จักรพรรดิแห่งแผ่นดินน้ำแข็ง


EMPERROR PENGUIN OF ICE LAND

.
          ทวีปแอนตาร์กติกา (ANTARCTICA) แห่งขั้วโลกใต้ ได้รับสมญานามว่า ทวีปแห่งน้ำแข็ง เนื่องจากพื้นทวีปนี้ ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนากว่า 3 กิโลเมตร ด้วยความหนาวเหน็บของสภาพอากาศ ทำให้พื้นที่ตอนในของทวีป กลายเป็นดินแดนที่ปราศจากชีวิต แต่บริเวณแผ่นน้ำแข็งขนาดมหึมาที่รายล้อมทวีปแห่งนี้ กลับเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าจำนวนมาก ที่ใช้ชีวิตในดินแดนอันหนาวเย็นอย่างสงบสุข สัตว์ที่มีมากที่สุด และกลายเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ก็คือ นกเพนกวิน (PENGUIN)

.

เพนกวินอเดลี เพนกวินชินสแตรป เพนกวินเจนตู

แทบจะเป็นเรื่องปกติของที่นี่ สำหรับภาพของเจ้านกบินไม่ได้ ที่มีสีขนคล้ายคนสวมเสื้อทักซิโด้ จำนวนนับหมื่นตัวเกาะกลุ่มเป็นฝูงใหญ่บนแผ่นน้ำแข็ง แม้ว่าที่นี่จะมีนกเพนกวินจำนวนมหาศาล แต่จากจำนวนชนิดของเพนกวินซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 17 ชนิด ทั่วโลกแล้ว มีเพียง 4 ชนิดที่อาศัยอยู่บนแผ่นน้ำแข็ง ตามแนวชายฝั่งของแอนตาร์กติกา ได้แก่ เพนกวินเจนตู เพนกวินชินสแตรป เพนกวินอเดลี และพวกที่มีมากที่สุด คือ นกเพนกวินจักรพรรดิ (EMPERROR PENGUIN)

.

เพนกวินจักรพรรดิเป็นนกเพนกวินที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีส่วนสูงถึง 3.7 ฟุต (เมื่อยืน) และมีน้ำหนักประมาณ 60 – 90 ปอนด์ (ราว 35 – 40 กิโลกรัม) เพนกวินจักรพรรดิทั้งตัวผู้ และตัวเมีย แทบจะไม่มีความแตกต่างกันเลย ขนบนลำตัว และปีกเป็นสีดำ ส่วนแผ่นหลังจะมีสีออกเทาเข้ม ในขณะที่บริเวณหน้าอก และท้องเป็นสีขาว มีแถบสีส้มอมเหลืองพาดผ่านสองข้างของศรีษะ และมีสีเหลืองจาง ๆ บริเวณคอ รูปปากของเพนกวินจักรพรรดิยาว และเรียวกว่าชนิดอื่น ๆ พวกมันสามารถใช้ชีวิตได้ในเขตที่มีอุณหภูมิ ลบสี่สิบ องศาเซลเซียส ได้โดยการสะสมไขมันเอาไว้ โดยเฉพาะที่หน้าท้องเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น

.

.

จับคู่ แมวน้ำเวดเดลล์ กับลูกน้อย

ทุกปีเหล่าเพนกวินจักรพรรดิ จะใช้เวลาประมาณสิบเดือนในแอนตาร์กติกา ช่วงสองเดือนของฤดูร้อน พวกมันจะอพยพไปที่อื่น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้ว่าเป็นที่ใด ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี เหล่าเพนกวินจักรพรรดิจะจับคู่ผสมพันธุ์ และวางไข่ พวกมันเป็นสัตว์รักเดียวใจเดียว และจะจับคู่เดิมเป็นประจำทุกปี ไม่มีใครรู้เหตุผลว่าเพนกวินจักรพรรดิจำคู่ของมันได้อย่างไร เพนกวินจักรพรรดิจะอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ ทั้งนี้เพื่อที่จะป้องกันการโจมตีจากศัตรู รวมทั้งจะได้รับไออุ่นไปในตัวด้วย ในบริเวณที่พวกมันรวมตัวอยู่ จะมีพวกแมวน้ำบางชนิดอาศัยอยู่ด้วย เช่น แมวน้ำเวดเดลล์ ซึ่งมีชั้นไขมันหนาใต้ผิวหนัง ช่วยต่อต้านความหนาวเย็น พวกนี้แม้จะมีขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่เป็นอันตรายต่อเหล่าเพนกวิน

.

พ่อนกจะเก็บลูกโดยวางไว้ตรงหลังเท้า ดำน้ำได้นานถึง 18 นาที

โดยทั่วไปนกเพนกวินชนิดอื่น ๆ จะวางไข่ครั้งละสองฟอง แต่เพนกวินจักรพรรดิ วางไข่เพียงครั้งละ 1 ฟอง และไม่มีการสร้างรังแต่อย่างใด นกตัวผู้จะทำหน้าที่ในการฟักไข่ โดยพ่อนกจะเอาไข่วางบนอุ้งเท้าของมัน เพื่อให้ได้ความอบอุ่น ในระหว่างนั้นตัวเมียจะออกไปหากิน และให้ตัวผู้ดูแลไข่ เป็นเวลาราว 60 วัน ซึ่งในเวลานั้นนกตัวผู้จะไม่ออกไปหากินเลย หลังจากไข่ฟักเป็นตัวแล้ว แม่นกจะรับช่วงต่อ และให้ตัวผู้ออกไปหาอาหารในทะเล เพนกวินจักรพรรดิสามารถว่ายน้ำได้เร็ว ชั่วโมงละ 9 ไมล์ และดำน้ำได้นานถึง 18 นาที อาหารของเพนกวินจักรพรรดิ ได้แก่ สัตว์ทะเลขนาดเล็กคล้ายกุ้งที่เรียกว่า คริลล์ รวมทั้งปลา และกุ้งทะเล โดยพวกมันสามารถโผไปมาใต้น้ำ ได้อย่างคล่องแคล่วเพื่อหาอาหาร แต่พวกมันก็ต้องคอยระวังนักล่าอย่างแมวน้ำลายเสือดาว ที่คอยจ้องเล่นงาน แมวน้ำเสือดาวเป็นศัตรูสำคัญของเพนกวินทุกชนิด รวมไปถึงแมวน้ำชนิดอื่น ๆ ด้วย มันมีฟันแหลมคมใช้ในการโจมตีเหยื่อ

.

พวกลูกนกจะรวมตัวกันเป็นกลุ่ม นกอัลบาทรอส

ลูกเพนกวิน จะเป็นเสมือนจุดรวมของทั้งพ่อและแม่นก โดยในการดูแลลูกนกนั้น ทั้งพ่อและแม่จะช่วยกัน โดยผลัดกันไปหาอาหารมาให้ เพนกวินจักรพรรดิ จะหาอาหารมาจนเต็มปาก และป้อนให้ลูกของมัน โดยวิธีการล้วงจงอยปากลงไปในปากของลูก แม้จะดูน่าหวาดเสียว แต่ก็ไม่เป็นอันตรายต่อลูกนก ลูกเพนกวินมีขนฟูสีเทา เพื่อสร้างความอบอุ่น อย่างไรก็ตามในช่วงที่ยังเล็กนี้ พ่อนกจะเก็บลูกของมัน โดยวางไว้ตรงหลังเท้า เพื่อที่ลูกนกจะได้รับไออุ่นจากไขมันที่พ่อนกสะสมไว้ ในช่วงที่ลูกนกยังเล็กอยู่ ศัตรูที่น่ากลัวของพวกมัน คือ นกอินทรีขั้วโลก และนกอัลบาทรอส ซึ่งเป็นนกที่มีช่วงปีกกว้างที่สุดในโลก เมื่อโตได้ระยะหนึ่งพวกลูกนก จะรวมตัวกันเป็นกลุ่มหนาแน่นในขณะที่พ่อแม่ออกไปหาอาหาร ลูกเพนกวินจะโตพอหาอาหารเองได้ ในอีกหกถึงเจ็ดเดือนต่อมา อันเป็นช่วงเวลากลางฤดูร้อน ซึ่งพวกมันจะอพยพไปจากที่นี่ และจะกลับมาอีกครั้งเมื่อย่างเข้าฤดูหนาว

.

ทุกวันนี้มีนกเพนกวินจักรพรรดิ อยู่ประมาณ 480,000 ตัว ในโลก แม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่มากเอาการ แต่ทว่าจำนวนของพวกมันลดลงทุกปี โดยไม่อาจหาสาเหตุได้ เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่าพวกมันอพยพไปอยู่ที่ไหนในช่วงฤดูร้อน ทำให้ไม่ทราบสาเหตุการตายของพวกมัน ที่อยู่ของเหล่าเพนกวินจักรพรรดิในช่วงสองเดือนของฤดูร้อนเป็นเรื่องลึกลับ แต่ก็เป็นความลับที่เป็นอันตรายต่อเผ่าพันธุ์ของมันเหลือเกิน อย่างไรก็ตามได้มีการศึกษาถึงเรื่องนี้เพื่อวางแผนในการอนุรักษ์พวกมัน ทั้งนี้เพื่อให้เพนกวินเหล่านี้คงอยู่ต่อไป บนแผ่นน้ำแข็งในดินแดนแห่งนี้

 

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*