สรรพชีวิตแห่งเทือกเขาแอลป์

life on Alp

เทือกเขาแห่งประวัติศาสตร์ ตำนาน และความโหดร้ายของธรรมชาติ ที่เล่าขานกันมานาน ขุนเขาแห่งนี้เป็นที่ครั่นคร้ามแก่เหล่านักเดินทาง หรือแม้แต่ผู้ที่อาศัยอยู่แถบนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ดินแดนแห่งนี้ก็เป็นบ้านอันแสนสุข แหล่งพักพิงอีกแห่งหนึ่งของสัตว์ป่า ในทวีปที่ถูกมนุษย์ครอบงำจนเกือบหมดแล้ว

 

เทือกเขาแอลป์ เป็นเทือกเขาที่สำคัญของทวีปยุโรป ทิวเขาแห่งนี้ ทอดยาวตั้งแต่ประเทศฝรั่งเศส ผ่านอิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ และออสเตรีย โดยมียอดเขามองบลังต์ (Mont Blanc) ที่มีความสูงประมาณ 4,810 เมตร เป็นยอดที่สูงที่สุด และยังเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปยุโรปด้วย

ในยุคจักรวรรดิโรมัน เทือกเขาแอลป์ที่ทอดยาวผ่านแนวพรมแดนอิตาลี เป็นเสมือนปราการธรรมชาติที่น่าเกรงขาม ในราวปีที่ 210 ก่อนคริสตกาล เกิดสงครามระหว่างโรมันและคาร์เธจ ฮานนิบาล (Hannibal) แม่ทัพคาร์เธจนำกองทัพเกือบแปดหมื่นคน ข้ามเทือกเขาแอลป์ในฤดูหนาวเพื่อโจมตีกองทัพโรมัน ในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือน ความทารุณของธรรมชาติ คร่าชีวิตทหารไปเกือบห้าหมื่นคน จอมทัพคนที่สองที่กล้าข้ามเทือกเขานี้ คือ พระเจ้านโปเลียนแห่งฝรั่งเศส ยกกองทัพข้ามเทือกเขาแอลป์ในฤดูร้อน เพื่อเลี่ยงการสูญเสีย อย่างไรก็ดี กองทัพฝรั่งเศสก็ต้องพบกับความยากลำบากไม่ใช่น้อย

 

เทือกเขาแอลป์ยังมีเรื่องราวของสุนัขแสนรู้ที่ช่วยชีวิตคนที่หลงทางบนเขา กล่าวคือในสมัยก่อน พวกพระที่อยู่ตรงเชิงเขา จะฝึกสุนัขพันธุ์เซนเบอร์นาร์ด เอาไว้คอยค้นหานักเดินทางโชคร้ายที่หลงทางบนเทือกเขา สุนัขเหล่านี้จะมีถังเหล้าองุ่นขนาดเล็กติดตัว เพื่อให้นักเดินทางเหล่านี้ดื่มสร้างความอบอุ่น เรื่องราวของทีมกู้ภัยสี่ขาเหล่านี้ เป็นอีกตำนานหนึ่งที่เป็นจริงของที่นี่ นอกเหนือจากเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับมนุษย์แล้ว เทือกเขาแอลป์ยังมีตำนานที่มีชีวิตอีกบทหนึ่ง อันได้แก่เรื่องราวของสรรพสัตว์ที่อาศัยอยู่ที่นี่มานาน ก่อนอารยธรรมมนุษย์จะกำเนิดขึ้น ชีวิตเหล่านี้ดำเนินไปตามวัฏจักรแห่งชีวิตที่หมุนไปตามที่เคยเป็น

 

วัฎจักรแห่งขุนเขา เริ่มขึ้นในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์ป่าจะออกหากิน หมียูเรเซียเป็นสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่มีความสุขกับฤดูกาลนี้ หมีชนิดนี้เป็นหมีชนิดเดียวกันกับหมีสีน้ำตาลของทวีปอเมริกา มีข้อแตกต่างเล็กน้อยตรงที่พวกมันมีขนาดเล็กกว่าญาติในอเมริกาของมัน ในฤดูใบไม้ผลิ พวกหมีจะกินอาหารแทบทุกอย่าง ไม่ว่าเนื้อสัตว์หรือพืช และกินให้ได้มากที่สุด เพื่อกักเก็บไขมันไว้ในฤดูหนาว ซึ่งพวกมันจะนอนอยู่เกือบตลอดเวลา สำหรับแม่หมีจะตกลูกในฤดูหนาว พวกมันจึงต้องกินให้เพียงพอ สำหรับสร้างน้ำนมเลี้ยงลูก เมื่อแรกเกิดลูกหมีจะมีขนาดเท่าหนู แต่พวกมันจะโตเร็วมาก และเมื่อเข้าฤดูร้อน ลูกหมีก็จะโตพอๆ กับแมวตัวใหญ่ๆ (กินนมตราหมี (ของแท้) เลยโตเร็ว) และออกหากินพร้อมแม่ของมัน

 

เมื่อหิมะละลาย หญ้าจะงอกงามอีกครั้ง โดยเฉพาะตามเนินเขาจะกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม สัตว์ภูเขาอย่างชามัวร์ (Chamois) และไอเบกซ์ (Ibex) จะลงมาหากิน

ชามัวร์เป็นสัตว์ตระกูลเดียวกับแพะ ขนาดเท่ากับแพะตัวเขื่อง แต่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกาเซลผสมกับแพะ ชามัวร์เป็นนักปีนเขาตัวฉกาจ และสามารถกระโดดได้ไกลกว่า 20 ฟุต สัตว์ชนิดนี้มีขนสีน้ำตาลในฤดูร้อน และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมดำในฤดูหนาว หนังของชามัวร์นุ่มมากจึงเป็นที่ต้องการของนักล่าสัตว์

สำหรับไอเบกซ์นั้นบางครั้งถูกเรียกว่าแพะป่า ในอดีตพวกมันมีอยู่ทั่วไปในยุโรป ตั้งแต่คาบสมุทร ไอบีเรีย ถึงออสเตรีย การล่าเพื่อเอาเนื้อและหนัง ทำให้พวกมันลดจำนวนลง ไอเบ็กซ์ตัวผู้มีเขายาวโค้งขนาดใหญ่ และมีวงปีบอกอายุที่เขา ในฤดูผสมพันธุ์ตัวผู้จะพุ่งชนกันเพื่อแย่งตัวเมีย ไอเบ็กซ์ตัวเมียตกลูกครั้งละหนึ่งถึงสองตัว พวกมันจะรวมกลุ่มเลี้ยงลูกเป็นฝูง

 

 

บนภูเขา การกำจัดซากสัตว์ดูเหมือนไม่ใช่งานที่ง่ายนัก แต่แร้งยุโรปสามารถทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี พวกมันมีคอที่ยาวและปราศจากขน เพื่อป้องกันไม่ให้เปื้อนเลือด แร้งยุโรปเป็นนกตระกูลเดียวกับ พวกเหยี่ยวเหมือนแร้งในอาฟริกาและเอเซีย ในขณะที่แร้งคอนดอร์ (Condor) ของทวีปอเมริกา วิวัฒนาการมาจากนกกระสา พวกแร้งจะกินเฉพาะซากสัตว์ มีบางครั้งที่พวกมันอาจโจมตีสัตว์ที่อ่อนแอบ้าง การที่ซากถูกกำจัดอย่างหมดจดจะช่วยลดการขยายจำนวนของแมลงวัน และส่งผลดีในการป้องกันโรคระบาด นอกจากแร้งยุโรปแล้ว

ยังมีแร้งอีกชนิดที่หายากกว่า พวกมันคือแร้งเคราขาว ในอดีตพวกมันมีอยู่ทั่วไปในเทือกเขาแอลป์ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ ต่อมาการล่าสัตว์และการทำลายที่อยู่อาศัย ทำให้พวกมันตกอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ โชคดีที่ได้มีการนำพวกมัน กลับคืนสู่ธรรมชาติอีกครั้ง นกเหล่านี้มีอาหารหลัก คือ กระดูกสัตว์ พวกมันสามารถย่อยกระดูกได้เป็นอย่างดี

 

 

อินทรีสีทอง เป็นนกนักล่าที่น่าเกรงขามที่สุดของยุโรป ในสมัยก่อนจักรวรรดิโรมัน นำมันไปเป็นสัญลักษณ์ของกองทหาร อินทรีเหล่านี้พบได้ทั่วไปทั้งในยุโรปและเอเซียกลาง นกชนิดนี้ถูกใช้เป็นนกล่าสัตว์ของชนพื้นเมืองในเอเซียกลาง อินทรีสีทองทำรังตามชะง่อนผา มันวางไข่ปีละสองฟอง พ่อนก และแม่นก จะช่วยกันหาอาหารและเลี้ยงลูก อินทรีสีทองล่าเหยื่อจำพวก อ้น กระต่ายป่า นก รวมทั้งลูกสุนัขจิ้งจอก และลูกแพะป่า ถ้าเหยื่อมีขนาดใหญ่ พวกมันมักจู่โจมที่หัวของเหยื่อก่อน

ปัจจุบัน อินทรีสีทองประสบปัญหาเดียวกับนกล่าเหยื่ออื่นๆ นั่นคือการใช้ยาฆ่าแมลง ทำให้เหยื่อของมันมีสารตกค้าง และสารเหล่านี้ทำให้เปลือกไข่ของพวกมันอ่อนตัว ทำให้ลูกนกตายตั้งแต่ก่อนฟักตัว

 

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูที่เหล่าสัตว์ จะเตรียมตัวรับฤดูหนาวที่จะมาถึง เมื่อย่างเข้าฤดูหนาว สัตว์จำพวกกระรอกจะจำศีลอยู่ในโพรงของมัน เช่นเดียวกับพวกหมี ที่จะนอนตลอดฤดู หิมะที่ตกหนาขึ้น ทำให้อาหารหาได้ยากลำบาก

ในราวป่าอันเต็มไปด้วยหิมะ แมวลิงซ์ออกล่าสัตว์ตามลำพัง แมวป่าพันธุ์นี้เป็นแมวที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป โดยมีขนาดเท่าๆ กับสุนัขขนาดกลาง แม้จะมีหน้าตาคล้ายแมวป่า แต่ลิงซ์มีลูกตาดำกลม เหมือนพวกเสือและสิงโต อาหารหลักของลิงซ์ คือ กระต่าย และไก่ป่า บางครั้งอาจขโมยสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ และเป็นสาเหตุให้พวกมันถูกล่า จนปัจจุบันแทบจะสูญพันธุ์

 

เมื่อหิมะตกหนักยิ่งขึ้น บรรดาพืชพันธุ์ก็ลดน้อยลง ความทารุณของอากาศทวีขึ้นตามลำดับ เหล่าสัตว์ป่าต่างต้องดิ้นรน เพื่อให้ตนเองอยู่รอดตามวิถีของตน ชีวิตใดที่อ่อนแอก็ต้องจบชีพลง แต่ตัวใดที่แข็งแรงก็จะมีชีวิตอยู่รอดพ้นจากฤดูกาลนี้ได้ และเมื่อฤดูหนาวผ่านพ้นไป หิมะและน้ำแข็งจะละลาย และกลายเป็นสายน้ำ ความสมบูรณ์จะคืนมาอีกครั้งเหมือนบำเหน็จแก่ผู้รอดชีวิต และนี่ก็คือเรื่องราวของตำนานที่มีชีวิตบนเทือกเขาแห่งนี้ สิ่งเหล่านี้จะดำเนินต่อไปเป็นวัฏจักรแห่งชีวิต ตราบเท่าที่ขุนเขาแห่งนี้ยังคงมีผืนป่าหลงเหลืออยู่

 

Related posts:

2 thoughts on “สรรพชีวิตแห่งเทือกเขาแอลป์

  • กันยายน 27, 2011 at 4:42 pm
    Permalink

    รูปสวย อ่านแล้ว หนาวขึ้นมาตะหงิดๆ

    Reply
  • พฤศจิกายน 9, 2011 at 4:44 pm
    Permalink

    รูปสวยค่ะ

    Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*