันทึกฝ่ายพม่า ยังบอกไว้ว่า มีครั้งหนึ่งดินปืนของทัพหงสาขาดแคลน พระเจ้าบุเรงนองจึงให้พระมหาธรรมราชาลอบติดต่อกับพระมเหสีคือ พระวิสุทธิกษัตรี ให้ลอบส่งดินปืนในพระนครมาให้ทัพหงสา ซึ่งพระมหาธรรมราชาก็ดำเนินการให้ทุกประการ และเมื่อกองทัพหงสาวดีตีกรุงศรีอยุธยาได้แล้ว พระเจ้าบุเรงนองก็ทรงประทานรางวัลให้พระมหาธรรมราชาขึ้นครองบัลลังก์เป็นกษัตริย์อโยธยา

cannonซึ่งหากมองดูบทบาททั้งหมดนี้แล้ว ก็เห็นได้ชัดเจนว่า พระมหาธรรมราชาทรงทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้พระเจ้าบุเรงนองยึดครองอโยธยาสำเร็จ แม้จะมีบางคนอาจอธิบายว่า พระมหาธรรมราชาอาจทรงจำใจทำเช่นนั้น เพราะในเวลานั้น พระนเรศ โอรสองค์โตของพระองค์ถูกส่งไปเป็นองค์ประกันที่หงสาวดี หากพระมหาธรรมราชาไม่ยอมร่วมมือด้วยก็อาจเกิดอันตรายกับพระโอรสได้ ทว่านั่นอาจยังไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้พระมหาธรรมราชายอมร่วมมือกับหงสาวดีอย่างเต็มที่

หากจะตัดสินสิ่งที่พระมหาธรรมราชาทำ ก็คงต้องย้อนไปดูช่วงเวลาก่อนหน้านั้น คือ พระมหาธรรมราชานั้น ทรงเป็นเชื้อพระวงศ์ฝ่ายเหนือแห่งราชวงศ์พระร่วงสุโขทัย ที่ถูกผนวกเข้ารวมกับอโยธยาที่ปกครองโดยราชวงศ์สุพรรณภูมิ

ในยุคเริ่มแรกของอโยธยานั้น เมื่อพระเจ้าอู่ทองทรงสถาปนากรุงขึ้น พระองค์ได้รับความช่วยเหลือจากพระญาติฝ่ายพระมเหสีที่เป็นเจ้าครองนครสุพรรณบุรี ในยามนั้นสุพรรณบุรีเป็นเมืองใหญ่ และเป็นกำลังสำคัญของอโยธยา ทว่าแท้จริงแล้ว ราชวงศ์สุพรรณภูมิแห่งนครสุพรรณบุรีก็ได้คิดชิงอำนาจกับราชวงศ์อู่ทองอย่างลับ ๆ แต่การจะทำเช่นนั้นได้ จำต้องมีกำลังสนับสนุน ในยามนั้นอโยธยาได้ทำศึกกับสุโขทัยและได้รับชัยชนะ โดยผู้ที่เป็นแม่ทัพไปรบสุโขทัย คือ ขุนหลวงพะงั่ว เจ้าราชวงศ์แห่งสุพรรณบุรี มีบันทึกว่าในการสงบศึก ขุนหลวงพะงั่วได้น้องสาวของพญาลิไท กษัตริย์แห่งสุโขทัยมาเป็นชายา และนั่นคือจุดเริ่มต้นความผูกพันของราชวงศ์สุโขทัยและสุพรรณภูมิ

สิ่งที่สุโขทัยต้องการ ในยามนั้น คือ ดินแดนและอำนาจที่เสียไปให้กับอโยธยา ส่วนสิ่งที่ราชวงศ์สุพรรณภูมิปรารถนาคือราชบัลลังก์อโยธยา ซึ่งต่อมา หลังการสวรรคตของพระเจ้าอู่ทอง พระราเมศวร โอรสของพระองค์ได้เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อ ทว่าขุนหลวงพะงั่ว ผู้มีศักดิ์เป็นลุง (พี่ชายของแม่) ได้เข้ามายึดอำนาจโดยปลดพระราเมศวร (แต่ไม่ได้สังหาร) และขึ้นเป็นกษัตริย์แทน โดยมีกำลังสนับสนุนทั้งจากสุพรรณบุรีและสุโขทัย อย่างไรก็ตาม ในรัชกาลขุนหลวงพะงั่ว สุโขทัยกลับถูกควบคุมจากอโยธยามากยิ่งขึ้น จนกลายสภาพเป็นกึ่งประเทศราช จากนั้นเมื่อสิ้นรัชกาลขุนหลวงพะงั่ว และพระโอรส นามว่า พระเจ้าทองลัน ขึ้นสืบราชย์ต่อ พระราเมศวรก็นำกำลังเข้าชิงราชสมบัติและปลงพระชนม์เจ้าทองลัน ทำให้อำนาจปกครองกลับสู่ราชวงศ์อู่ทองอีกครั้ง

ในยามนี้เอง ที่พระนครอินทร์ ซึ่งเป็นเชื้อสายฝ่ายสุพรรณภูมิต้องไปขอพึ่งสุโขทัย โดยทางสุโขทัยก็ยินดีช่วย เนื่องจากคาดหวังว่า หากวันใด สุพรรณภูมิกลับสู่อำนาจ ก็จะตอบแทนฝ่ายตนด้วยการมอบอำนาจปกครองหัวเมืองฝ่ายเหนือคืนให้ดังเช่นก่อน

ทว่า เมื่อพระนครอินทร์ชิงบัลลังก์จากราชวงศ์อู่ทองได้สำเร็จ ทางสุโขทัยกลับไม่ได้รับสิ่งที่คาดหวังไว้ ทั้งในเวลาต่อมา สุโขทัยได้เกิดความวุ่นวาย ทางอโยธยาก็ได้ส่งกองทัพขึ้นไปอีกครั้งและควบคุมสุโขทัยไว้ในอำนาจโดยปริยาย

2kings2สงครามเชียงใหม่ อโยธยา ชิงสุโขทัย

แม้สุโขทัยในยามนี้ จะถูกผนวกกับอโยธยาแล้ว ทว่าราชวงศ์พระร่วง ยังหาทางดิ้นรนให้ฝ่ายตนได้อำนาจกลับคืนมาอีกครั้ง ดังเช่นในสมัยเจ้าสามพระยา ที่เมืองชากังราวแข็งข้อ จนอโยธยาต้องยกทัพไปตี และในสมัยพระบรมไตรโลกนาถที่ พญายุทธิษเฐียร โอรสของพระมหาธรรมราชาบรมปาล ได้แปรพักตร์ไปเข้ากับพญาติโลกราชแห่งล้านนาเพื่อขอให้ทัพล้านนาช่วยชิงแคว้นสุโขทัยมาจากอโยธยา

ความคิดกระด้างกระเดื่องของหัวเมืองฝ่ายเหนือ เป็นที่รับรู้ของราชวงศ์สุพรรณภูมิมาโดยตลอด ดังเช่นในสมัยพระรามาธิบดีที่สอง ที่ให้มีการประหารขุนนางฝ่ายเหนือเป็นอันมาก ด้วยสงสัยว่าจะกระด้างกระเดื่อง และในสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช ที่ให้ขุนนางฝ่ายเหนือลงมารับราชการในพระนครเพื่อให้อยู่ในการควบคุม ซึ่งในบรรดาขุนนางฝ่ายเหนือ เชื้อพระวงศ์สุโขทัยเหล่านี้ ก็รวมถึง ขุนพิเรนทรเทพ หรือ พระมหาธรรมราชาด้วย

การรวบอำนาจเข้าสู่พระนคร ยังความไม่พอใจให้กับเชื้อพระวงศ์ฝ่ายเหนือเป็นอันมาก ครั้นเมื่อพระไชยราชาสวรรคต และ ยุวกษัตริย์ พระยอดฟ้าขึ้นครองราชย์ต่อ โดยมีท้าวศรีสุดาจันทร์และขุนวรวงศา ทำหน้าที่สำเร็จราชการ ก็ยังใช้นโยบายเดิม ทั้งยังมีการส่งขุนนางจากพระนครไปดูแลหัวเมืองเหนือแทนด้วย

แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้น สร้างความโกรธแค้นให้แก่ราชวงศ์สุโขทัยเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเกิดเหตุพระยอดฟ้าสวรรคตกะทันหัน โดยเชื่อกันว่า เกิดจากฝีมือของขุนวรวงศาธิราช การก่อการจึงเริ่มขึ้น โดยขุนพิเรนทรเทพ ผู้เป็นเชื้อพระวงค์สุโขทัยได้ร่วมมือกับขุนนางฝ่ายเหนืออย่าง ออกญาพิชัย ออกญาสวรรคโลก หลวงศรียศ ก่อเหตุกำจัดขุนวรวงศา ท้าวศรีสุดาจันทร์และพรรคพวกจนหมด จากนั้นจึงเชิญพระเทียรราชาขึ้นครองราชย์เป็น สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ โดยบำเหน็จที่ได้คือ ขุนพิเรนทรเทพได้ขึ้นเป็น พระมหาธรรมราชา เจ้าผู้ครองนครพิษณุโลกและหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวง ซึ่งเป็นการฟื้นอำนาจราชวงศ์สุโขทัยอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม จากนั้นไม่นาน ก็เกิดความระหองระแหงขึ้นระหว่าง พระมหาธรรมราชากับทางอโยธยา โดยเฉพาะพระมหินทร์ โอรสองค์รองของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ทรงระแวงพระมหาธรรมราชาว่าจะคิดการกระด้างกระเดื่อง เนื่องจากมีอำนาจมาก จนกระทั่งเกิดกรณี พระเจ้าบุเรงนองส่งทูตมาขอช้างเผือกแต่อโยธยาปฏิเสธจนเกิดสงครามช้างเผือกขึ้น

ในบันทึกพงศาวดารเล่าไว้ว่า กองทัพมหึมาของหงสาวดีมีรี้พลถึงห้าแสนและเข้าตีหัวเมืองฝ่ายเหนือไว้ได้อย่างง่ายดาย ขณะที่พระมหาธรรมราชาสามารถรักษาพิษณุโลกได้เพียงสองสัปดาห์ก่อนจะยอมจำนนต่อทัพหงสาวดี

buddachinพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก

ไม่มีใครบอกได้ว่า แท้จริง พระมหาธรรมราชาคิดอย่างไรกับกองทัพหงสาวดีที่ยกมา ในสงครามช้างเผือก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังสงครามครั้งนี้ คือ พระมหาธรรมราชาทรงหันไปเข้ากับฝ่ายหงสาวดีอย่างเต็มตัวและกลายเป็นกำลังสำคัญในการยึดกรุงศรีอยุธยาได้ในสงครามเสียกรุงครั้งที่หนึ่ง จากนั้น พระองค์ก็ได้เป็นกษัตริย์แห่งอโยธยา ภายใต้อำนาจของบุเรงนอง โดยราชวงศ์ของพระมหาธรรมราชานี้ก็คือ ราชวงศ์สุโขทัยนั่นเอง

เรียกได้ว่า สุดท้าย หลังจากขับเคี่ยว ชิงไหว ชิงพริบกันมานานนับร้อยปี สุดท้าย ราชวงศ์สุโขทัยก็สามารถทวงคืนอำนาจของตนจากสุพรรณภูมิได้สำเร็จ แม้จะต้องอาศัยแสนยานุภาพจากหงสาวดีก็ตาม และหากมองในมุมของชาวสุโขทัยในยุคนั้นแล้ว ทั้งหมดที่พระมหาธรรมราชาทำ ก็เพื่อกอบกู้อำนาจแห่งสุโขทัยที่เสียไป ให้กลับคืนมา ในขณะที่มุมมองของชาวอโยธยาย่อมมองว่า พระองค์คือคนทรยศที่ไปเข้ากับศัตรูต่างชาติมาโจมตีบ้านเมืองตนเอง

 

3 thoughts on “พระมหาธรรมราชา คนทรยศหรือผู้กอบกู้

  • กรกฎาคม 8, 2017 at 4:12 am
    Permalink

    เกิดไม่ทันไทยเขียนอย่างพม่าเขียนอย่าง พม่าก็ว่าไทยไทยก็พม่า ต่างคนต่างเขียนประวัติศาตร์เข้าข้างตัวเองทั้งนั้น แต่เราเป็นคนไทย เกิดเมืองไทยก็ต้องตามและเชื่อในประวัติศาตร์ชาติไทย เรื่องอะไรไปเชื่อพม่า

    Reply
  • กรกฎาคม 8, 2017 at 4:13 am
    Permalink

    เกิดไม่ทันไทยเขียนอย่างพม่าเขียนอย่าง พม่าก็ว่าไทย ไทยก็ว่าพม่า ต่างคนต่างเขียนประวัติศาตร์เข้าข้างตัวเองทั้งนั้น แต่เราเป็นคนไทย เกิดเมืองไทยก็ต้องตามและเชื่อในประวัติศาตร์ชาติไทย เรื่องอะไรไปเชื่อพม่า

    Reply
  • พฤศจิกายน 11, 2018 at 10:12 am
    Permalink

    มันเป็นเรื่องของบุญวาสนา บารมีนะเรื่องพระเจ้าแผ่นดินเนี่ย และอาจจะมีเรื่องของเวรกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย พระเจ้าอู่ทองปฐมกษัตริย์ผู้ทรงสถาปนากรุงศรีฯ ราชวงศ์นี้มาด้วยบารมีล้วนๆ พอหมดยุคพ่อก็โดนเทค โดยลุงของตัวเองคือขุนหลวงพระงั่ว พอหมดยุคขุนหลวงพระงั่วก็โดนเทคกลับโดยพระราเมศวร หมเจากพระราเมศวร เป็นพระรามราชาก็โดน อาตัวเองเทคต่อคือพระนครินทร์ (เจ้านครอินทร์) มาถึงสายสุพรรณภูมิมีอำนาจ ลูกของเจ้านครอินทร์ก็มาชิงบัลลังกันเอง เจ้าอ้าย กับ เจ้ายี่ สิ้นพระชนทั้งคู่ เจ้าสามพระยา(พระบรมราชาที่2) ได้เป็น ลูกของเจ้าสามพระยา มีเชื้อสายเจ้านายทางฝ่ายเหนือ(พระร่วง) คือพระบรมไตรโลกนาถ องค์นี้มับุญญาธิการ มีโอรส คือ พระบรมราชาธิราชที่3(องค์นี้น่าจะมีเชื้อสายจากเมืองสุพรรณ) อีกองค์หนึ่งคือ พระเชษฐา (องค์นี้น่าจะมีเชื้อสายราชวงศ์อู่ทอง+พระร่วง) เพราะดูจากสมัญญาพระนามท่านคือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่2 พระองค์นี้ พระราชสมภพปี พศ. 2015 ห่างจากพระเจ้าอู่ทอง 160ปีพอดี กษัตริย์องค์ต่อๆ มาตั่งแต่พระไชยราชาลงมา จนถึงพระมหาจักรพรรดิ์ น่าจะมีการทำผิดธรรมเนียมประเพณีอะไรซักอย่างหรือหลายอย่าง จึงเป็นเหตุให้ ราชวงศ์สุพรรณภูมิร่มสลาย โดยการเทคของบุเรงนอง ราชวงศ์นี้เด่นเรื่อง การวางระบบกระจายอำนาจ เน้นผูกสัมพันธ์ไมตรี บารมีจะน้อยกว่าสายพระเจ้าอู่ทองแต่การวางระบบดีมาก เห็นได้แบบชัดๆ ก็ตั่งแต่สมัยเจ้าสามพระยา ที่รวมอำนาจสุโขทัย พระบรมไตร วางรากฐานแบบจตุสดม
    จนมาถึงสายราชวงศ์พระร่วง สายนี้แทบ ไม่ต้องใช้บารมี เพราะใช้ความสามารถล้วนๆ เก่งเรื่องการรบมากที่สุดในทุกราชวงศ์ก็ว่าได้ เทคกรุงศรีกลับมาได้โดยใช้เวลาแค่ไม่ถึงชั่วอายุคน บุกป่าฝ่าดงไปตีกับพม่าทั้งที่ไม่มีปรากฎมาก่อนที่ไทยจะเป็นฝ่ายไปรุกพม่า แต่ราชวงศ์นี้เก่งแต่เรื่องรบไม่เก่งในการสร้างระบบ จนโดน พระเจ้าปราสาททองเทค สายนี้ก็คาดว่าน่าจัมีเชื้อสายอู่ทองกลับมามีอำนาจอีก กษัตริย์องค์สุดท้ายคือ พระนารายณ์ ราชวงศ์นี้ก็มาด้วยบารมีที่แรงคล้ายๆ ราชวงศ์พระเจ้าอู่ทอง สังเกตุได้จากชื่อพระนามของ พระนารายณ์ หรือสมัญญาพระนามท่านคือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่3 มีข้อบังเอิญของ พระนามของพระมหากษัตริย์ทั้ง3พระองค์ เคยสังเกตุพระนามที่สอดคล้องกันของสมเด็จพระรามาธิบดีหรือไม่

    สมเด็จพระรามาธิบดีที่1 (พระเจ้าอู่ทอง)
    พระราชสมภพ พุทธศักราช 1855

    สมเด็จพระรามาธิบดีที่2 (พระเชษฐาธิราช)
    พระราชสมภพ พุทธศักราช 2015

    สมเด็จพระรามาธิบดีที่3 (สมเด็จพระนารายณ์ มหาราช)
    พระราชสมภพ พุทธศักราช 2175

    และเมื่อนำปีพระราชสมภพของ สมเด็จพระรามาธิบดีทั้ง 3 พระองค์มาบวกด้วย 160 ดูคือ
    1 8 5 5 + 1 6 0 = 2 0 1 5
    พระรามาธิบดี1 พระรามาธิบดี2
    2 0 1 5 + 1 6 0 = 2 1 7 5
    พระรามาธิบดี2 พระรามาธิบดี3
    2 1 7 5 + 1 6 0 = 2 3 3 5
    พระรามาธิบดี3 เว้นไป1วาระ
    2 3 3 5 + 1 6 0 = 2 4 9 5
    ปีที่เว้นวาระ รัชกาลที่10
    2 4 9 5 + 1 6 0 = 2 6 5 5
    รัชกาลที่10 ปีเกิดโดเรม่อน

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*