ครั้งหนึ่งในความทรงจำ (บทที่สอง)

“ดูสิเฮ้ย เขินจนพูดไม่ออกเลยว่ะ แก้มงี้แดงเป็นเชอรี่สุกเชียว น่ากินชะมัด”พวกมันพูดพร้อมกับส่งเสียงฮา “จะรีบกลับไปไหนกันจ๊ะ”
มีนหน้าแดงก่ำเพราะความโกรธ และก่อนที่เวทจะห้ามทัน มีนก็ถอดรองเท้าขว้างกลับไปที่พวกนั้นทันที รองเท้าข้างนั้นลอยไปสัมผัสปากไอ้คนพูดอย่างแม่นยำ มันโกรธมากและลุกขึ้นเดินตรงมาทางเธอ
“เล่นรองเท้ากันเลยเหรอน้อง แบบนี้มันวอนหาเรื่องซะแล้วมั้ง”มันคำราม
เวทรีบเข้าห้ามทัพ”ใจเย็นๆ ก่อนเถอะครับ ผมขอโทษแทนเพื่อนผมด้วย”เวทพูดพร้อมกับหันมาทางเด็กสาว”มีนขอโทษพี่เค้าสิ”
“ไปขอโทษมันทำไมเวท เราไม่ได้ผิดเสียหน่อย”มีนโวย” แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ”
“เฮ้ย แบบนี้มันต้องสั่งสอนกันหน่อยแล้ว” เจ้าคนแรกพูดพร้อมกับคว้าข้อมือเด็กสาวไว้
ไวจนตามองไม่ทันกำปั้นน้อยๆของมีนพุ่งเข้าตรงดั้งจมูกไอ้หมอนั่นเต็มที่จนมันคว่ำลงไปกองอยู่กับพื้น
ขณะที่พวกนั้นอีกสามคนรวมทั้งเวทต่างตะลึง หลังจากหายตกใจพวกที่เหลือก็รุมเข้ามาพร้อมกัน
เวทจึงตัดสินใจพุ่งหมัดแรกออกไป….

หนึ่งชั่วโมงให้หลัง ที่ห้องปกครอง เวทกับพวกนักเรียนหัวโจกสี่คนหน้าตาฟกช้ำดำเขียวโดยเฉพาะพวกหัวโจกทั้งสี่ที่สภาพยับเยินยิ่งกว่าสองในสี่ มีอาการยืนเซนิดๆคล้ายนักมวยที่เมาหมัด ทั้งหมดยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่หน้าอาจารย์ปกครอง โดยมีมีนยืนนิ่งอยู่ด้วย
” เอาล่ะ คราวนี้ถือว่าเธอช่วยปกป้องเพื่อน”
อาจารย์ปกครองพูดกับเวทพร้อมกับมองมาที่เด็กสาวที่ทำหน้าน่าสงสาร”อาจารย์จะตัดคะแนนความประพฤติเธออย่างเดียว”
“ครับ”เวทพูดรับ
อาจารย์เปลี่ยนสายตามามองนักเรียนชายสี่คน “ส่วนพวกเธอ ตอนนี้คะแนนความประพฤติถูกตัดหมดแล้ว
ถ้าคราวหน้าพวกเธอไปรังแกใครอีกล่ะก้อ ถูกไล่ออกสถานเดียว จำไว้ด้วย”
“ครับ อาจารย์”ทั้งสี่พูดพร้อมกัน
“ไปได้”อาจารย์พูดสั้นๆ…..

เสียงเล่าลือไปทั่วว่าเวทชกกับนักเรียนรุ่นพี่สี่ต่อหนึ่งและคว่ำพวกนั้นในหมัดเดียว ทำให้ชื่อของชายหนุ่มกลายเป็นที่รู้จักในวันเดียว ในฐานะเด็กมอสี่ที่ปราบแก๊งหัวโจกของโรงเรียนลงได้ ส่วนพวกนักเรียนรุ่นพี่เหล่านั้นก็ไม่มายุ่งวอแวกับเวทและมีนอีก
แต่มีความจริงอยู่ข้อหนึ่งที่ไม่มีใครรู้นั่นคือ ที่ชกรุ่นพี่สองคนล้มคว่ำในหมัดเดียวและคนหนึ่งถึงกับหมดสตินั้นไม่ใช่ฝีมือเวทแต่เป็นกำปั้นน้อยๆของมีนต่างหาก
“เมื่อก่อนเราเคยหัดมวยไทยน่ะแล้วก็เทควันโด ตั้งแต่ตอนประถมปลายแล้ว “มีนเล่าให้ฟัง
“เหรอ”เวทมองมือขาวๆบางๆอย่างเกรงๆ
ยามนี้เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนว่าดวงตากลมโตของสาวน้อยข้างหน้าดูน่ากลัวขึ้นมา แต่ถึงจะน่ากลัวก็ยังน่ารักอยู่ดี
” ทำไมมองเราแบบนั้น”มีนสังเกตสายตาของอีกฝ่าย”ทำท่ายังกะเห็นผี”
“เปล่าสักหน่อย”เวทรีบปฏิเสธก่อนถือโอกาสหยอด”ผีที่ไหนน่ารักแบบนี้ล่ะ”……

วันเวลาผ่านไปจนล่วงเข้าเดือนกุมภาช่วงเวลาของดอกกุหลาบและช็อกโกแลต บรรดาเด็กหนุ่มต่างซื้อหาดอกไม้มากำนัลแก่หญิงที่ตนหมายปอง ส่วนรายไหนที่หาไม่ทันก็แอบเด็ดจากแปลงของโรงเรียนไปก่อน

เช้าวันที่ 14 เวทกับมีนเดินหิ้วกระเป๋าเข้ามาในห้องเรียน ทั้งสองชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นดอกไม้และช็อกโกแลตวางอยู่เต็มโต๊ะของมีนพร้อมการ์ดสีสวยสด
“ของใครบ้างนะเนี่ย” มีนพูดพร้อมกับนั่งลงและหยิบการ์ดขึ้นมาดู “เวท มีนว่าวันนี้เราไม่ต้องเสียตังค์ซื้อข้าวเที่ยงแล้วล่ะ”เด็กสาวพูดยิ้มๆ
เวทมองของบนโต๊ะเด็กสาวด้วยความรู้สึกโหวงๆอย่างอธิบายไม่ถูกเด็กหนุ่มอดกลัวไม่ได้ว่าในบรรดาดอกไม้และช็อกโกแลตเหล่านั้นจะมีสักชิ้นหนึ่งที่มีนมีความรู้สึกพิเศษกับคนให้
มีนแยกช็อกโกแลตกับดอกไม้ออกจากกันและหยิบช็อกโกแลตก่ล่องหนึ่งส่งให้เวท “กินนี่สิเวท มีนให้ เยอะแบบนี้กินคนเดียวไม่หมดแน่”เด็กสาวพูดก่อนจะเก็บช็อกโกแลตที่เหลือทั้งหมดลงใต้โต๊ะ
เวทลอบสังเกตท่าทางของอีกฝ่าย แต่ก็ดูเหมือนว่าเด็กสาวจะไม่ใส่ใจกับชิ้นใดเป็นพิเศษ ทำให้เวทรู้สึกโล่งใจขึ้นมา
“ว่าแต่ ทำไมเธอไม่เห็นซื้อดอกไม้ให้เราเลยล่ะ” มีนพูดขึ้น
” ก็…ก็..”เวทเกิดอาการใบ้กินเมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่าย
เขาจะพูดได้อย่างไรว่าที่ไม่ซื้อดอกไม้ให้เธอก็เพราะกลัวว่ามันจะกลายเป็นสัญญาณบอกความในใจของเขาให้เธอได้ทราบ เวทกลัวว่าหากเธอรู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ มีนอาจไม่ให้ความสนิทสนมกับเขาเช่นนี้อีก
“เป็นอะไร ลิ้นชาเหรอ”มีนพูด
“ก็ที่ไม่ให้ ก็เพราะเห็นเธอได้เยอะแล้วนี่ ก็เลยไม่รู้ว่าจะซื้อทำไมอีก”
เวทพูดไปแล้วก็นึกอยากเตะตัวเองที่ให้เหตุผลได้ห่วยที่สุด
ดูท่าว่ามีนก็ไม่พอใจกับเหตุผลของเขาสักเท่าไหร่ เด็กสาวพูดขึ้น”ไม่รู้ล่ะ ปีนี้ เราอยากได้ดอกไม้จากเธอ เพราะฉะนั้น ไปหามาเดี๋ยวนี้เลย” มีนสั่งเป็นคำขาด
“เล่นบังคับกันเลยเหรอ” แม้ปากจะพูดเช่นนั้นแต่ในใจก็อดปลื้มไม่ได้”งั้นเดี๋ยวเลิกเรียนเราจะไปซื้อดอกไม้ช่อใหญ่ๆมาให้ก็แล้วกัน”
มีนส่ายหน้า”เราไม่อยากได้ดอกไม้ซื้อ”
เวทชักเริ่มเขม่นตาขวาเล็กน้อย”แล้วอยากได้แบบไหนล่ะ”
สายตาของเด็กสาวมองผ่านไปยังแปลงกุหลาบหลังห้องพักอาจารย์ปกครอง
พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของเด็กสาว…

เวทต้องสารภาพกับตัวเองว่าตั้งแต่ใช้ชีวิตในฐานะนักเรียนมาจนย่างเข้าวัยสิบเจ็ดปี  เขาไม่เคยต้องทำอะไรที่ทำให้ใจหายใจคว่ำเท่ากับช่วงที่ได้รู้จักกับมีนมาก่อนเลยและหนึ่งในนั้นก็ต้องรวมเอาการตัดกุหลาบในแปลงหวงห้ามหลังห้องพักอาจารย์ฝ่ายปกครองเข้าไปด้วย

ตอนที่แอบมุดรั้วเข้าไปในแปลงกุหลาบนั้นเวทรู้สึกเหมือนกับกำลังเข้าไปในกรงสิงโตและดึงหนวดมันออกมาอย่างไรอย่างนั้น ยิ่งความดุความเฮี้ยบของอาจารย์ฝ่ายปกครองนั้นก็เป็นที่ครั่นคร้ามในบรรดานักเรียนทั้งหลาย ดีที่มีดวงหน้าใสๆกับรอยยิ้มหวานๆของมีนคอยเป็นกำลังใจอยู่ข้างนอกรวมทั้งดูต้นทางให้ด้วย

“เวท หลบเร็ว มีคนมา”มีนรีบป้องปากบอก เวทรีบมุดเข้าไปในดงไม้พุ่มติดแปลงกุหลาบ ขณะที่มีนหลบออกไปอีกทางหนึ่ง นักเรียนรุ่นพี่กลุ่มใหญ่เดินคุยเสียงดังผ่านมา
“อ้าวน้องมีน ยังไม่กลับเหรอครับ ทำอะไรอยู่”หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลรูปหล่อขวัญใจสาวๆค่อนโรงเรียนทักเด็กสาว
“กำลังจะกลับแล้วค่ะ” มีนตอบขณะที่สายตาก็เหลือบไปทางดงไม้ติดแปลงกุหลาบ
“กลับพร้อมกันไหมครับ”รุ่นพี่ชวนพร้อมกับทำตาหวาน รุ่นพี่นักบาสคนนี้ก็เป็นหนึ่งในบรรดาชายหนุ่มที่มาจีบมีนอยู่
“ไม่เป็นไรค่ะ มีนต้องรอคุณพ่อมารับน่ะค่ะ”เด็กสาวปฏิเสธ
“อ้าวก็ไหนว่า เมื่อกี้กำลังจะกลับไงครับ”รุ่นพี่ยังคุยไม่เลิก
เวทที่นั่งอยู่ในพุ่มไม้ได้ยินเสียงสนทนาแว่วๆ เด็กหนุ่มนึกด่ารุ่นพี่ขี้หลีคนนั้น”เมื่อไหร่มันจะไปเสียทีวะเนี่ย”เขาพึมพำกับตัวเอง
ด้วยว่าใบไม้มันทำให้เขาเริ่มระคายตัวอีกทั้งมดและยุงก็เริ่มกัดแล้วครั้นจะออกไปตอนนี้ก็กลัวว่าความซวยจะมาเยือนเพราะการที่เขาจะโผล่ออกมาจากแปลงกุหลาบหวงห้ามหลังห้องพักอาจารย์แบบนี้ไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดเลย

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ รุ่นพี่กลุ่มนั้นก็จากไป เวทจึงมุดออกจากพุ่มไม้อย่างทุลักทุเล แต่ก็ไม่ลืมที่จะหักดอกกุหลาบดอกใหญ่ติดมือออกไปด้วย
“ขอบใจนะ ดอกไม้สวยมากเลย”มีนยิ้มเมื่อเขาส่งดอกไม้ให้
“ที่จริงเนี่ย ซื้อที่ร้านยังสวยกว่านี้อีก ไม่เห็นต้องมาแอบเด็ดที่นี่เลย”เวทบ่น
เด็กสาวมองหน้าเขา” ก็มีนอยากให้เวททำอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่นทำนี่”…………

นั่นเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่เขามีกับเพื่อนสาวที่ชื่อ มีน นอกเหนือไปจากความรู้สึกพิเศษที่ก่อตัวขึ้นมาตลอดเวลาที่เขาและเธอคบกัน เวทไม่อยากเรียกมันว่าความรัก เพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นใช่ความรักหรือไม่ และนั่นเองทำให้เขาไม่เคยบอกถึงความรู้สึกที่เขามีให้เธอได้รับรู้ เพราะนอกจากยังไม่แน่ใจแล้วเวทยังกลัวว่า การพูดออกไปจะทำลายมิตรภาพระหว่างเขากับเธอลง

จวบจนกระทั่งวันหนึ่งหลังการสอบไล่มัธยมห้าจบลง เวทกับมีนเดินออกจากอาคารเรียนเพื่อกลับบ้านด้วยกันเหมือนอย่างเคย นับแต่สอบเสร็จ
เวทสังเกตว่าเพื่อนหญิงของเขาดูเงียบขรึมกว่าทุกวัน แต่เด็กหนุ่มก็คิดว่าบางทีอาจเป็นเพราะเธอยังเหนื่อยกับการสอบอยู่
ขณะที่เดินกันมาเงียบๆ จู่ๆเด็กสาวก็พูดขึ้นว่า”เวท วันนี้ไปเดินเล่นที่ริมหาดเป็นเพื่อนมีนได้ไหม”
เหมือนอย่างเช่นเคย เวทไม่ปฏิเสธ และครู่ต่อมาทั้งสองคนก็มาเดินอยู่บนถนนเลียบชายหาดซึ่งทั้งคู่มักมาเดินเล่นบ่อยๆโดยเฉพาะในเย็นวันศุกร์ หรือเสาร์อาทิตย์

ทั้งสองคนเดินช้าๆ สายลมจากทะเลพัดมาต้องผิวหน้าและเนื้อตัว เสียงคลื่นซัดหาดเป็นระยะ นานๆทีจะมีรถสักคันวิ่งผ่านมาบนถนนนั้น มีนยังคงไม่พูดอะไร จนเวทเริ่มสงสัย
“มีน เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมวันนี้ดูเงียบๆจังล่ะ ปวดหัวหรือ”เด็กหนุ่มถาม
มีนส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะเดินแวะเข้าไปที่ศาลาซึ่งทั้งสองจะมานั่งเป็นประจำทุกครั้งที่มาที่นี่
เด็กสาวนั่งและหันหน้าไปยังท้องทะเล ขณะที่เวทนั่งอยู่ข้างๆ
“เวท” เด็กสาวเรียก
“มีอะไรเหรอ”
                                                 (ติดตามตอนต่อไป)

 

Related posts:

One thought on “ครั้งหนึ่งในความทรงจำ (บทที่สอง)

  • ตุลาคม 30, 2011 at 10:53 pm
    Permalink

    รูปประกอบน่ารักดี เรื่องก้ออ่านสนุก

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*