บางระจัน ชะตากรรมของสุกี้พระนายกองหลังตีค่ายบางระจัน

วีรกรรมของชาวบางระจัน เป็นที่จดจำในความห้าวหาญของเหล่าบรรพชนที่สู้เพื่อปกป้องบ้านเกิดเมืองนอน พอๆกับที่คนไทยจำนวนไม่น้อย จดจำชื่อของนายทัพพม่าผู้พิชิตค่ายบางระจัน สุกี้พระนายกอง ได้ ทว่าสิ่งใดที่เกิดขึ้นกับคนผู้นี้ หลังจากเขาพิชิตค่ายบางระจันแล้ว

bangrajan5

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจว่า คำว่า สุกี้ ไม่ใช่ชื่อตัว แต่เป็นชื่อตำแหน่ง มาจากคำว่า ซุกคยี หรือนายกองใหญ่ ซึ่งในพงศาวดารไทยจะเรียกว่า พระนายกอง ซึ่ง สุกี้ พระนายกอง ผู้นี้ กรมหลวงนรินทรเทวี ซึ่งเป็นพระน้องนางเธอต่างพระชนนีของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก(รัชกาลที่ 1) ซึ่งทรงมีพระชนม์ชีพร่วมสมัยกับ พระนายกอง ผู้นี้ ได้ทรงเล่าไว้ว่า สุกี้พระนายกอง เป็นชาวมอญ มีชื่อไทย ว่า ทองสุก (หากดูจากตรงนี้ ก็แสดงว่า สุกี้พระนายกอง มีตัวตนจริง ซึ่งก็อาจสนับสนุนความมีอยู่จริงของชาวบ้านบางระจันเพิ่มได้อีกข้อหนึ่ง)

หลังกองทหารอังวะพ่ายแพ่ชาวบางระจันถึงแปดครั้ง สุกี้พระนายกองได้อาสาแม่ทัพใหย่เนเมียวสีหบดี เข้าปราบค่ายบางระจัน โดย สุกี้พระนายกองอยุู่เมืองไทยมาหลายปี(พระราชพงศาวดารว่า เป็นชาวมอญที่อาศัยอยู่ในไทยแต่ไปเข้ากับพม่า จนได้ตำแหน่งเป็น นายกองใหญ่ แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่า สุกี้ เป็นอุปนิกขิตที่แฝงตัวอยู่ในกรุงศรีอยุธยามาก่อนหน้านั้นแล้วก็ได้) จึงรู้จักนิสัยใจคอคนไทยดี ซึ่งเนเมียวสีหบดีก็ได้อนุมัติให้เขาทำงานนี้โดยมอบพลรบให้สองพัน พร้อมปืนใหญ่

เนื่องจากสุกี้ พระนายกอง รู้ว่า ชาวค่ายระจันขาดอาวุธหนักอย่างปืนใหญ่ และอาวุธยิงอย่างปืนคาบศิลาก็มีอยู่จำกัด สุกี้ จึงเลือกกลยุทธ์เลี่ยงการปะทะแต่ใช้วิธีสร้างค่ายขยับเข้าไปใกล้ค่ายบางระจันทีระน้อย โดย สุกี้พระนายกองจะให้สร้างค่ายแรกก่อน แล้ว ขยับไปสร้างค่ายถัดไป ในระยะที่ใกล้ค่ายระจันเข้าไป ซึ่งหากค่ายใดค่ายหนึ่ง ถูกโจมตี ก็จะมีทหารจากอีกค่ายเข้าช่วยได้

สุกี้ พระนายกอง ใช้กลยุทธ์สร้างค่ายทีละค่าย เข้าใกล้ค่ายบางระจันไปเรื่อยๆ จนเมื่อได้ระยะปืนใหญ่ ก็สั่งให้ยิงถล่มค่ายระจัน จนเมื่อชาวค่ายอ่อนกำลังถึงที่สุด ก็ระดมทหารเข้าตี และสามารถทำลายค่ายบางระจัน พร้อมทั้งสังหารผู้นำทั้งสิบเอ็ดคนของชาวบางระจันได้ในหนึ่งเดือน รวมเวลาที่บางระจัน ต้านศึกพม่าได้ทั้งสิ้นห้าเดือน

หลังทำลายค่ายบางระจันได้แล้ว สุกี้พระนายกองได้เข้าร่วมทัพอังวะโจมตีกรุงศรีอยุธยา จนเมื่อทัพพม่าตีกรุงศรีฯได้ เนเมียวสีหบดีได้ให้สุกี้พระนายกอง คุมไพร่พลสามพัน อยู่ค่ายโพธิ์สามต้น กรุงศรีอยุธยา โดยมีหน้าที่เก็บกวาดทรัพย์สินและเชลยศึกที่ยังตกค้างในพระนครส่งกลับไปกรุงอังวะ

Siamese

แปดเดือนหลังกรุงแตก กองทัพของพระเจ้าตากสินจากเมืองจันทบุรีพร้อมด้วยไพร่พลไทยจีนห้าพันนายก็ยกมาตีค่ายโพธิ์สามต้น เพื่อชิงกรุงศรีฯกลับคืนจากทัพอังวะโดยทัพพระเจ้าตากเข้าตีค่ายโพธิ์สามต้นแต่ยามเช้าจนตกค่ำ จึงหักค่ายได้ และสุกี้พระนายกอง ก็ถูกสังหาร ตายในค่ายนั้น

ทว่า พงศาวดาร บางฉบับ เล่าว่า ในวันที่ ทัพพระเจ้าตากตีค่ายโพธิ์สามต้นได้นั้น สุกี้ พระนายกอง หนีรอดไปได้ และไปสวามิภักดิ์กับ กรมหมื่นเทพพิพิธซึ่งตั้งมั่นที่เมืองพิมาย แต่ทว่าจากนั้นไม่นาน เมื่อทัพพระเจ้าตากยกไปตีเมืองพิมายแตก ก็จับกรมหมื่นเทพพิพิธปลงพระชนม์พร้อมทั้งประหารสุกี้ พระนายกอง ด้วย

อย่างไรก็ตาม  ในพระราชพงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ ได้บันทึกว่า สุกี้ พระนายกองยอมอ่อนน้อมต่อเจ้าตากก่อนการรบที่ค่ายโพธิ์สามต้นและนำเชื้อพระวงศ์อยุธยาที่ถูกควบคุมไว้ที่นั่นมาถวาย ซึ่งพระเจ้าตากก็ทรงละเว้นชีวิตพระนายกองผู้นี้ไว้

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*