ครั้งหนึ่งในความทรงจำ (บทที่สาม)

“อาทิตย์หน้า มีนต้องย้ายบ้านแล้ว”
เวทชะงักด้วยความตกใจ ก่อนจะหันมามองเด็กสาว “จริงเหรอ”
“ก็จริงน่ะสิ มีนทำเรื่องขอลาออกไปแล้วด้วย”
“ทำไม เวทไม่เห็นรู้เลยล่ะ”เด็กหนุ่มถามขณะที่ในใจวูบลง
“มีนเห็นว่ากำลังเป็นช่วงสอบไล่ เลยยังไม่เล่าให้ฟัง มีนกลัวเวทจะคิดมาก” เด็กสาวพูดเบาๆ
“ทำไมเวทต้องคิดมากด้วยล่ะ”แม้ปากจะพูดแบบนั้นแต่ใจของเด็กหนุ่มตอนนี้แทบจะดับวูบแล้ว
“มีนรู้นะว่าที่ผ่านมา เวทคิดอย่างไรกับมีน”เด็กสาวพูด พร้อมกับหันมาสบตาเขา
เวทนิ่งอึ้งก่อนจะกลบเกลื่อน “เวทไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย”
“จริงเหรอ” มีนจ้องหน้าเขาครู่หนึ่งก่อนจะหันหน้าออกไปยังท้องทะเล
“บางที
เราอาจไม่ได้เจอกันอีกก็ได้นะเวท” เด็กสาวพูดขึ้น
“แต่ เราก็ยังติดต่อกันได้นี่ ทางโทรศัพท์ ทางจดหมาย” เวทแย้ง “อีกอย่างหนึ่ง วันหนึ่งเราต้องได้เจอกันอีกแน่ๆ”
มีนไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากนั่งมองทะเลอย่างเงียบๆ ขณะที่เวทเริ่มรู้สึกว่า การจากกันคราวนี้ เขาอาจไม่มีโอกาสได้เจอเธออีกจริงๆก็ได้ ความคิดนี้ทำให้เด็กหนุ่มอยากจะบอกความในใจของเขากับเธอ แต่เวทก็ยังไม่กล้าที่จะพูดต่อหน้าอยู่ดี…

ตอนเช้าของวันศุกร์ในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ที่หน้าบ้านของมีน ก่อนที่เธอและครอบครัวจะออกเดินทาง เวทมาส่งเธอแต่เช้า ก่อนมีนจะไป เวทมอบของชิ้นหนึ่งให้เธอ
“อะไรเหรอ” เด็กสาวถามพร้อมกับมองดูห่อของในมือ
“ลองเปิดดูก็รู้เอง” เวทตอบ “แต่อย่าเพิ่งเปิดตอนนี้ล่ะ”
“ทำไมล่ะ” มีนสงสัย
“เวทขอร้องก็แล้วกัน” เด็กหนุ่มพูด

ในเวลาเดียวกัน กิ๊กน้องสาวของมีนก็เดินเข้ามา เด็กหญิงยกมือไหว้เพื่อนของพี่สาวขณะที่เวทยิ้มรับ
“พี่เวทมาส่ง กิ๊กเหรอค่ะ”เด็กหญิงพูดแหย่
เวทหัวเราะ “ก็คงงั้นแหละ ถ้าไงพี่ขอให้น้องกิ๊กโชคดีนะ”
“ขอบคุณค่ะ”เด็กหญิงยิ้มให้ก่อนจะวิ่งกลับไปที่รถ
มีนมองหน้าเด็กหนุ่มอีกครั้ง “ชอบใจนะเวท กับสิ่งดีๆ ที่ผ่านมา มีนไปก่อนนะ”
“โชคดีนะ” เวทพูดพร้อมกับยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้าย…
นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เวทได้ส่งยิ้มให้กับมีน นับแต่วันที่เขาไปส่งเธอย้ายบ้านแล้ว

เวทไม่เคยได้พบหรือพูดคุยกับเธออีกเลย ความที่เด็กหนุ่มรู้เรื่องการย้ายบ้านของเธอกระชั้นชิดเกินไป ทำให้เวทลืมขอที่อยู่ใหม่ของเธอ นอกจากรู้เพียงว่าเธอย้ายไปอยู่จังหวัดเชียงใหม่เท่านั้นเองและเขาเองก็ยังลืมจดที่อยู่ของเขาให้กับ มีนด้วย เรื่องนี้ถ้าจะว่าไปมันก็เป็นผลกรรมของเวทเองที่โกหกว่าบ้านเขาอยู่ทางเดียวกับมีน ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่

เวทมาสำนึกถึงเรื่องนี้ได้เมื่อเด็กสาวได้จากไปแล้ว แต่ในเวลานั้นเวทก็ยังมีความหวังอยู่ว่า ผลบุญที่เขาเคยทำมา (เมื่อไหร่) จะทำให้ มีน จำเบอร์โทรศัพท์ของเขาได้ และคงโทรกลับมาหาเขาเอง เมื่อถึงตอนนั้นเขาก็คงมีโอกาสได้รู้ที่อยู่ใหม่ และเบอร์โทรติดต่อของเธอ

แต่ดูเหมือนฟ้าจะบันดาลให้เรื่องราวของเวทกับมีนต้องจบลงเพียงเท่านั้น เพราะเพียงไม่กี่สัปดาห์ต่อมาขณะที่เวทกำลังรอการติดต่อกลับมาของเพื่อนหญิง ที่บ้านของเวทก็มีปัญหากับสายโทรศัพท์จนต้องเปลี่ยนเบอร์ใหม่ ตอนนั้นเวทรู้สึกเหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง แม้ไม่ถึงกับร้องห่มร้องไห้ (เปลี่ยนสายโทรศัพท์เนี่ยนะ…ร้องไห้) ด้วยว่าไม่ใช่นิสัยที่เขาจะทำแบบนั้น แต่เด็กหนุ่มก็ซึมเศร้าอยู่นานจนกระทั่งเปิดเทอมชั้นมัธยมหก เมื่อเวทต้องเตรียมตัวเพื่อสอบเอนทรานซ์

เด็กหนุ่มพยายามลืมเรื่องนี้ไปชั่วคราวเพื่อให้มีสมาธิกับการเตรียมตัวสอบอย่างเต็มที่ และนานวันเข้าเรื่องราวของมีนก็ค่อยๆ กลายเป็นความทรงจำที่ตกตะกอนไปในที่สุด จนย่างเข้าช่วงเวลาของการเป็นนักศึกษา มีเรื่องราวใหม่ๆ มากมายรวมทั้งมิตรภาพและความรักที่เข้ามา (และจบไป) อีกหลายครั้ง จนทำให้ตะกอนนั้นสงบนิ่งอยู่ ณ. เบื้องลึกของหัวใจไป

…”พี่ พี่ รถหมดระยะแล้วครับ” เสียงของกระเป๋ารถปลุกชายหนุ่มให้ออกจากเบื้องลึกของหัวใจ มาพบความจริงของชีวิต เวทมองรอบๆ ตัวก็พบว่ารถที่ตนนั่งมากำลังจอดอยู่ที่สถานีปลายทาง รอบข้างนั้นเงียบสงัด มีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นผู้โดยสารคนสุดท้ายที่เหลืออยู่บนรถ

ครู่ต่อมา เวทเดินออกมาจากอู่อย่างช้าๆ ในยามนี้สิ่งเดียวที่อยู่ในความคิดของชายหนุ่ม ก็คือ
“กูจะกลับยังไงวะเนี่ย”…

วันต่อมา ที่มหาวิทยาลัย ขณะที่เวทกำลังเดินไปที่คณะ  ก็พบน้องกิ๊กกับกลุ่มเพื่อนหญิงกำลังเดินสวนทางมา
“พี่เวท “กิ๊กทักด้วยน้ำเสียงดีใจ ก่อนจะแยกจากลุ่มเพื่อนตรงเข้ามาหาเขา “สวัสดีค่ะ
ไม่เจอพี่ตั้งหลายวันเลยนะค่ะ”
เวทยิ้มรับ เพราะยังไม่รู้จะพูดอะไรดี เนื่องจากยังตั้งตัวไม่ติด
“กิ๊กกับเพื่อนกำลังจะไปทานไอศครีมกัน พี่เวทไปด้วยกันนะคะ จะได้คุยกัน ตั้งแต่เจอกัน กิ๊ก ยังไม่มีโอกาสคุยกับพี่จริงๆเลย” เด็กสาวชวนด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

เวทอดนึกเทียบเด็กสาวตรงหน้ากับมีนไม่ได้ ถ้าเป็นมีน เวลาเธอจะชวนเขาไปกินไอศครีมหรือไปไหนก็ตาม  เธอจะไม่ใช้วิธีอ้อนแต่เธอจะสั่งเป็นคำขาดให้เขาไป ซึ่งเขาก็ไม่เคยขัดเธอได้สักครั้ง

ชายหนุ่มหันไปมองดูกลุ่มเพื่อนของเด็กสาวที่ยืนจ้องเขาเป็นตาเดียวกันพร้อมกับนับจำนวนเด็กๆได้หกหัว   เวทคำนวณตังค์ในกระเป๋าว่างานนี้หากต้องเลี้ยง (ซึ่งมีเปอร์เซนต์เป็นไปได้สูง) มีหวังคงไม่พอ เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือไม่ถึงห้าสิบบาท
ชายหนุ่มทำฟอร์มว่ากำลังรีบโดยก้มลงดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือของตนทั้งที่มันถึงแก่กรรมไปแล้วเพราะถ่านหมด (ยังไม่มีตังค์เปลี่ยนถ่าน แต่คาดเอาไว้โก้ๆ) ก่อนจะพูดว่า “ไว้วันหลัง จะเหมาะกว่านะครับ   พอดีวันนี้พี่ต้องรีบเข้าห้องเรียนด้วย”
กิ๊กมีสีหน้าสลดลงเล็กน้อย  ซึ่งเวทไม่แน่ใจว่าที่สลดเนี่ยเพราะมื้อนี้ไม่มีเขาเป็นเจ้ามือเลี้ยงไอศครีมหรือเปล่า
“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้างั้นกิ๊กไปก่อนนะคะ” เด็กสาวพูดเบาๆ ก่อนเดินออกไป
เวทยืนมองตามกลุ่มของเด็กสาวจนลับสายตา

“ใครน่ะ เวท”เสียงหนึ่งดังขึ้นทางด้านหลัง ทำให้ชายหนุ่มหันไปมอง ก็เห็นฟ้าเพื่อนหญิงร่วมรุ่น
ยืนอยู่ “น้องคนเมื่อกี้ ใครเหรอ”ฟ้าถามพร้อมกับทำตาใสแจ๋ว
“รุ่นน้องน่ะ”เวทตอบสั้นๆ เพราะรู้ว่าถึงไง อีกเดี๋ยวเพื่อนต้องถามต่อ
“รุ่นน้องเหรอ” ฟ้ายิ้มมีเลศนัย ดวงตาสวยหวานแฝงแววอยากรู้” คนพิเศษหรือเปล่า”
“เราไม่ได้คิดอะไรกับเขาสักหน่อย ฟ้า”เวทรีบปฏิเสธ
“เหรอ” สาวสวยทำเสียงสูง” แต่เราว่า น้องคนนั้นน่ะเค้าคิดกับเธอนะ”
“รู้ได้ไง” เวทถามด้วยความสงสัยว่าเพื่อนสาวของตนน่ากลัวจะเป็นเชอร์ลอคโฮล์มกลับมาเกิดใหม่
“ก็แหม ผู้หญิงน่ะเค้าดูกันออกนะ”ฟ้าพูด”ตอนน้องคนนั้นเขาพูดกับเธอ
ตาน้องเค้าจ้องที่หน้าเธอตลอดเลย แถมเมื่อกี้ตอนที่เธอปฏิเสธน้องเค้านะ
ท่าทางน้องเค้าผิดหวังด้วย”ฟ้าสาธยาย
“นี่เธอเห็นตลอดเลยเหรอ”เวทถามอย่างคาดไม่ถึง  ไม่ใช่ในความเห็นอันชาญฉลาดของอีกฝ่ายแต่เพราะไม่คิดว่าเพื่อนของตนจะชอบสอดรู้สอดเห็นขนาดนี้
“ใช่แล้ว”ฟ้าพยักหน้าพร้อมกับยิ้ม

เวทถอนหายใจอย่างไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่านี้ ในบรรดาเพื่อนที่เรียนปริญญาโทนั้นฟ้าเป็นคนที่เขาสนิทมากที่สุด แต่เวทก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าเพื่อน ขณะที่ฟ้าเองก็มีแฟนอยู่แล้ว ฟ้า เป็นคนช่างสังเกต  จนบางครั้งเหมือนจะมากเกินไป (ถ้าพูดแบบตรงๆ ก็คือชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านนั่นเอง) จนเวทเองยังอดนึกไม่ได้ว่าขนาดเป็นเพื่อนกัน ฟ้ายังสังเกตละเอียดขนาดนี้   คนที่เป็นแฟนฟ้าคงไม่มีทางทำอะไรโดยที่เธอไม่รู้ได้แน่

เมื่อคิดถึงแบบนี้แล้ว เวท ก็อดนึกสงสารบุรุษคนนั้นไม่ได้

(ติดตามตอนต่อไป)

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*