ใต้เงาแห่งหิมาลัย

In the shade of Himalaya
.
          แสงแดดยามเช้าอาบท้องทุ่ง ฝูงกวางดาว และละมั่งดำ (black buck) ออกเล็มหญ้าอ่อน ลิงหนุมานกู่เรียกพวกอยู่บนต้นไม้บริเวณริมบึง กวางป่า (sambar deer) กำลังอาบโคลนอยู่ ส่วนบนต้นไม้ริมบึง นกไอบิส (Ibis) กำลังป้อนอาหารลูก

.

ละมั่งดำ (black buck) ลิงหนุมาน นกไอบิส (Ibis)

          ทัศนียภาพเหล่านี้พบเห็นได้ทั่วไปในป่าของอุทยานแห่งชาติจิตวันในประเทศเนปาล อุทยานจิตวันมีเนื้อที่ 360 ตารางไมล์ ตั้งอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติบาเดียร์ ซึ่งมีเนื้อที่ 374 ตารางไมล์ อุทยานทั้งสองแห่งตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มเทราย (Terai) ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเนปาล โดยเป็นส่วนหนึ่งของที่ราบลุ่มแม่น้ำเกงกีส (Ganges) ประเทศนี้มีเทือกเขาหิมาลัยที่มียอดเขาเอเวอเรสต์ที่สูงที่สุดในโลกตั้งอยู่ จึงอาจพูดได้ว่าที่นี่อยู่ใต้เงาของหิมาลัยทีเดียว

.

          ในสมัยโบราณป่าบริเวณนี้ถูกใช้เป็นปราการธรรมชาติของราชอาณาจักรเนปาล ความทุรกันดารของป่าป้องกันการรุกรานของกองทัพมอกุล และไข้มาลาเรียที่ชุกชุมก็ทำให้กองทัพอังกฤษต้องพ่ายแพ้ไป ด้วยไข้มาลาเรียนี้เองที่ทำให้ป่าแห่งนี้รอดจากการบุกรุกของผู้คน และคงความสมบูรณ์เอาไว้ได้ ต่อมาป่าจิตวันได้กลายเป็นอุทยานล่าสัตว์ส่วนตัวของตระกูลรานา (Rana) ซึ่งกุมอำนาจบริหารของประเทศนานกว่าศตวรรษ

.

          ครั้งนั้นจิตวันได้ต้อนรับเหล่านายพรานบรรดาศักดิ์ที่มาจากราชวงศ์ของต่างประเทศ และของเนปาลเอง โดยในการล่าสัตว์แต่ละครั้ง จะมีลูกหาบนับร้อยทำหน้าที่ไล่ต้อนสัตว์ป่าไปยังบรรดานายพรานที่รออยู่ โดยนายพรานจะเลือกยิงอย่างปลอดภัยบนหลังช้าง

.

          การล่าแต่ละครั้งจะมีสัตว์ป่าถูกสังหารจำนวนมาก เช่นในปี ค.ศ. 1911 พระเจ้าจอร์จที่ห้าแห่งอังกฤษเสด็จประพาสพร้อมพระราชโอรส ในครั้งนั้นทรงล่า เสือเบงกอล 39 ตัว แรดอินเดีย 11 ตัว การล่าใหญ่ครั้งสุดท้ายของจิตวันเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1939 คณะล่าสัตว์ของอุปราชอังกฤษประจำอินเดีย ได้ล่าเสือเบงกอล 120 ตัว แรดอินเดียนอเดียว 38 ตัว เสือดาว 27 ตัว และหมีสลอธ 15 ตัว

.

          กับคำถามที่ว่าการล่าสัตว์แบบนี้ ทำไมจึงไม่ทำให้สัตว์ป่าหมดไปจากที่นี่ ความจริงก็คือว่า การประกาศให้ที่นี่เป็นอุทยานล่าสัตว์ส่วนตัวทำให้ที่นี่ได้รับการปกป้อง ให้พ้นจากนักตัดไม้และพวกชาวไร่ ทำให้สภาพป่าคงความสมบูรณ์ไว้ได้ อีกข้อหนึ่งก็คือ การล่าเช่นนี้ทิ้งช่วงห่างกันนานพอที่จะไม่กระทบต่อปริมาณสัตว์ป่า

.

นักล่า จะใช้ผ้าใบขึงกั้นไม่ให้สัตว์หนีจาก
วงล้อม
ส่วนหนึ่งของรางวัลสำหรับจอมพราน

.

          หลังการเสื่อมอำนาจของตระกูลรานา รัฐบาลเนปาลได้ทำการพ่นยาเพื่อทำลายโรคมาลาเรีย ทำให้ชาวบ้านอพยพเข้าไปเป็นจำนวนมาก พวกเขาถางป่าทำไร่ ขณะเดียวกันการลักลอบล่าสัตว์ก็รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะเสือเบงกอล และแรดอินเดีย ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปีกว่า ครึ่งของพื้นที่ป่าถูกทำลายลง จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น จาก 30,000 คน เป็น 100,000 คน ในขณะที่จำนวนสัตว์ป่าลดลง เช่น แรดอินเดียลดจำนวนลงจาก 2,000 ตัว เหลือเพียง100 ตัวเท่านั้น

.

          ด้วยเหตุนี้ในปี ค.ศ. 1973 รัฐบาลได้ประกาศให้ป่าจิตวันเป็นอุทยานแห่งชาติ และเพื่อการณ์นี้ได้มีการจัดกำลังทหารจากกองทัพเนปาลหลายร้อยนาย ทำหน้าที่ลาดตระเวนเพื่อป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ ทำให้ผืนป่าแห่งนี้ฟื้นสภาพจากพื้นที่ที่ถูกคุกคาม กลายเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์

.

เสือเบงกอล
นักล่าที่น่าเกรงขามที่สุดของทวีปนี้
แรดอินเดีย สัตว์ป่าหายาก มีอยู่ที่นี่ 400 ตัว จากที่มีเหลือในโลก 1,600 ตัว

.

          สภาพป่าโดยทั่วไปของที่นี่เป็น ป่าดิบเขา ประกอบด้วยไม้ยืนต้น เช่น ไม้สัก ไม้มะเกลือ นอกจากนี้ยังมีพืชล้มลงและกล้วยไม้นานาชนิด ป่าดิบเหล่านี้เป็นที่อยู่ของนกต่างๆ กว่า 440 ชนิด ถัดลงเป็นพื้นที่ราบลุ่มที่จะมีน้ำท่วมทุกปี บริเวณนี้เป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มีหนองบึงและทะเลสาปหลายแห่ง เป็นที่อยู่ของนกน้ำและสัตว์ป่าหายากอย่างแรดอินเดีย และตะโขงอินเดีย ที่เรียกว่า กาเวียล (gharial) ในส่วนของทุ่งหญ้า เป็นแหล่งอาหารของสัตว์กินพืชนานาชนิด

.

          ทุกปีหลังจากไฟป่าในฤดูร้อน หญ้าอ่อนจะแตกหน่อ และดึงดูดสัตว์ป่าอย่าง กระทิง หมูป่า กวางทั้งสี่ชนิดที่มี คือ กวางป่า เนื้อทราย กวางดาว เก้ง นอกจากนี้ยังมี ลิงหนุมานและลิงกัง ในขณะเดียวกันสัตว์กินเนื้ออย่างเสือเบงกอล เสือดาว ก็มาซุ่มรอล่าเหยื่อที่นี่เหมือนกัน

.

          ทั้งอุทยานบาเดียร์ และจิตวันมีนักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นจำนวนมากต่อปี โดยเฉพาะจิตวัน ได้ชื่อว่า เป็นอุทยานที่ดีที่สุดในภูมิภาคนี้ การทัวร์ป่าเป็นกิจกรรมที่โดดเด่น ทำรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ในอุทยานทั้งสองแห่งมีที่พักแบบต่างๆ รับรองนักท่องเที่ยว ทั้งนี้การเข้าชม นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อรักษาสภาพดั้งเดิมของป่าเอาไว้ จากอดีตที่นี่เปรียบเสมือนทุ่งสังหารของเหล่าสัตว์ป่า วันเวลาเหล่านั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว

.

          ณ วันนี้ ป่าจิตวันได้กลายเป็นหนึ่งในแดนสวรรค์ของสัตว์ป่า ที่นี่เหล่าสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครอง พวกมันอยู่อย่างสงบสุข และมีอนาคตที่สดใส ภายใต้เงื้อมเงาแห่งขุนเขาหิมาลัย

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*