รอยทางของนักล่า

THE TRACK OF PUMA

…..เช้าวันหนึ่งของช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ในป่าสนของรัฐโคโรลาโด สหรัฐอเมริกา อากาศอันอบอุ่นชักนำเหล่าสัตว์ป่าออกหากิน มองลงไปในทุ่งหญ้า กวางเอลค์เพศผู้ขนาดใหญ่เดินอยู่ตามลำพัง บนต้นไม้นกฮูกกำลังเตรียมตัวพักผ่อนหลังจากออกหากินมาตลอดคืน ตรงซอกโขดหินสูง คูม่า ลูกสิงโตภูเขาวัยเกือบสามเดือนปรากฏตัวขึ้น มันจ้องมองภาพข้างล่างเพื่อดูว่าแม่ของมันกลับมาหรือยัง และที่เบื้องล่างนั้น ร่างอันปราดเปรียวของแม่สิงห์ กำลังเคลื่อนมาอย่างช้าๆ

นกฮูก คูม่าลูกสิงโตภูเขาน้อย

…..สิงโตภูเขา มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เช่น เสือพูม่า เสือคูก้า เสือดำ (PANTHER) เป็นต้น สีขนของมันเป็นสีน้ำตาลอมเหลือง แต่ในบางพื้นที่อาจเป็นสีเทา สิงโตภูเขาเมื่อยังเล็ก จะมีลายจุดตามลำตัว ซึ่งจะหายไปเมื่อโตขึ้น เว้นเฉพาะแต้มดำตรงสองข้างแก้ม ที่จะอยู่ติดตัวมันตลอดชีวิต เมื่อโตเต็มที่สิงโตภูเขาตัวผู้จะยาวประมาณ 8 ฟุต และหนักราว 65 กิโลกรัม ส่วนตัวเมียจะเล็กกว่า
.
…..สิงโตภูเขามีกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรง และสามารถปีนป่ายโขดหินชันได้อย่างดี สมกับชื่อสิงโตภูเขา สิงโตภูเขานั้นอยู่คนละกลุ่มกับตระกูลเสือใหญ่อย่างสิงโต และเสือดาว แต่จะจัดอยู่ในตระกูลเดียวกับพวกแมวป่า และเสือขนาดเล็ก
.

นกยางอเมริกัน สังเกตการณ์บนโขดหิน

…..หลังจากแม่ของมันกลับมา คูม่ารู้สึกอุ่นใจขึ้นที่ไม่ต้องอยู่ตัวเดียว อันที่จริงมันยังมีน้องชายอีกตัวหนึ่ง แต่เมื่อเดือนที่แล้ว น้องของมันถูกนกอินทรีโฉบไปกินทำให้มันกลายเป็นลูกโทนไป โดยมากแล้วสิงโตภูเขา จะมีลูกประมาณ 2 – 4 ตัว ต่อครั้ง อัตราการรอดชีวิตของลูกอ่อนจนโตเต็มที่จะอยู่ที่ประมาณ 25- 30 เปอร์เซ็นต์ โดยลูกสิงโตที่ยังเล็กจะตกเป็นเหยื่อของนักล่าอย่างนกอินทรี และหมาป่า รวมทั้งอาจถูกฆ่าโดยสิงโตภูเขาตัวผู้ด้วย ตอนนี้คูม่าเลิกกินนมแล้ว และแข็งแรงพอจะเดินตามแม่ของมันไปไหนๆ ได้ มันจะอยู่กับแม่จนกว่าจะอายุครบหนึ่งปี จึงจะแยกตัวไปอยู่ตามลำพัง
.
…..ในหนึ่งปีต่อมา คูม่าออกมาหากินตามลำพัง สิงโตภูเขาที่โตเต็มที่จะมีอาณาเขตหากินกว้างราว 100 – 150 ตารางกิโลเมตร โดยในการทำเครื่องหมายบอกเขตแดน มันจะใช้เล็บกวาดเศษใบไม้ และเศษดินมากองรวมกัน จากนั้นจึงจะถ่ายปัสสาวะลงบนกองดิน โดยมากอาณาเขตของตัวผู้จะกว้างกว่า และครอบคลุมอาณาเขตของตัวเมีย สิงโตภูเขาเป็นสัตว์ที่มีการกระจายตัวกว้างขวาง ในสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกัน ตั้งแต่เขตภูเขาสูง ทะเลทราย พื้นที่ชายฝั่ง เขตป่าสน ทุ่งหญ้าในทวีปอเมริกาเหนือ จนถึงเขตป่าฝนรกทึบ และทุ่งหญ้าชุ่มน้ำในทวีปอเมริกาใต้
.

หมีดำ สิงโตภูเขากับเหยื่อ

…..สิงโตหนุ่มเดินอย่างเงียบเชียบตามราวป่าเพื่อหาอาหาร หมีดำตัวหนึ่งอยู่ไม่ห่างจากมันนัก หมีดำเป็นหมีที่เล็กที่สุดของทวีปอเมริกาเหนือ แต่มันก็ยังหนักกว่า 200 กิโลกรัม และไม่ใช่สัตว์ที่สิงโตภูเขาจะเข้าไปยุ่งด้วย
.
…..คูม่าคงมองหาอาหารต่อไป เหยื่อของสิงโตภูเขา มีตั้งแต่กระต่าย กวาง แรคคูน ไก่ป่า แม้แต่ปลา และแมลงปีกแข็ง ครู่ต่อมามันก็มองเห็นกวางล่อ (MULE DEER) ตัวหนึ่งอยู่ในป่า ที่ได้ชื่อว่ากวางล่อก็เนื่องมาจากลักษณะของใบหู ที่คล้ายล่อของมัน กวางชนิดนี้หาได้ง่าย และพบได้ทั่วไป คูม่าย่อตัวลง และคลานเข้าไปอย่างช้าๆ ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้มันต้องใจเย็นในการล่า และก่อนที่เหยื่อจะไหวตัวทัน คูม่าก็จู่โจมสังหารในพริบตา ทุกครั้งที่ล่าเหยื่อขนาดใหญ่ได้ หลังอิ่มแล้วสิงโตภูเขาจะเอาดินและเศษใบไม้กิ่งไม้กลบฝังซากนั้น และกลับมากินต่อจนกว่าจะหมด
.

หมาป่าโคโอต (COYOTE) คูม่า

…..หลังอาหารสิงโตหนุ่มหลับพักผ่อนอย่างสบาย ห่างออกไป หมาป่าโคโอต (COYOTE) เดินผ่านมา แม้มันจะได้กลิ่นกวางที่ถูกฝังไว้ แต่เจ้าหมาป่าก็รู้ดีว่าการเข้าไปแย่งเหยื่อกับนักล่าที่แข็งแรงกว่า ไม่ใช่วิธีที่ฉลาดนัก โคโอตเป็นหมาป่าขนาดเล็กที่พบได้ทั่วไปมัน เป็นสัตว์ที่ชำนาญในการปรับตัว จนบางครั้งพวกมันเข้าไปหากินในเขตเมืองด้วยซ้ำไป
.
…..ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง อากาศเริ่มหนาวเย็น สัตว์เล็กๆ หลายชนิดเร่งสะสมอาหารไว้กินในฤดูหนาว ฝูงสัตว์กินหญ้าเคลื่อนย้ายลงมาจากเขตที่สูงลงสู่ที่ราบ คูม่าเองก็เช่นกัน แม้มันจะเคยเห็นฤดูหนาวมาแล้ว เมื่อตอนที่ยังอยู่กับแม่ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มัน จะต้องเผชิญกับฤดูหนาวตามลำพัง ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์การเอาตัวรอดของมัน มีสัตว์มากมายที่ล้มตายระหว่างฤดูหนาว ถ้ามันไม่เก่งพอ คูม่าก็จะไม่ได้เห็นฤดูใบไม้ผลิอีก
.

กวางหางขาว ล่ากระต่ายป่า

…..ในที่สุดฤดูหนาวก็มาถึง ทั่วทุกแห่งปกคลุมไปด้วยหิมะ น้ำในลำธารกลายเป็นน้ำแข็ง คูม่าเดินลุยหิมะออกหาอาหาร มันไม่พบเหยื่อเลยตลอดสามวันที่ผ่านมา หิมะที่หนา ทำให้แต่ละก้าวของมันค่อนข้างลำบาก นอกจากนี้ยังทำให้เหยื่อของมันหายไปอีกด้วย นี่เป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด และแล้วหลังจากเดินมาเป็นเวลานาน มันก็เห็นกวางหางขาวตัวหนึ่งอยู่ข้างหน้า คูม่าย่องเข้าหา แต่หิมะเป็นอุปสรรคในการล่าของมัน กวางหนุ่มหันมาเห็นนักล่า มันกระโจนหนีทันที และหายไปอย่างรวดเร็ว คูม่ามองอย่างสิ้นหวัง การขาดอาหารทำให้มันอ่อนแรง แต่ก่อนที่คูม่าจะหมดกำลัง ทันใดนั้นการเคลื่อนไหวทางด้นหน้าดึงความสนใจของมัน กระต่ายป่าตัวหนึ่งโผล่ออกมาจากที่ซ่อน สิงโตหนุ่มพุ่งเข้าใส่ทันที และวันนั้นมันก็ได้กระต่ายเป็นอาหารมื้อแรกในสามวันที่ผ่านมา แม้จะเป็นอาหารคำเล็กๆ แต่ก็ทำให้พละกำลังของมันกลับมา หลังอาหารคูม่าหาที่นอน เพื่อจบวันนี้ของมัน แต่ชีวิตและการต่อสู้ของมันยังคงอยู่ พรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป คูม่าจะเดินท่องเที่ยวไปเหมือนดังที่บรรพบุรุษของพวกมันเคยทำ และประทับรอยเท้าเหนือผืนป่าเป็นเสมือนรอยทางแห่งนักล่าของป่าแห่งนี้
.
…..ทุกวันนี้มีสิงโตภูเขา 30,000 ตัว อยู่ในทวีปอเมริกาเหนือและใต้ ในสมัยก่อนสิงโตภูเขาถูกมองว่าเป็นศัตรูของปศุสัตว์ พวกมันจึงถูกล่าเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ความต้องการหนังสิงโตในธุรกิจขนสัตว์ ยังทำให้พวกมันถูกล่าเพิ่มขึ้นอีก จนในหลายพื้นที่พวกมันได้สูญพันธุ์ไป แม้ปัจจุบันการล่าสิงโตภูเขายังคงมีอยู่ แต่ก็ไม่รุนแรงเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ประกอบกับหลายพื้นที่มีการออกกฏคุ้มครองพวกมัน จึงเชื่อได้ว่า สิงโตภูเขาคงจะยังไม่สูญพันธ์ไปจากโลกของเรา

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*