เมื่อคนเถื่อนพิชิตแผ่นดินจีน ตอนที่ 2 (ชาวแมนจู)

แปดสิบปีต่อมา จูหยวนจางได้นำประชาชนทำสงครามขับไล่ชาวมองโกลออกไปและตั้งราชวงศ์หมิงขึ้นปกครองแผ่นดินจีน โดยทรงพระนามว่า จักรพรรดิหงอู่

ซึ่งในยุคราชวงศ์หมิงนี้ ได้มีการเสริมแนวกำแพงเมืองจีนจนมีความแข็งแกร่งเพื่อป้องกันการรุกรานจากชาวมองโกลที่แม้จะถูกขับไล่ออกไปแล้ว แต่ในเวลาต่อมาก็ได้ฟื้นฟูกำลังจนกลายเป็นภัยคุกคามที่น่าหวั่นเกรงอีกครั้ง

farmerrebellion

อย่างไรก็ตาม ความล่มสลายของราชวงศ์หมิงกลับไม่ได้มาจากภายนอก หากเริ่มจากความเสื่อมของการบริหารการปกครอง ที่ส่งผลให้ประชาชนความเดือดร้อนจนนำไปสู่การกบฏหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงปลายราชวงศ์ ซึ่งแม้ราชสำนักจะปราบกบฏเหล่านั้นได้ แต่ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ทางพรมแดนด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ชาวหนี่เจินซึ่งในอดีตเคยก่อตั้งราชวงศ์จิน ก็เริ่มกล้าแข็งขึ้น ราชวงศ์หมิงจึงใช้นโยบายยุยงให้ชาวหนี่เจินเผ่าต่าง ๆ ขัดแย้งรบราฆ่าฟันกันเอง ขณะเดียวกันก็คอยกำจัดพวกผู้นำที่คิดต่อต้านไปด้วย ซึ่งนโยบายดังกล่าว สร้างความไม่พอใจให้กับชาวหนี่เจินจำนวนมาก

ต่อมา ราชสำนักหมิงได้ส่งกองทหารไปปราบชาวหนี่เจินที่ก่อการจลาจลในเมืองกู่เล่ โดยครั้งนั้น ทหารหมิงได้สังหารชาวหนี่เจินหมดทั้งเมือง รวมทั้งบิดาและปู่ของนูเออฮาเช่อ นักรบหนุ่มแห่งตระกูลอัยซินเจียโร ด้วย

qingsoldier

นูเออฮาเช่อเจ็บแค้นที่ทหารหมิงสังหารพ่อและปู่ อีกทั้งเห็นว่า ราชวงศ์หมิงกดขี่ชาวหนี่เจินมาโดยตลอด จึงคิดรวบรวมเผ่าต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อโต้ตอบราชวงศ์หมิง จนกระทั่งปี ค.ศ. 1616 นูเออฮาเช่อก็รวมเผ่าต่าง ๆ ได้สำเร็จและตั้งตนเป็นข่านแห่งอาณาจักรโฮ่วจิน จากนั้น จึงส่งทหารเข้ารุกรานดินแดนของราชวงศ์หมิง

ใน ปี ค.ศ.1618  ราชวงศ์หมิงส่งกองทัพใหญ่มาโจมตีโฮ่วจิน ทว่ากลับพ่ายแพ้ยับเยินที่เขาซาเอ้อหู่ จากนั้นในปีรุ่งขึ้น นูเออฮาเช่อได้นำทัพใหญ่เข้าตีหนิงหย่วนแต่ถูกต่อต้านอย่างเข้มแข็ง จนทำให้นูเออฮาเช่อได้รับบาดเจ็บสาหัสจากปืนใหญ่และสิ้นพระชนม์ โดยหวงไท่จี๋ พระโอรสองค์ที่แปดขึ้นครองราชย์

หวงไทจี๋สามารถพิชิตพวกมองโกลและผนวกรวมเข้ากับชาวหนี่เจิน โดยเปลี่ยนชื่อ เป็นแมนจูพร้อมกับตั้งราชวงศ์ชิงขึ้น จากนั้นได้ยกทัพไปยึดโชซอน หรือ เกาหลี ได้สำเร็จ ทว่าก่อนนำทัพลงใต้ พระองค์ก็ประชวรและสิ้นพระชนม์ลงเสียก่อน โดยพระโอรสซึ่งยังทรงพระเยาว์ ขึ้นครองราชย์ต่อ โดยทรงพระนามว่า จักรพรรดิซุ่นจื้อ

ในเวลานั้น อาณาจักรหมิงกำลังระส่ำระสายจากกบฏชาวนาครั้งใหญ่ โดยผู้นำกบฏคือ หลี่จื้อเฉิง ซึ่งเริ่มก่อการในมณฑลส่านซี ก่อนเข้ายึดเมืองสำคัญหลายแห่งและทำลายกองทัพราชสำนักจนย่อยยับ  จนในวันที่ 24 เมษายน  ค.ศ.1644 กองทัพชาวนาก็ยึดกรุงเป่ยจิง หรือ ปักกิ่ง เมืองหลวงของอาณาจักรหมิง ได้สำเร็จ ทำให้จักรพรรดิหมิงฉงเจิน ต้องปลงพระชนม์พระองค์เองด้วยการผูกพระศอที่ใต้ต้นไม้บนเขาหลังพระราชวังต้องห้าม

แม้จะยึดปักกิ่งได้ ทว่าหลี่จื้อเฉิงก็ยังปราบปรามฝ่ายราชวงศ์หมิงได้ไม่หมด โดยเชื้อพระวงศ์หมิงได้อพยพไปตั้งเมืองหลวงใหม่ที่นานกิง ในชื่ออาณาจักรหมิงใต้ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มกบฏอีกหลายกลุ่มที่ตั้งมั่นเป็นอิสระตามพื้นที่ต่าง ๆ ส่วนทางตะวันออกเฉียงเหนือ แม่ทัพอู๋ซานกุ้ย ผู้รักษาด่านซานไห่กวนนั้น แต่เดิมมีท่าทีจะยอมสวามิภักดิ์ ทว่าหลังทราบข่าว ขุนศึกของหลี่จื้อเฉิงปล้นบ้านทั้งยังทำร้ายบิดาและฉุดภรรยาของเขาไป อู๋ซานกุ้ยจึงโกรธแค้นและนำกองทัพออกนอกด่านไปสวามิภักดิ์กับราชวงศ์ชิง  ซึ่งตัวเอ่อกุน พระปิตุลาและผู้สำเร็จราชการแทนองค์จักรพรรดิซุ่นจื้อ ได้ยอมรับการสวามิภักดิ์ครั้งนี้ในทันที

sanhaipass

เมื่อทราบเรื่อง หลี่จื้อเฉิงก็รีบนำทัพไปยังด่านซานไห่กวนเพื่อตั้งแนวป้องกันและเตรียมรับกองทัพของอู๋ซานกุ้ยและกองทัพแมนจู ทั้งสองฝ่ายสู้รบกันอย่างรุนแรง จนในที่สุดกองทัพหลี่จื้อเฉิงก็แตกพ่าย ทำให้ทัพแมนจูและอู๋ซานกุ้ยบุกเข้าถึงกรุงปักกิ่ง ส่วนหลี่จื้อเฉิงได้ล่าถอยไปและถูกกวาดล้างในเวลาต่อมา

หลังยึดปักกิ่งได้ กองทัพแมนจูได้ยกพลลงใต้เพื่อปราบกองกำลังอิสระและเข้าโจมตีอาณาจักรหมิงใต้ โดยทัพแมนจูสามารถยึดนครนานกิง รวมทั้งเมืองอื่น ๆ ที่เป็นที่มั่นของราชวงศ์หมิงเอาไว้ได้ จนในปี ค.ศ. 1659 จักรพรรดิหยงลี่ได้ทรงเสด็จหนีเข้ามณฑลยูนนานและเมื่อกองทัพแมนจูเข้ายึดยูนนาน พระองค์จึงเสด็จไปถึงพม่าโดยทรงลี้ภัยอยู่กับพระเจ้าพินดาเล กษัตริย์พม่าแห่งราชวงศ์ตองอู ที่กรุงอังวะ

manchus

ขณะที่จักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์หมิงเสด็จลี้ภัยไปยังพม่านั้น กองกำลังของราชวงศ์หมิงที่นำโดยแม่ทัพเจิ้งเฉิงกง ยังคงต่อต้านกองทัพแมนจูอย่างเข้มเข้ม โดยมีฐานที่มั่นอยู่ในฟูเจี้ยน โดยเจิ้งเฉิงกงสามารถยึดเมืองต่าง ๆ ตามแนวชายฝั่งเอาไว้หลายแห่งและจัดทัพใหญ่ยกไปโจมตีเมืองนานกิง เพื่อจะยึดคืนมา ทว่ากองทัพของเขาประสบความล้มเหลวในการรบครั้งนี้

หลังพ่ายแพ้ เจิ้งเฉิงกงตัดสินใจมองหาที่มั่นใหม่ โดยในเดือน เมษายน ปี ค.ศ. 1661 เขาได้นำทัพข้ามไปยึดเกาะไต้หวันคืนมาจากชาวฮอลันดา ทว่าหลังยึดไต้หวันได้เพียงไม่กี่เดือน เจิ้งเฉิงกงก็ล้มป่วยและสิ้นชีวิตลงในปี ค.ศ. 1662 โดยในปีเดียวกันนั้น ทางราชสำนักชิงซึ่งทราบข่าวว่า จักรพรรดิหยงลี่ทรงลี้ภัยอยู่ที่กรุงอังวะ จึงสั่งให้ อู๋ซานกุ้ยยกทัพมาล้อมกรุงอังวะเพื่อบีบให้กษัตริย์พม่าส่งตัวจักรพรรดิหมิงมา องค์จักรพรรดิจึงได้เสด็จหนีออกจากอังวะ แต่ก็ถูกทหารของอู๋ซานกุ้ยจับตัวได้และถูกปลงพระชนม์

manchusgeneral

แม้ว่าเชื้อพระวงศ์หมิงจะถูกกวาดล้างหมดแล้ว ทว่ากองกำลังของตระกูลเจิ้งยังคงตั้งมั่นเป็นอิสระอยู่ที่ไต้หวันและต่อมาในช่วงต้นรัชสมัยของจักรพรรดิคังซี จักรพรรดิองค์ที่สี่ของราชวงศ์ชิง อู๋ซานกุ้ยซึ่งได้รับยศเป็นเจ้าครองยูนนานได้ร่วมกับเจ้าผู้ครองฟูเจี้ยนและกว่างตงก่อกบฏขึ้น แต่ถูกปราบปรามลงในปี ค.ศ.1683 และในปีเดียวกันนั้น ไต้หวันก็ถูกพิชิตและถูกผนวกรวมเข้ากับอาณาจักรชิง ทำให้ชาวแมนจูสามารถครอบครองดินแดนทั้งหมดของจีนได้อย่างสมบูรณ์

 

Related posts:

One thought on “เมื่อคนเถื่อนพิชิตแผ่นดินจีน ตอนที่ 2 (ชาวแมนจู)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*