ฌ้อปาอ๋อง (Xiang Yu) สิ้นนางสิ้นแผ่นดิน

บรรยากาศยามค่ำคืนนี้เงียบสงัด  ชายหนุ่มวัยสามสิบท่วงท่าสง่างามในเครื่องแต่งกายชุดจอมทัพ  ยืนอยู่หน้ากระโจมหลังใหญ่กลางค่ายทหารแคว้นฉู่ เขาแหงนหน้ามองดูท้องฟ้า พลางถอนหายใจ  ขณะนั้นเองเสียงเพลงในท่วงทำนองคุ้นหูหากฟังดูเศร้าสร้อย ก็ดังมาจากทั่วสารทิศ

เหล่าทหารภายในค่าย ต่างผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจที่ได้ยินเสียงเพลงพื้นบ้านของแคว้นตน  แต่มินานทำนองที่เศร้าสร้อยของเพลงก็ทำให้หัวใจของเหล่านักรบทั้งนายแลไพร่พล บังเกิดความหดหู่  บ้างห่วงบิดามารดรที่อยู่เบื้องหลัง  บ้างกังวลถึงเมียรักแลลูกน้อยที่คอยอยู่

เซี่ยงหยี่ Xiang Yu ถือกำเนิดขึ้นใน ปีที่ 232 ก่อน ค.ศ. ตระกูลของเขาเกี่ยวเนื่องกับเชื้อพระวงศ์ของแคว้นฉู่ บรรพชนหลายรุ่นเคยรับราชการในตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ จนกระทั่งเมื่อแคว้นฉู่ล่มสลาย แม่ทัพใหญ่เซี่ยงเยี่ยน ปู่ของเขาฆ่าตัวตายหลังจากรบแพ้กองทัพฉิน คนอื่นๆ ในตระกูลบ้างตาย บ้างก็หายสาปสูญ สำหรับเซี่ยงหยี่เองนั้น กำพร้าบิดามารดาโดยได้เซี่ยงเหลียงผู้เป็นอาเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่

210 ปีก่อนคริสตกาล ฉินซีฮ่องเต้เสด็จสวรรคต ประชาชนที่ทนการกดขี่ของราชวงศ์ฉินไม่ไหว ต่างพากันก่อกบฏไปทั่วแผ่นดิน ในเวลานั้น เซี่ยงเหลียงได้ชูธงก่อกบฏขึ้นที่แคว้นฉู่ทางภาคใต้ และได้อัญเชิญเชื้อสายเดิมของราชวงศ์แคว้นฉู่ ขึ้นเป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่า ฉู่ไหวหวาง และรวบรวมผู้คนทำศึกกับราชวงศ์ฉิน

ในการก่อกบฎต่อราชวงศ์ฉินครั้งนี้  เซี่ยงหยี่ Xiang Yu หลานชายของเซี่ยงเหลียงได้เป็นกำลังสำคัญของผู้เป็นอา ในฐานะขุนพลมือหนึ่งของกองทัพ เซี่ยงหยี่เป็นชายหนุ่มรูปงาม กำลังมหาศาล สติปัญญาเฉลียวฉลาด นิสัยเด็ดเดี่ยวดุดัน เจ้าอารมณ์ ทั้งยังเชื่อมั่นในตัวเองเป็นอย่างสูง

ครั้งหนึ่ง เซี่ยงหยี่ Xiang Yu ได้ยินว่ามีคนพบเห็นม้าดำลักษณะดีแต่ดุร้ายจนไม่มีใครจับได้มาปรากฏตัวอยู่ที่ชายป่านอกเมือง เซี่ยงหยี่จึงออกไปจับม้าตัวนั้นไว้ได้   เศรษฐีใหญ่ผู้หนึ่งได้เห็นเซี่ยงหยี่กำราบม้าร้ายได้นึกชอบใจลักษณะของชายหนุ่มจึงยกบุตรสาวนาม หยูจี ซึ่งเป็นหญิงงามลือชื่อให้ ทั้งนี้นับแต่เซี่ยงหยีได้นางหยูจีมาเป็นภรรยา เขาก็รักนางมากและไม่มีหญิงอื่นใดอีก

ในขณะที่บ้านเมืองกำลังระส่ำระส่ายนั้น ยังมีชายผู้หนึ่ง นามว่า หลิวปัง เขาเกิดเมื่อปีที่ 256 ก่อน ค.ศ. ในครอบครัวชาวนา หลิวปังเรียนหนังสือมาน้อยเนื่องจากครอบครัวยากจน แต่เขาเป็นคนใจกว้าง นิสัยสนุกสนานเฮฮา จึงมีเพื่อนฝูงมาก เมื่อโตเป็นหนุ่ม  หลิวปังได้รับราชการเป็นหัวหน้ามือปราบของตำบลเล็กๆแห่งหนึ่ง เขาได้รับราชการมาจนล่วงเข้าวัยกลางคน จนกระทั่งครั้งหนึ่ง หลิวปังได้รับคำสั่งให้นำขบวนนักโทษเดินทางไปยังกรุงเสียนหยางซึ่งเป็นเมืองหลวง แต่ระหว่างทางมีนักโทษหลบหนีไปเป็นจำนวนมาก จนหลิวปังเห็นว่าหากไปถึงเมืองหลวงเมื่อใด ตนเองคงไม่แคล้วต้องโดนประหาร เนื่องจากกฏหมายฉินรุนแรงนัก หากผู้คุมนำนักโทษไปถึงล่าช้าหรือไม่ครบตามจำนวน จะต้องรับโทษถึงตาย หลิวปังจึงตัดสินใจปล่อยนักโทษไปทั้งหมด พวกนักโทษพากันซาบซึ้งน้ำใจจึงยกให้หลิวปังขึ้นเป็นหัวหน้า

หลิวปังพาพรรคพวกหลบหนีทหารของทางการขึ้นไปบนภูเขา ระหว่างทางเจองูตัวใหญ่เลื้อยมาขวางหน้า พรรคพวกที่ตามมา ต่างหวาดกลัวงูตัวนั้นเพราะเชื่อว่าเป็นงูเทพเจ้า หากแต่หลิวปังไม่กลัวและตรงเข้าไปสู้กับงูตัวนั้นก่อนจะใช้ดาบสังหารมัน พรรคพวกที่ตามมา จึงพากันร่ำลือว่า หลิวปังเป็นผู้มีบุญ จึงสามารถสังหารงูเทพเจ้าได้ ทำให้เขาเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นในละแวกนั้น

เมื่อเกิดเหตุการณ์จลาตจลทั่วแผ่นดิน หลิวปังได้นำพรคพวกเข้ายึดอำเภอเพ่ย โดยได้รับความช่วยเหลือจากพวกชาวบ้านที่ต้องการปลดแอกตัวเองจากการปกครองของราชวงศ์ฉิน หลังจากยึดอำเภอเพ่ยได้ หลิวปังจึงตั้งตนเป็นหัวหน้ากบฎ ใช้ฉายาว่า เพ่ยกง

ในยามนั้น กองทัพกบฏของแคว้นฉู่มีกำลังเข้มแข็งที่สุด บรรดาหัวหน้ากบฏของแคว้นต่างๆ จึงพากันอ่อนน้อม ยอมให้แคว้นฉู่ผู้นำ หลิวปังจึงนำกองกำลังของเขามาร่วมกับกองทัพกบฏของแคว้นฉู่ด้วย

ทางด้านเซี่ยงหยี่ Xiang Yu หลังจากเซี่ยงเหลียง อาของเขาก่อกบฎต่อราชวงศ์ฉินแล้ว ก็ได้นำกองทัพเข้าทำสงครามกับทัพฉินหลายครั้ง จนกระทั่งเสียทีให้กับข้าศึกและถูกสังหารในสนามรบ  ฉู่ไหวหวางได้ตั้งขุนพลซ่งอี้ขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ของทัพกบฏแห่งแคว้นฉู่แทนเซี่ยงเหลียง

ปีที่ 207 ก่อน ค.ศ. ฉู่ไหวหวางมีพระบัญชาให้ซ่งอี้นำทัพสองหมื่นเข้ายึดเมืองจวี้ลู่เพื่อใช้เป็นฐานที่มั่นสำหรับเคลื่อนทัพบุกเมืองเสียนหยาง ทว่าซ่งอี้ทราบมาว่า ฝ่ายฉินระดมทหารเกือบสองแสนคนมาเตรียมรับศึกที่จวี้ลู่ จึงเกิดความหวาดกลัวและออกคำสั่งไม่ให้เคลื่อนพล

เซี่ยงหยี่ซึ่งเป็นรองแม่ทัพ ไม่พอใจมากจึงได้ไปทะเลาะกับซ่งอี้และสังหารซ่งอี้ลงเสีย จากนั้นก็ยึดอำนาจทหารมาเป็นของตน โดยหลังจากได้เป็นผู้บัญชาการทัพแล้ว เซี่ยงหยี่ก็ออกคำสั่งให้เคลื่อนพลข้ามฟาก ครั้นเมื่อกองทัพข้ามมาแล้ว เขาก็สั่งให้เผาเรือทั้งหมดและประกาศให้ทหารสู้ตาย

เมื่อรู้ว่า หมดหนทางถอย ทหารฉู่จึงไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องสู้ให้สุดกำลังเท่านั้น ในขณะที่ทางฝ่ายทัพฉินซึ่งรักษาที่มั่นในจวี้ลู่นั้น ยังคงตั้งอยู่ในความประมาท เนื่องจากเห็นว่าอีกฝ่ายมีกำลังทหารน้อยกว่าพวกตนมาก ดังนั้นเมื่อทั้งสองฝ่ายเกิดศึกกัน ทัพฉินจึงถูกกองทัพฉู่เข้าโจมตีจนแตกพ่ายยับเยิน 

ปีที่ 206 ก่อน ค.ศ. ฉู่ไหวหวางก็ทรงมีพระบัญชาให้เซี่ยงหยี่และหลิวปังรวมทั้งแม่ทัพของกองกำลังกบฏอื่นๆ เคลื่อนพลเข้าตีดินแดนของราชวงศ์ฉิน โดยประกาศว่า หากกองทัพของผู้ใดเข้ายึดนครเสียงหยางได้ก่อน จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าแคว้นปกครองดินแดนเดิมของฉินทั้งหมด

เซี่ยงหยี่นำทัพรุกเข้าแดนศัตรูอย่างเข้มแข็ง ทว่าเส้นทางที่เซี่ยงหยี่เลือกใช้นั้น ค่อนข้างไกล ทั้งยังมีทัพหลวงของราชวงศ์ฉินตั้งมั่นอยู่ ทำให้การคืบหน้าเป็นไปได้ช้า ขณะที่ฝ่ายของหลิวปังนั้นเลือกเส้นทางลัดจึงเคลื่อนทัพได้เร็วกว่ากองทัพสายอื่นๆ

กองทัพของเซี่ยงหยี่ Xiang Yu รุกคืบหน้าจนถึงจี้หยวนและพบกับกองทัพฉินที่มีกำลังพลกว่าสามแสนนายที่บัญชาการโดยจางหาน แม่ทัพใหญ่ราชวงศ์ฉิน หลังจากการรบอันดุเดือดผ่านไป ในที่สุดจางหานก็ยอมจำนนพร้อมไพร่พลที่เหลืออีกเกือบสองแสนนาย เซี่ยงหยี่ยอมรับจางหานพร้อมกับรองแม่ทัพฉินอีกสองคนไว้เป็นพวก แต่เขาได้ออกคำสั่งให้ฝังทั้งเป็นทหารฉินสองแสนคนเพื่อเป็นการข่มขวัญข้าศึกที่เหลือ

ฝ่ายหลิวปังได้หลีกเลี่ยงการปะทะที่ไม่จำเป็นและเร่งนำทัพคืบหน้า จนเข้าถึงเสียนหยางได้ก่อนกองทัพอื่นๆ กษัตริย์ฉินจื่ออิง ราชนัดดาของฉินซี ได้ยอมจำนนและมอบตราแผ่นดินให้ หลิวปังสั่งทหารห้ามเผาบ้านเรือนทำร้ายราษฎรทำให้ได้รับการสรรเสริญจากผู้คน จากนั้นก็ส่งทหารส่วนหนึ่งไปคอยสกัดทัพเซี่ยงหยี่ที่ด่านหานกู่

เมื่อเซี่ยงหยี่ Xiang Yu ทราบเรื่องก็โกรธมากจึงนำทัพเข้าตีด่านหานกู่แตกและไปตั้งค่ายที่หงเหมิน จากนั้นได้จัดงานเลี้ยงเชิญหลิวปังมาเพื่อหยั่งท่าที ฟ่านเจิง ที่ปรึกษาและบิดาบุญธรรมของเซี่ยงหยี่เสนอให้ใช้โอกาสนี้กำจัดหลิวปังเสีย แต่เซี่ยงหยี่ทะนงตนเกินไปและมองไม่เห็นว่าหลิวปังจะเป็นภัยแก่ตนจึงปฏิเสธที่จะทำตาม

ข้างฝ่ายหลิวปังนั้นรู้ดีว่า ยามนี้กำลังของตนมีน้อยกว่าจึงยอมประณีประนอมกับเซี่ยงหยี่และถอนทัพออกจากเสียนหยาง  ครั้นพอทัพเซี่ยงหยี่เข้าเมืองแล้ว  เซี่ยงหยี่ได้ชำระแค้นที่ตนมีกับราชวงศ์ฉิน โดยสั่งให้ประหารเชื้อสายราชวงศ์ฉินจนหมดสิ้นและปล่อยให้ทหารปล้นสะดมเข่นฆ่าผู้คนตามอำเภอใจ ทั้งยังส่งทหารหนึ่งแสนคนไปทำลายสุสานฉินซีที่ตีนเขาหลีซานและเผาพระราชวังอาฝางกงอันตระการตาของราชวงศ์ฉิน

หลังจากทรงทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ฉู่ไหวหวางได้ทรงมีพระบัญชาให้เซี่ยงหยี่ทำตามข้อตกลง โดยให้ยกหลิวปังขึ้นเป็นอ๋องฉิน แต่เซี่ยงหยี่ไม่ยินยอม จนเกิดความขัดแย้งกับพระองค์ สุดท้ายจึงลงมือสังหารฉู่ไหวหวางลงเสีย จากนั้นจึงตั้งตนเป็น ซีฉู่ป้าหวาง หรือที่เรียกในพงศาวดารไซฮั่นว่า ฌ้อปาอ๋อง ปกครองแคว้นฉู่และขึ้นเป็นประมุขของเจ้าแคว้นทั้งปวง โดยให้หลิวปังเป็นฮั่นหวางไปปกครองแคว้นสู่ฮั่น (มณฑลเสฉวนในปัจจุบัน) โดยเซี่ยงหยี่ได้แต่งตั้งให้จางหานและรองแม่ทัพอีกสองคนเป็นเจ้าแคว้นปกครองดินแดนเดิมของราชวงศ์ฉินเพื่อให้ทั้งสามคอยควบคุมหลิวปังไว้

ทว่าการที่ฌ้อปาอ๋องได้กระทำการฮึกเหิมสังหารนายเก่า ทำให้เจ้าแคว้นหลายแคว้นไม่พอใจ จึงมีบางแคว้นได้ก่อการกระด้างกระเดื่อง เซี่ยงหยี่จึงต้องยกทัพไปปราบปรามแคว้นเหล่านั้น

ระหว่างนั้นเอง หลิวปังที่อยู่เสฉวนได้ซ่องสุมกำลังจนเข้มแข็งและถือโอกาสตอนฌ้อปาอ๋องไปปราบกบฎที่แคว้นฉี ยกกองทัพเข้ายึดดินแดนเดิมของราชวงศ์ฉินจากจางหานและพวก จากนั้นก็รวบรวมกองทัพของเจ้าแคว้นต่างๆ เคลื่อนพลบุกเข้าตีเผิงเฉิงเมืองหลวงของแคว้นฉู่แตก

ทหารองครักษ์ได้คุ้มครองหยูจีและครอบครัวของเซี่ยงหยี่หนีออกไปได้ก่อนทัพหลิวปังเข้าเมือง
ครั้นเมื่อเซี่ยงหยี่ทราบข่าวก็ทั้งตกใจและทั้งโกรธจึงเร่งนำทัพกลับมาโจมตีกองทัพหลิวปังจนแตกพ่ายยับเยิน สังหารไพร่พลหลายแสนคนแทบหมดกองทัพ หลิวปังเองต้องปลอมตัวเพื่อหนีกลับไปเสฉวน

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ฌ้อปาอ๋องนำนางหยูจีผู้เป็นชายาติดตามไปด้วยทุกแห่ง และจากนั้นสงครามใหญ่ระหว่างฉู่และฮั่นก็เริ่มขึ้น ทั้งสองฝ่ายผลัดแพ้ผลัดชนะหลายครั้ง ทว่าเนื่องจากการที่เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง ฌ้อปาอ๋องจึงมักไม่ฟังความเห็นของผู้อื่น ต่อมา เกิดขัดแย้งรุนแรงกับฟ่านเจิง ทำให้อีกฝ่ายโกรธจัดจนล้มป่วยและเสียชีวิตลง การตายของฟ่านเจิงซึ่งเป็นทั้งที่ปรึกษาใหญ่และบิดาบุญธรรมของเซี่ยงหยี่ ได้ทำให้เหล่าขุนพลและที่ปรึกษาจำนวนมากเริ่มแปรพักตร์หันไปเข้ากับฝ่ายของหลิวปัง

ฌ้อปาอ๋องเซี่ยงหยี่ กับฮั่นอ๋องหลิวปังทำศึกกันหลายปี แม้จะชิงแผ่นดินได้มากกว่าแต่เซี่ยงหยี่ก็ไม่อาจเอาชนะหลิวปังได้ จนท้ายที่สุดทั้งสองฝ่ายจึงตกลงทำสัญญาสงบศึกและแบ่งแผ่นดินกันโดยใช้คลองหงโกวเป็นเส้นแบ่ง ดินแดนทางตะวันตกเป็นของฮั่น ทางตะวันออกเป็นของฉู่

หลังจากทำสัญญาสงบศึกแล้ว ทัพฉู่ก็ถอนกำลังกลับ แต่เซียวเหอและจางเหลียงที่ปรึกษาของหลิวปังได้เสนอให้หลิวปังใช้โอกาสที่ทัพฉู่กำลังถอยทัพระดมกำลังไล่ตามตี หลิวปังเห็นด้วย จึงส่งสาส์นไปแจ้งให้หานซิ่นซึ่งยามนั้นยังคุมเชิงอยู่ทางเหนือส่งกองทัพลงมาช่วย จากนั้นฝ่ายฮั่นได้ระดมกำลังเกือบห้าแสนเข้าตีตลบหลังทัพฉู่ซึ่งมีกำลังเพียงหนึ่งแสน จนท้ายที่สุด กองทัพของฌ้อปาอ๋องก็ถูกปิดล้อมในหุบเขาที่ไกเซี่ย (อยู่ในมณฑลอันฮุย)

ในยามนั้น จางเหลียง เสนาธิการของฝ่ายทัพฮั่นได้ออกอุบายให้ทหารขับร้องเพลงพื้นบ้านของแคว้นเมืองฉู่เพื่อทำลายขวัญทหารของข้าศึกและเมื่อเหล่าทหารฉู่ได้ยินเพลงพื้นบ้านของตน ก็เกิดความหดหู่และสิ้นหวังจึงพากันหนีทัพไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งคืน..

ก่อนรุ่งเช้า เมื่อฌ้อปาอ๋องตื่นขึ้นมา ก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อพบว่าไพร่พลได้หนีทัพจนเหลือทหารอยู่เพียงพันกว่าคนเท่านั้น  เขาคิดจะตีฝ่าแต่ก็เป็นห่วงหญิงคนรัก ดังนั้นเพื่อไม่ให้สามีเป็นกังวล นางหยูจีจึงฆ่าตัวตายก่อนเช้าวันนั้นเอง ฌ้อปาอ๋องเศร้าเสียใจมากและตัดสินใจนำทัพสู้ตายกับกองทัพฮั่น

ท้ายสุด ฌ้อปาอ๋องถอยมาจนถึงฝั่งแม่น้ำอู่เจียง พร้อมม้าคู่ใจและทหารไม่ถึงยี่สิบคน เบื้องหน้าเป็นแม่น้ำกว้าง เบื้องหลังเล่ากองทัพฮั่นนับแสนกำลังไล่ตามมา ฌ้อปาอ๋องยืนอยู่กับเหล่าทหารคู่ใจ ทุกคนเลือดโทรมกายเสื้อเกราะฉีกขาด ก่อนที่ทัพฮั่นจะมาถึง พลันปรากฏเรือแจวหนึ่งลำอาสาพาปาอ๋องข้ามฟาก

“ท่านอ๋อง แม้วันนี้ฝ่ายเราจะพ่ายแพ้แต่แผ่นดินก็ยังอยู่ ขอท่านกลับถึงแคว้นฉู่  วันหน้าก็ยังมีความหวังที่จะกลับมาชิงแผ่นดินคืน” เหล่าทหารอ้อนวอนผู้เป็นจอมทัพ แต่ฌ้อปาอ๋องเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูงความพ่ายแพ้ครั้งนี้ใหญ่หลวงทำลายความภาคภูมิใจของเขาจนหมดสิ้นอีกทั้งยามนี้ หญิงอันเป็นที่รักก็ได้ตายไปแล้ว แม่ทัพหนุ่มก็หมดกำลังใจที่จะอยู่ต่อไป

200 ปี ก่อนคริสตกาล ฌ้อปาอ๋องเซี่ยงหยี่ได้ฆ่าตัวตายในวงล้อมของกองทัพฮั่นที่ริมแม่น้ำอู่เจียง ด้วยวัยเพียง 33 ปี หลังจากนั้นหลิวปังได้ขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่นปกครองแผ่นดินจีน

ฌ้อปาอ๋องแม้จะมีทั้งพละกำลังและสติปัญญาความสามารถแต่ด้วยความที่ทะนงตนแลเชื่อมั่นในตัวเองสูงจนเกินไป ทำให้เขาต้องประสบความปราชัยพ่ายแพ้ในที่สุด

 

四面楚歌 The songs of Chu all around Video จาก www.youtube.com

 

Related posts:

11 thoughts on “ฌ้อปาอ๋อง (Xiang Yu) สิ้นนางสิ้นแผ่นดิน

  • ตุลาคม 27, 2011 at 8:38 pm
    Permalink

    ในคืนอันมืดมน
    เสียงเพลงบ้านเกิดดังรอบทิศ
    พาดวงจิตให้หมองเศร้า
    สิ้นแล้วแผ่นดินเรา

    Reply
  • ตุลาคม 27, 2011 at 9:12 pm
    Permalink

    น่าเศร้าจังเลยค่ะ สงสาร ฌ้อปาอ๋องที่ต้องสูญเสียทุกอย่าง ทั้งคนรัก ทั้งแผ่นดิน

    Reply
  • ตุลาคม 27, 2011 at 9:19 pm
    Permalink

    เซี่ยงหยี่พ่ายแพ้ทั้งๆที่ตัวเองได้เปรียบหลิวปังทุกอย่าง ไม่ว่า จะเป็น วรยุทธ์ ความสามารถ ชาติตระกูล แต่ที่แพ้ ก็เพราะไม่รู้จักใช้คน เอาแต่อารมณ์ตัวเป็นใหญ่ สุดท้ายก็ไร้คนมีฝีมือไว้ใช้งาน จึงต้องพ่ายแพ้

    Reply
  • ตุลาคม 27, 2011 at 10:07 pm
    Permalink

    แม้จะพ่ายแพ้ แต่เรื่องของ ฌ้อปาอ๋องก็น่าสะเทือนใจนะคะ

    Reply
  • ตุลาคม 28, 2011 at 2:32 pm
    Permalink

    สงสารหยูจีจังเลย

    Reply
  • ตุลาคม 31, 2011 at 2:58 pm
    Permalink

    เรื่องนี้เหมือนเคยเป็นหนังใหญ่เมื่อนานมาแล้ว ถ้าจำไม่ผิดนะ

    Reply
  • พฤศจิกายน 1, 2011 at 12:06 am
    Permalink

    วีรบุรุษล้มตาย เหลือเพียงตำนานที่ขับขาน ชัยชนะที่ผ่านมา เปรียบดุจความฝัน

    Reply
  • พฤษภาคม 6, 2015 at 1:54 pm
    Permalink

    ทำสัญญาสงบศึก แต่พอเค้าถอยทัพตามสัญญา เสือกระดมพล5แสนไล่ตามตีตลบหลัง แม่ม เกรียนได้โล่จริงๆ

    Reply
  • กรกฎาคม 27, 2015 at 11:40 am
    Permalink

    วีรบุรุษที่ล้มตาย เหลือเพียงลำนำทีขับขาน ชัยชนะที่ผันผ่าน ดุจวันวานแห่งความฝัน

    Reply
  • กันยายน 30, 2015 at 10:53 pm
    Permalink

    น้ำแยงซีรี่ไหลไปบูรพา คลื่นซัดกวาดพาวีรชนหล่นลับหาย

    Reply
  • มิถุนายน 16, 2016 at 1:38 am
    Permalink

    เซี่ยงหยี่ หรือ ฉู่ฌ้อปาอ๋อง เราเข้าใจนาย อะหนึ่งเซี่ยงหยี่ใช้คนเป็นถึงได้ชัยชนะยึดเมืองหลวงได้ แต่ทีแพ้เพราะหลิวปังกุนซื่อ และสรรวค์ไม่เข้าข้าง น่าสงสารรู้ว่าฆ่าทหารเยอะเพราะจำเป็นต้องทำเพื่อให้อีกฝ่ายกลัวยอมเร็วในการเมืองสมัยนั้น
    และรักพี่น้องพวกแบบไม่คิดระแวง สมัยก่อนถือสัตว์จัสเข้าใจ ถ้าเราเป็นนายเราก็ฆ่าตัวตายเพราะเราหมดแล้วจิงๆโดนเขาหักหลัง พี่น้องร่วมรบตายหมดคนสนิทไม่มีเหลือญาติพี่น้องอีก และคนทีเรารักมากทีสุดเป็นเราก็ยอมตายไม่ยอมกลับแน่นนอนสู้ตายไปกะคนทีเรารักดีกว่า สู้ไปบ้านเมืองก็ไม่สงบ นายเป็นคนดีจิงๆวะเรื่องเพื่อนพ้องนายก็ดีมากดีสุดๆ
    คนทีชอบหลิวปังรู้ได้เลยคนแบบไหน ถ้าเราเกิดทันในสมัยนั้นรู้เรื่องของนายเราจะขอร่วมรบร่วมตายกะนาย
    แต่จะไม่ขอเปลี่ยนประวัติใดๆ หลิวปังได้เป็นก็ดีแล้ว ป.ล.มีอีกเยอะถ้าคุณศึกษาจิงๆในหลิวปังกะเซี่ยงหยี่ หรือ ฉู่ฌ้อปาอ๋อง เยอะพูดไปก็ไม่เสร็จ ง่วง สลบนอน

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*