Okavango (โอคาวันโก) สวนสวรรค์กลางทะเลทราย

Okavango the eden in the desert

จุดเริ่มของแม่น้ำสายนี้คือใจกลางดินแดนอังโกลาสายน้ำนี้ไหลผ่านดินแดนต่างๆ จนถึงทะเลทราย คาลาฮารีและได้เกิดเป็นดินดอนสามเหลี่ยมที่กว้างใหญ่ และอุดมสมบูรณ์ที่มีนามว่า โอคาวันโก ที่นี่เป็นเสมือนสวนสวรรค์ของสรรพชีวิตนานา เปรียบประดุจ “สวนอีเดนแห่งทะเลทราย”

จากอิทธิพลของลมมรสุมเขตร้อนทำให้แม่น้ำคิวบานโกไหลจากต้นน้ำในประเทศอังโกลา ผ่านประเทศนามิเบียในชื่อของแม่น้ำคูวังโก ก่อนที่จะเข้าสู่ทางเหนือของประเทศบอตสวานาโดยถูกเรียกว่า แม่น้ำโอคาวันโก ในแต่ละปีปริมาณน้ำกว่า 11 พันล้านลูกบาศก์เมตรได้ไหลผ่านหนองบึงและเกาะแก่งต่างๆ ก่อนจะซึมหายไปในทะเลทรายคาลาฮารี และที่นี่เองได้กลายเป็นดินดอนสามเหลี่ยมกว้างใหญ่ครอบคลุมเนื้อที่กว่า 15,000 ตารางกิโลเมตร ที่เรียกกันว่า สามเหลี่ยมโอคาวันโก

ในระหว่างฤดูร้อน สามเหลี่ยมโอคาวันโก จะมีกระแสน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือท่วม จนเกือบทุกแห่ง จนเหือดหายไปทางภาคใต้ในอีกหกเดือนต่อมา วัฎจักรของกระน้ำในโอคาวันโกจะเป็นการไหลท่วมจากภาคเหนือไปถึงภาคใต้ในระหว่างฤดูร้อน และเริ่มอีกครั้งทางภาคใต้ ก่อนจะไปจบลงทางภาคเหนือในระหว่างฤดูหนาว อย่างไรก็ตามดินแดนแห่งนี้ก็มิได้ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำเสียทั้งหมด เฉพาะแต่ทางตอนเหนือเท่านั้นที่จะมีน้ำนองตลอดปี

ส่วนทางด้านใต้ที่ติดกับทะเลทรายคาลาฮารีนั้นจะเปี่ยมไปด้วยน้ำเฉพาะในฤดูน้ำหลากเท่านั้น แม้ว่าจะถูกน้ำท่วมอยู่เกือบตลอดเวลาแต่กระแสน้ำไม่มีความรุนแรงและทําให้พืชพันธุ์เสียหาย ในทางตรงกันข้ามกระแสน้ำได้พาเอา ความอุดมสมบูรณ์และความชุ่มชื้นมาหล่อเลี้ยงดินแดนแห่งนี้ให้คงความอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี

 

ในเขตสามเหลี่ยมโอคาวันโก อันประกอบไปด้วยพื้นที่ส่วนที่เป็นบึงขนาดใหญ่และป่าละเมาะ กับทุ่งหญ้าโดยรอบ เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก จากการสำรวจพบว่าที่นี่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 160 ชนิด นก 500 ชนิด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 38 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 157 ชนิด รวมทั้งปลาและสัตว์น้ำจำนวนมาก นับเป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

นอกจากนี้โอคาวันโก ยังเป็นแหล่งที่อยู่สำคัญของสัตว์ป่าหายาก อันได้แก่ เลชเวสีน้ำตาล และหมาป่าล่าเนื้อแอฟริกันที่ใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย

ครั้งหนึ่งโอคาวันโกเคยถูกคุกคามจากกิจกรรมชลประทานของประเทศในแถบนี้ ในตอนนั้นรัฐบาลนามิเบียวางแผนทดน้ำจากสายน้ำที่อยู่เหนือโอคาวันโกไปหล่อเลี้ยงเขตกสิกรรมรอบนครวินฮุกด์ ส่วนบอตสวานาก็มีแผนการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าที่น้ำตกโปปา ซึ่งห่างจากที่นี่ไปไม่เกิน 50 กิโลเมตร

ในขณะที่ทางอังโกลาเองก็มีโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จำนวนมากทางต้นน้ำ นับเป็นโชคดีที่รัฐบาลของทั้งสามประเทศตระหนักถึงความสำคัญของผืนป่าแห่งนี้ และได้จัดตั้งหน่วยงานร่วมเพื่อคุ้มครองโอคาวันโก ขึ้นในปี 1994 โดยใช้ชื่อว่า Permanent Okavango River Basin Commission (OKACOM)

ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสายน้ำ โดยไม่ก่อผลเสียต่อผืนป่า แนวทางในการดำเนินงานของ OKACOM จะเน้นที่การอยู่ร่วมกันระหว่างผืนป่าสายน้ำ และชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้สายน้ำ เพื่อให้ได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

การทำงานของ OKACOM ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีทั้งจากภาคเอกชนและรัฐบาล โดยเป้าหมายของโครงการนี้จะครอบคลุมไปถึงแม่น้ำทุกสายทั้งใน นามิเบีย อังโกลา และบอตสวานา

ในปัจจุบันได้มีความพยายามจะจัดตั้งเขตอนุรักษ์ป่าปริ่มน้ำร่วมกันของนามิเบีย อังโกลา บอตสวานา แซมเบีย และ ซิมบับเว ในนามของพื้นที่อนุรักษ์ไร้พรมแดน TransFrontier Conservation Area (TFCA) โดยรวมพื้นที่ของสามเหลี่ยม โอคาวันโก และพื้นที่ลุ่มน้ำแซมเบซีเข้าด้วยกัน โครงการดังกล่าวนี้มิได้มีเฉพาะสำหรับพื้นที่นี้เท่านั้นหากแต่เป็นโครงการร่วมของประเทศต่างๆ ในแอฟริกาที่ต้องการจะรวมพื้นที่ของอุทยานต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ขนาดใหญ่ที่สมบูรณ์ขึ้นมา

ทุกวันนี้ โอคาวันโกยังคงความสมบูรณ์และสวยงามเฉกเช่นที่เคยเป็นมา ความตระหนักในคุณค่าของธรรมชาติ คือ สิ่งสำคัญที่ทำให้ดินแดนแห่งนี้ยังคงอยู่ และไม่เฉพาะแต่ที่นี่เท่านั้น หากมนุษย์เห็นความสำคัญ และหวงแหนธรรมชาติเอาไว้ โลกใบนี้คงจะมีสวนสวรรค์เช่นนี้อีกมากมายที่จะคงอยู่คู่โลกไปอีกนานแสนนาน

 

สัตว์ป่าที่อาศัยในพื้นที่โอคาวันโก

เลชเวสีน้ำตาล มักหากินเป็นฝูง มันมีกีบเท้าที่สามารถวิ่งในพื้นที่ลุ่มได้เป็นอย่างดี

 

 

 

หมาป่าแอฟริกัน แม้จะมีขนาดเล็กแต่ก็เป็นนักล่าที่น่ากลัว การล่าของมนุษย์ทำให้พวกมันลดจำนวนลง จนกลายเป็นสัตว์หายาก

 

 

 

จระเข้ ซุ่มรอล่าเหยื่อใกล้แหล่งน้ำ มันจะรอจนเหยื่อเข้าใกล้แล้วจึงโจมตี

 

 

 

ลูกช้างกาลังกินนมแม่ มีช้างป่ากว่า 100,000 ตัว ท่องเที่ยวหากินในเขต พื้นที่ของโอคาวันโกและลุ่มน้ำแซมเบซี

 

 

 

 

นกอินทรีอาฟริกัน จัดเป็นนกนักล่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ชนิดหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

คูดูใหญ่ เป็นแอนทีโลปที่ใหญ่เป็น อันดับสองของทวีปแอฟริกา

 

 

 

 

 

 

ชีต้า กับทอมสันกาเซลอาหารเย็นของมัน

 

 

 

 

ฮิปโป กับแหล่งน้ำบ้านอันแสนสุขของมัน

 

 

 

 

สิงโต มักมาซุ่มล่าเหยื่อบริเวณแหล่งน้ำ

 

 

 

 

 

Related posts:

One thought on “Okavango (โอคาวันโก) สวนสวรรค์กลางทะเลทราย

  • พฤศจิกายน 10, 2011 at 1:36 pm
    Permalink

    ปกติเคยเห็นแต่แม่น้้ำไหลลงทะเล แต่นี่แม่น้ำไหลลงทะเลทราย แปลกดี สงสัยว่าสัตว์ที่นี่คงแช่น้ำกันหมด แต่คงดีกว่าพวกที่แช่น้ำเน่าที่ซาฟารีเวิลด์แน่ๆ

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*